โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ทรัมป์” เปิดตัวกรอบข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหราชอาณาจักร พร้อมลดภาษีรถยนต์-เหล็กกล้าเหลือ 10%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 00.26 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 17.26 น.

"ทรัมป์" เปิดตัวกรอบข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหราชอาณาจักร พร้อมลดภาษีนำเข้ารถยนต์-เหล็กกล้าลงเหลือ 10% หวังใช้ข้อตกลงนี้เป็นต้นแบบกับประเทศอื่น

วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 22.27 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศว่า ได้บรรลุกรอบข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหราชอาณาจักร ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “ความก้าวหน้าครั้งใหญ่” ที่จะช่วยลดอุปสรรคทางการค้าและเพิ่มการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าส่งออกของอเมริกา

“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะประกาศว่า เราได้บรรลุข้อตกลงการค้าครั้งสำคัญกับสหราชอาณาจักรแล้ว” ทรัมป์กล่าวจากห้องทำงานรูปไข่

ทรัมป์กล่าวว่า รายละเอียดสุดท้ายของข้อตกลงยังอยู่ระหว่างการเจรจาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อย่างไรก็ตามภายใต้ข้อตกลงนี้สหราชอาณาจักรจะเร่งกระบวนการศุลกากรสำหรับสินค้าสหรัฐ และลดอุปสรรคสำหรับการส่งออกในหมวดเกษตรกรรม เคมี พลังงาน และอุตสาหกรรม

“ข้อตกลงนี้จะเพิ่มมูลค่าการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าสหรัฐหลายพันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในภาคเกษตร เช่น เนื้อวัว เอทานอล และสินค้าจากเกษตรกรอเมริกันของเราเกือบทั้งหมด” ทรัมป์กล่าว

นี่ถือเป็นการประกาศข้อตกลงครั้งแรกหลังจากทรัมป์กำหนดภาษีนำเข้าสูงกับประเทศคู่ค้าหลายสิบประเทศ ก่อนจะประกาศชะลอมาตรการดังกล่าวชั่วคราวเพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศเจรจาข้อตกลงกับสหรัฐ

เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวผ่านโทรศัพท์ในการประกาศครั้งนี้ว่า “ข้อตกลงนี้จะส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของเรา ไม่เพียงปกป้องงาน แต่ยังสร้างงานใหม่ผ่านการเปิดตลาด”

ข้อตกลงดังกล่าวสร้างความหวังอย่างระมัดระวังในวอลล์สตรีท ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง แม้จะลดลงจากจุดสูงสุดระหว่างวัน ขณะที่พันธบัตร ทองคำ และสกุลเงินปลอดภัยอ่อนค่าลง

ข้อตกลงกับอังกฤษอาจเป็นต้นแบบสำหรับข้อตกลงในอนาคตกับประเทศอื่น ๆ แม้กรอบข้อตกลงนี้ยังมีขอบเขตจำกัด และยังคงอัตราภาษีพื้นฐานไว้ที่ 10% ตามที่รัฐมนตรีพาณิชย์ ฮาเวิร์ด ลัทนิก กล่าว

ภายใต้ข้อตกลงนี้ ผู้ผลิตรถยนต์อังกฤษสามารถส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐได้ 100,000 คัน ด้วยภาษี 10% แทนที่จะเป็น 27.5% อย่างที่เคยถูกเก็บหลังทรัมป์ขึ้นภาษี

โดยเครื่องยนต์และชิ้นส่วนเครื่องบินจากบริษัท Rolls-Royce จะสามารถเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้โดยปลอดภาษี และสายการบินแห่งหนึ่งของอังกฤษจะสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (ยังไม่ระบุชื่อสายการบิน)

ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลอังกฤษ สหรัฐ จะยกเลิกภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากสหราชอาณาจักรเป็นศูนย์ ขณะที่เกษตรกรอังกฤษจะได้โควต้านำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯ ปลอดภาษีจำนวน 13,000 ตัน โดยรัฐบาลอังกฤษย้ำว่าจะไม่ลดมาตรฐานด้านอาหารสำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐ

นอกจากนี้หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ยังต้องเจรจาเพิ่มเติมคือ ภาษีบริการดิจิทัลของสหราชอาณาจักร ซึ่งกระทบบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ

จากข้อมูลของรัฐบาลสตาร์เมอร์ ระบุว่าสหราชอาณาจักรจะไม่เปลี่ยนแปลงภาษีดังกล่าวภายใต้ข้อตกลงนี้ แต่ทั้งสองประเทศตกลงจะทำข้อตกลงการค้าดิจิทัล เพื่อลดขั้นตอนเอกสารสำหรับบริษัทอังกฤษที่ต้องการส่งออกไปยังสหรัฐ

