โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ดีต่อคนรักสุขภาพ

INN News

เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 03.00 น. • INN News

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแซลมอน (Salmon) เป็นอาหารโปรดของใครหลาย ๆ คน ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้วปลาแซลมอนยังเป็นแหล่งของสารอาหารนานาชนิด เช่น โอเมกา 3 โปรตีน คอเลสเตอรอล โพแทสเซียม ซีลีเนียม โซเดียม กรดอะมิโน วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินบี6 วิตามินบี วิตามินอี แคลเซียม เหล็ก ซิงก์ ฟอสฟอรัส ฯลฯ

แซลมอน (Salmon) มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไร

อ้างอิงจากฐานข้อมูลคุณค่าทางโภชนาการอาหารของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA National Nutrient Database) เนื้อปลาแซลมอน (Salmon) แบบปรุงสุก (เป็นปลาแซลมอนจากฟาร์มเพาะเลี้ยง) ปริมาณ 85 กรัม หรือประมาณ 3 ออนซ์ มีสารอาหาร ดังนี้

  • พลังงาน 175 กิโลแคลอรี
  • ไขมัน 10.5 กรัม
  • โปรตีน 18.79 กรัม
  • วิตามิน B12 82% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • เซเลเนียม 46% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ไนอะซิน 28% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ฟอสฟอรัส 23% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ไทอะมีน 12% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • วิตามิน A 4% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

ทั้งนี้ปลาแซลมอนเพาะเลี้ยงในฟาร์มจะมีคุณค่าทางสารอาหารไม่เท่ากับปลาแซลมอนตามธรรมชาติ เมื่อเทียบสารอาหารจากเนื้อแซลมอนในปริมาณเท่ากัน ปรุงสุกเหมือนกัน ปลาแซลมอนตามธรรมชาติจะให้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

  • พลังงาน 118 กิโลแคลอรี
  • ไขมัน 3.65 กรัม
  • โปรตีน 19.93 กรัม
  • วิตามิน B12 177% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • วิตามีน D 64% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • เซเลเนียม 59% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ไนอะซิน 48% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ฟอสฟอรัส 39% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
  • ไทอะมีน 5% ของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

นอกจากนี้ในปลาแซลมอนทั้งแบบเพาะเลี้ยงหรือเติบโตตามธรรมชาติ ก็ยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันชนิดดี มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง รวมทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกหลายด้าน

ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ดีต่อคนรักสุขภาพ

10 ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon)

1.มีคอลลาเจนบริสุทธิ์ ช่วยให้ผิวสวย

ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ข้อแรก ช่วยในเรื่องผิวสวย เพราะในแซลมอน (Salmon) มีโอเมก้า 3 วิตามิน D และสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Astaxanthin มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก ช่วยปกป้องคอลลาเจนในผิวจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากรังสียูวี รวมถึงช่วยลดเลือนริ้วรอย เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้นได้อีกด้วย

2.ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ข้อถัดมาเลยก็คือ ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เพราะแหล่งโปรตีนในแซลมอนสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญที่ดีได้ เหมาะสำหรับคนที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก รวมถึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และช่วยลดการสะสมไขมันได้อีกด้วย

3.ช่วยชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา

ปลาแซลมอนถือเป็นอาหารช่วยบำรุงสายตา โดยเฉพาะอาการตาแห้ง โรคจอตาเสื่อม ป้องกันต้อหิน เพราะปลาแซลมอนอุดมไปด้วย DHA ซึ่งเป็นกรดที่มีอยู่ในจอประสาทตา อีกทั้งยังมีวิตามิน A ซึ่งมีสรรพคุณบำรุงสายตา รวมไปถึงเจ้ากรดไขมันโอเมก้า 3 ก็ยังดีต่อสุขภาพดวงตาอีกด้วย

