โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“Air Force One” กับอนาคตที่ไม่แน่นอน เมื่อทรัมป์เล็งรับ 747-8 “วังลอยฟ้า” จากกาตาร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 07.39 น.

เมื่อเครื่องบินประจำตำแหน่งของผู้นำสหรัฐฯ กลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลก ทรัมป์กำลังเผชิญทางเลือกสำคัญระหว่าง "Air Force One" กับ 747-8 "วังลอยฟ้า" จากกาตาร์

วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่า นักข่าวส่วนใหญ่ที่ร่วมเดินทางกับประธานาธิบดีสหรัฐ มักไม่ได้เห็นภายในของ Air Force One มากนัก เพราะห้องผู้สื่อข่าวอยู่ด้านท้ายของเครื่องบิน โดยต้องขึ้นบันไดทางหลังเครื่องและเลี้ยวผ่านมุมหนึ่งเข้าไป หากต้องการจะไปถึงห้องประธานาธิบดีด้านหน้า จะต้องผ่านการตรวจของเจ้าหน้าที่ Secret Service ที่ติดอาวุธ ซึ่งประจำอยู่ในห้องติดกัน

ในทริปล่าสุดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปตะวันออกกลาง ซึ่งอนาคตของเครื่องบินประจำตำแหน่งผู้นำสหรัฐ กลายเป็นหัวข้อใหญ่ของการพูดคุย โดย ฌอน แฮนนิตี้ ผู้ประกาศข่าวของ Fox News ได้รับสิทธิพิเศษนั่งแถวหน้าและสัมภาษณ์ประธานาธิบดีกลางเที่ยวบิน ส่วนสื่อมวลชนคนอื่นต้องอยู่ในห้องโดยสารเล็ก ๆ ด้านท้ายเช่นเคย

ทริปนี้ถือเป็นการเดินทางแบบสายฟ้าแลบเยือน 3 ประเทศ ใน 3 คืน ฝ่าครึ่งโลกมา โดยทรัมป์อธิบายว่า เป็นบททดสอบความอึด ซึ่งทีมงานของเขา รวมถึงผู้สื่อข่าวก็ต้องรับมือเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม Air Force One ก็ถือว่าเป็นวิธีการเดินทางที่ไม่เลวเลย ที่นั่ง 14 ที่นั่งในห้องสื่อมีความสะดวกสบายเทียบเท่าชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินทั่วไป พร้อมห้องน้ำ และโต๊ะพร้อมของว่าง ห้องโดยสารยังมีจอทีวี 2 จอที่มักเปิดช่องข่าวโปรดของผู้นำ เช่น CNN สมัยไบเดน, Fox News สมัยทรัมป์ และบางครั้งก็เปิดแมตช์กีฬาแทน ในเที่ยวบินระยะไกลจะมีอาหารเสิร์ฟบนจาน ส่วนระยะสั้นจะให้เป็นอาหารแบบ takeaway โดยประธานาธิบดีจะได้รับเมนูพิเศษแยกต่างหาก

ซึ่ง Air Force Oneลำปัจจุบันอาจต้องได้รับการปรับปรุงภายในอย่างสิ้นเชิง หากโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจรับเครื่องบิน 747-8 มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์จากกาตาร์ ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นวังลอยฟ้า และอาจกลายเป็นของขวัญจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดที่ประธานาธิบดีสหรัฐเคยได้รับ

แม้ตามเทคนิคแล้ว Air Force Oneคือชื่อเรียกสัญญาณวิทยุของเครื่องบินที่มีประธานาธิบดีโดยสารอยู่ แต่เครื่องบินลำที่ผู้คนคุ้นเคยคือ Boeing 747-200B สีฟ้า-ขาว-เงิน ซึ่งได้รับการออกแบบโดยแจ็กกี้ เคนเนดี ตั้งแต่ปี 1962 และใช้งานมาตั้งแต่ปี 1990 แม้จะมีการปรับปรุงเรื่อยมา แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ทิ้งห่างไปไกล และต้นทุนการบำรุงรักษาก็สูงขึ้นมาก เครื่องบินเริ่มแสดงให้เห็นสภาพที่ชรา ซึ่งไม่ถูกใจผู้นำอย่างทรัมป์ ที่เคยมีทั้งเครื่องบินส่วนตัวและสายการบินเป็นของตัวเองก่อนรับตำแหน่ง

