ตำรวจสอบสวนกลางตัดตอนขบวนการผลิต และจำหน่ายน้ำตาลทรายปลอมระบาดในพื้นที่ จ.ราชบุรี ตรวจยึดน้ำตาลปลอม กว่า 4,000 กิโลกรัม
สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบริษัทผู้ผลิต “น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ยี่ห้อ คริสตอลล่า” และได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่า พบการปลอมผลิตภัณฑ์น้ำตาลยี่ห้อดังกล่าวออกว่างจำหน่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยมีคุณภาพไม่ตรงตามมาตรฐาน เช่น สีน้ำตาลมีสีคล้ำ กระสอบบรรจุน้ำตาลไม่มีถุงรองด้านใน มีกลิ่น และความชื้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่สืบสวนจนทราบถึงสถานที่ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำตาลปลอมดังกล่าว
โดยในวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบสถานที่จำหน่าย ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครปฐม พบผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ปลอมยี่ห้อ คริสตอลล่า บรรจุกระสอบละ 50 กก. จำนวน 80 กระสอบ รวมทั้งสิ้น 4,000 กิโลกรัม โดยกระสอบที่ใช้บรรจุเป็นกระสอบที่มีลักษณะไม่ถูกสุขอนามัย มีรอยเปื้อนสิ่งสกปรก ไม่มีพลาสติกกันความชื้นอีกชั้น และมีการทำสัญลักษณ์กากบาทไว้ จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลจนทราบถึงสถานที่ ผลิตซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.ราชบุรี
ต่อมาวันที่ 21 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดราชบุรี เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี พบ นายณัฐวุติ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึด กระสอบผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ยี่ห้อ คริสตอลล่า ที่เหลือจากการลักลอบผลิต จำนวน 18 ใบ ซึ่งมีลักษณะเดียวกันกับที่ใช้บรรจุน้ำตาลปลอมที่ตรวจยึดในพื้นที่ จ.นครปฐม ก่อนหน้านี้
จากการสอบถาม นายณัฐวุติฯ รับว่า ตนเองได้ผลิต และจำหน่ายน้ำตาลปลอมยี่ห้อดังกล่าวจริง โดยตนได้ประมูลซื้อน้ำตาลทรายแดงที่ไม่ผ่านคุณภาพ สำหรับนำไปผลิตอาหารสัตว์ จำนวน 30,000 กิโลกรัม ในราคากิโลกรัมละ 8.50 บาท จากโรงงานผลิตน้ำตาล และซื้อกระสอบที่ไม่ผ่านมาตรฐานจากโรงงานผลิตกระสอบ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี จากนั้นนำมากรอกด้วยแรงงานมนุษย์ภายในโกดัง จากนั้นส่งขายในราคากิโลกรัมละ 12 บาท (กระสอบละ 600 บาท) โดยมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อและนำไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522
ฐาน “ผลิต และจำหน่ายอาหารปลอม” ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาท ถึงหนึ่งแสนบาท
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ปคบ. กล่าวฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่าระมัดระวังและไตร่ตรองให้รอบคอบ ก่อนซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ควรตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน สังเกตบรรจุภัณฑ์ สี กลิ่น และฉลากอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ อย่าหลงซื้อ เพียงเพราะเห็นแก่ราคาสินค้าที่ถูกกว่าท้องตลาดผิดปกติ โดยอ้างว่าสินค้าราคาถูกเนื่องจากมีตำหนิจากโรงงาน ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ เช่น เครื่องสำอาง อาหารเสริม และยา หากขายในราคาถูกเกินกว่าปกติ ให้ระลึกไว้เสมอว่าท่านกำลังเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อและมีความเสี่ยงจากการบริโภคของไม่มีคุณภาพ และขอเน้นย้ำกับผู้จำหน่ายสิ้นค้าทั้งหลายว่าอย่านำสินค้าที่ไม่ได้มาตฐาน ผิดกฎหมายมาจำหน่ายหรือหลอกลวงผู้บริโภคโดยเด็ดขาด หากพบจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ เพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคได้ตลอดเวลา