4.เสริมไอคิวทารกในครรภ์

นอกจากนี้ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ยังพบว่าสามารถเสริมไอคิวของทารกในครรภ์ได้อีกด้วย การศึกษาจากประเทศอังกฤษ เผยว่า หญิงตั้งครรภ์ที่รับประทานปลาแซลมอนปรุงสุกประมาณ 340 กรัมต่อสัปดาห์ จะช่วยให้เด็กที่คลอดออกมามีระดับ IQ ที่สูง เนื่องจากปลาแซลมอนอุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยเพิ่มกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อกระบวนการเจริญเติบโต และระบบการทำงานของส่วนต่าง ๆ ในร่างกายนั่นเอง

5.ลดการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

ในเนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยโปรตีน โอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งสารอาหารทั้งหมดในเนื้อปลาถือว่ามีส่วนอย่างมากในการช่วยลดอาการเจ็บปวดบริเวณกล้ามเนื้อ ช่วยป้องกันอาการปวด และยังช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สึกหรอจากการใช้งานได้อีกด้วย

6.ช่วยพัฒนาสมอง เสริมการจดจำ

ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ข้อถัดมาเลยก็คือ ช่วยพัฒนาสมอง เสริมการจดจำ เพราะแซลมอนเป็นเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นต่อสมองอย่าง โอเมก้า-3 DHA และ EPA ซึ่งเป็นสารอาหารที่จะช่วยเรื่องความจำ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ อีกทั้งบางงานวิจัยพบกว่า โอเมก้า 3 ในปลาแซลมอน ยังช่วยลดภาวะผิดปกติทางอารมณ์ โรคเครียด โรคซึมเศร้า และสมาธิสั้นในเด็กได้

7.ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

แซลมอนอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันดีที่มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและยังช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรงขึ้นอีกด้วย การทานแซลมอนเป็นประจำ จึงช่วยลดระดับไขมันในเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น และมีส่วนช่วยในการป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี

8.ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ข้อถัดมาคือ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เพราะโอเมก้า 3 ในแซลมอนจะช่วยเพิ่มการย่อยสลายของกรดไขมัน และช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ทำให้หัวใจแข็งแรงขึ้นได้ เช่นลดความเสี่ยงต่ออาการหัวใจวาย สโตรก หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตสูง และไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงได้

9.ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง

การกินปลาแซลมอนจะช่วยเพิ่มระดับกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามิน D สารอาหารดังกล่าวในแซลมอนจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในการเกิดโรงมะเร็งต่างๆ ได้ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งในลำไส้ นอกจากนี้การกินแซลมอนยังสามารถช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อจากการใช้ยาเคมีบำบัดได้อีกด้วย

10.ช่วยทำให้ผมร่วงน้อยลง

สารอาหารในแซลมอน (Salmon) อย่างโอเมก้า 3 ,โปรตีน ,วิตามินบี 12 และธาตุเหล็ก จะช่วยในเรื่องการป้องกันผมขาดหลุดร่วง เพราะการกินปลาแซลมอน เหมือนการให้อาหารแก่รูขุมขนหนังศีรษะ อีกทั้งยังช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของเส้นผมดีขึ้นอีกด้วย

และทั้งหมดนี้ก็เป็น 10 ประโยชน์ของแซลมอน (Salmon) ที่เราได้นำมาฝากทุกคนกัน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแซลมอนเป็นปลาที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีประโยชน์ตามที่เราได้กล่าวไปข้างต้น แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดีเสมอไป การรับประทานแซลมอนหรืออาหารทะเลที่ไม่ผ่านการปรุงสุก อาจมีพยาธิ หนอนทะเล ปรสิต ที่อาจส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร ลำไส้ และเสี่ยงอาหารเป็นพิษได้

หากใครที่เป็นสาย salmon lover จริงๆ ทางเราแนะนำว่า ให้รับประทานในปริมาณที่เหมาะสม เช่น รับประทานสัปดาห์ละประมาณ 200 กรัม หรือไม่เกิน 3-4 ครั้ง/สัปดาห์ และควรรับประทานแบบปรุงสุกทุกครั้ง นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบตามหลักโภชนาการ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับสารอาหารเดิม ๆ เป็นเวลานานจนส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ขอบคุณข้อมูลจาก

bbcgoodfood,health,kapook, healthline,webmd

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...