ทรัมป์กล่าวเกินจริงระหว่างบรรยายอุตสาหกรรมในอาบูดาบี ว่า “ผมกำลังจะต้องขึ้นเครื่อง Boeing ที่มีอายุ 42 ปี …แต่เครื่องบินลำใหม่กำลังจะมาแล้ว”

ในสมัยแรก ทรัมป์เคยประกาศว่ากำลังสั่งสร้าง Air Force One ลำใหม่กับ Boeing โดยเปลี่ยนสีใหม่เป็นโทนแดง-ขาว-น้ำเงิน และตั้งใจให้พร้อมใช้งานในปี 2564 แต่โครงการกลับล่าช้า และบานปลายจากงบ 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้ไม่ทันใช้งานเต็มที่ในวาระที่ 2 ของเขาซึ่งจะสิ้นสุดในปี 2572 ทรัมป์จึงมอบหมายให้ อีลอน มัสก์ เร่งรัดโครงการ และแสดงความไม่พอใจอย่างมากกับเครื่องบินลำปัจจุบัน จนนำไปสู่การเปิดรับข้อเสนอจากกาตาร์

โดยทรัมป์แอบไปดูเครื่องบิน 747-8 ที่กาตาร์เสนอให้เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ ไม่นานหลังเข้ารับตำแหน่งสมัย 2 แม้ของขวัญนี้ดูหรูหรา แต่ก็เต็มไปด้วยคำถามทางกฎหมายและจริยธรรม ทั้งจากฝ่ายตรงข้ามและพันธมิตรของทรัมป์เอง

ด้านเทคนิค เครื่องบินจากต่างประเทศต้องผ่านการปรับแต่งอย่างหนัก เช่น ติดตั้งระบบเติมน้ำมันกลางอากาศ ติดตั้งระบบสื่อสารและรักษาความปลอดภัยขั้นสูง (ระดับทนระเบิดนิวเคลียร์) ตรวจสอบชิ้นส่วนทั้งหมดในเครื่อง เนื่องจากเครื่องบินจอดทิ้งไว้ไม่ใช้งานมา 13 ปี และใช้เวลาอัปเกรดอย่างน้อยถึงปี 2573

ริชาร์ด อาบูลาฟีอา นักวิเคราะห์การบิน กล่าวว่า ทุกส่วนต้องถูกถอดออกมาตรวจใหม่หมด เพราะอาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ด้านมาร์ค คานเซียน จาก CSIS ประเมินว่า ค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงเครื่องบินอาจสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดี สามารถเลือกไม่ติดตั้งระบบบางอย่างได้หากต้องการ

เมื่อ Air Force Oneรุ่นปัจจุบันปลดระวาง จะเป็นการปิดฉากบทหนึ่งของประวัติศาสตร์อเมริกัน เพราะเครื่องบินรุ่นนี้เคยใช้รับ-ส่งผู้นำถึง 6 คนทั่วโลก รวมถึงบิล คลินตัน ที่พาอดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ และจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ไปร่วมงานศพของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยิตซัค ราบิน ในปี 1995 หลังเหตุการณ์ 9/11 ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ก็ใช้เครื่องลำนี้ลอยฟ้าหลายชั่วโมงจนมั่นใจว่าปลอดภัย ก่อนลงจอดและแถลงต่อประชาชน ขณะที่ประธานาธิบดีไบเดน ก็เคยใช้เครื่องบินลำนี้เดินทางไปอิสราเอลหลังเหตุโจมตีจากฮามาสเมื่อ 7 ตุลาคม 2566

ทรัมป์เองใช้ Air Force Oneเป็นอุปกรณ์หาเสียงอย่างได้ผล ด้วยการบินต่ำผ่านฝูงชน แล้วใช้เครื่องบินเป็นฉากหลังของการปราศรัย และในการเดินทางตะวันออกกลางครั้งล่าสุด เครื่องบินขับไล่จากซาอุฯ, กาตาร์ และ UAE ได้บินประกบขณะบินผ่านน่านฟ้าของตน

แม้จะเก่าแล้ว แต่ Air Force Oneก็ยังเป็นสัญลักษณ์อำนาจของผู้นำสหรัฐที่โดดเด่นทั่วโลก และยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องบินบัญชาการบินที่แท้จริง

อาบูลาฟีอา กล่าวว่า“เครื่องบินลำนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อความหรูหรา …แต่มันคือศูนย์บัญชาการบิน ไม่ใช่ที่จัดปาร์ตี้บนฟ้า”

อ้างอิง : bbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...