การเจรจาจะดำเนินต่อในเรื่องอุตสาหกรรมยาและภาษีที่เหลือ รัฐบาลสหรัฐฯ จะให้ “การปฏิบัติพิเศษ” กับอังกฤษ หากมีการเก็บภาษีเพิ่มเติมในภาคส่วนอื่น ๆ เช่น ยา ไม้ ทองแดง และเซมิคอนดักเตอร์

ทั้งนี้สหรัฐและอังกฤษยังคาดว่าจะเจรจาความร่วมมือทางเทคโนโลยีขั้นสูงในสาขาต่าง ๆ เช่น ควอนตัมคอมพิวติ้ง ฟิวชันนิวเคลียร์ และการบินอวกาศ

ด้วยผลสำรวจล่าสุดที่แสดงว่าประชาชนอเมริกันมีความไม่พอใจต่อการบริหารเศรษฐกิจของทรัมป์ ข้อตกลงนี้จึงอาจเป็นทางออกของแผนขึ้นภาษีที่รุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษที่เขาเสนอไว้

ทรัมป์กำลังกดดันให้ประเทศต่าง ๆ เร่งทำข้อตกลงกับสหรัฐภายใต้ช่วงเวลาผ่อนผัน 90 วัน โดยอังกฤษไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการผ่อนผันนี้โดยตรง เนื่องจากถูกเก็บภาษีพื้นฐานเพียง 10% แทนที่จะเป็นอัตราสูงสุด

ปัจจุบันสหรัฐยังคงเผชิญข้อพิพาททางการค้ากับจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าใหญ่อันดับ 3 โดยทรัมป์ได้ขึ้นภาษี 145% กับสินค้าจีน ขณะที่รัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เจมีสัน เกรียร์ กำลังเริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการกับจีนในสัปดาห์นี้ แต่ทรัมป์ยืนยันว่าจะไม่ลดภาษีล่วงหน้าเพื่อแลกกับการเร่งข้อตกลง

ทรัมป์เริ่มใช้มาตรการขึ้นภาษีเมื่อวันที่ 2 เมษายน ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีในสัปดาห์ถัดมา หลังตลาดพันธบัตรปั่นป่วนและตลาดหุ้นดิ่งลง แต่ยังคงภาษี 10% กับเกือบทุกประเทศในช่วงเจรจา โดยอังกฤษรอดจากการถูกเก็บภาษี “แบบต่างตอบแทน” ที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศเศรษฐกิจหลักที่สหรัฐฯ ไม่ขาดดุลการค้า

การค้ารถยนต์ระหว่างสหรัฐกับสหราชอาณาจักรยังไม่สมดุล โดยปีที่แล้วสหรัฐฯ นำเข้ารถยนต์จากอังกฤษมูลค่า 8.19 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ามูลค่าส่งออกของรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กจากสหรัฐฯ ไปอังกฤษกว่า 10 เท่า

ข้อตกลงนี้จะช่วยลดภาระภาษีสำหรับส่วนเล็ก ๆ ของรถยนต์นำเข้าทั้งหมดในสหรัฐฯ โดยปีที่แล้วอังกฤษส่งออกรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กประมาณ 96,000 คัน มูลค่าราว 8.2 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่เม็กซิโก ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้ารถยนต์อันดับหนึ่งของสหรัฐฯ ส่งออกเกือบ 3 ล้านคัน แบรนด์หรูและเฉพาะทาง เช่น Jaguar Land Rover, McLaren และ Aston Martin เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง

ข้อตกลงการค้ากับสหรัฐเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในรางวัลใหญ่จากการที่สหราชอาณาจักรถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) และข้อตกลงนี้ได้สร้างความหวังว่าจะช่วยยกระดับแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษ

นอกจากนี้ยังเป็นการยืนยันแนวทางของสตาร์เมอร์ในการติดต่อกับทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้ในการเยือนทำเนียบขาวครั้งแรก สตาร์เมอร์สร้างความประทับใจแก่ทรัมป์ด้วยคำเชิญจากกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ให้เยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ แอนดรูว์ เบลีย์ กล่าวในงานแถลงข่าวหลังการลดดอกเบี้ยว่า เขายินดีกับข่าวข้อตกลงการค้าและหวังว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงกับประเทศอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

“ข้อตกลงนี้จะช่วยลดความไม่แน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ” เขากล่าว “สหราชอาณาจักรเป็นเศรษฐกิจที่เปิดมาก ดังนั้นจึงได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าและภาษีของประเทศอื่นโดยตรง”

แม้ว่าทรัมป์และทีมงานจะส่งสัญญาณต้องการทำข้อตกลง แต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เขายังแสดงท่าทีสับสน โดยลดความสำคัญของการเจรจา และกล่าวว่าเขาสามารถกำหนดอัตราภาษีและข้อยกเว้นเองได้ หากการเจรจาไม่คืบหน้า

อ้างอิง : https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-05-08/trump-announces-trade-framework-with-uk-lowering-barriers?srnd=homepage-asia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...