โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวบ้านฮือฮาพบ“งูทิฟฟานี่บลู” หายาก 1 ในล้าน

WeR NEWS

เผยแพร่ 05 ต.ค. 2566 เวลา 10.42 น.

วันที่ 5 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่านายอดิศักดิ์ แตงโม หรือ แฟร้งค์ อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นผู้จับงูสีฟ้าได้ โดยเจ้าตัวให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้าวันหวยออก 3 วัน ตนได้มาตัดหญ้าที่บ้านของป้าที่ ต.คลองข่อย อ.โพธาราม จนไปพบงูตัวสีฟ้า ตอนแรกคิดว่าเป็นเศษสายไฟหรือเชือกเพราะเห็นเป็นสีฟ้า แต่พอดูใกล้ ๆ จึงรู้ว่าเป็นงู และคิดว่าแปลกดี จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เมื่อกลับบ้านได้เปิดให้แฟนดู ซึ่งแฟนได้นำรูปงูไปโพสต์ในกลุ่มงูไทย ว่าเป็นงูชนิดใด จนทราบว่าเป็นงูทิฟฟานี่บลู หรืองูนางฟ้า จึงรีบกลับไปดูจุดที่พบงู ซึ่งเป็นเวลาผ่านมา 4 วันแล้ว แต่ก็พบว่างูยังอยู่ที่จุดเดิมที่พบครั้งแรกจึงจับใส่ขวดน้ำดื่มขนาด 5 ลิตร นำกลับมาเลี้ยงที่บ้าน

ที่ผ่านมาตนเคยเห็นงูชนิดนี้แต่ในรูป แต่ไม่เคยเห็นตัวเป็น ๆ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พบเห็น สำหรับ งูที่จับได้มีความยาวประมาณ 30 ซม. บริเวณท้องมีสีขาว ลำตัวมีสีฟ้าตั้งแต่หัวถึงหาง และมีดวงตาสีทอง

ทั้งนี้นายอดิศักดิ์ ยังเผยอีกว่า คุณนิค มือปราบอสรพิษ ได้เดินทางมาที่บ้านหลังดังกล่าว เพื่อมาดูงู และเป็นคนยืนยันว่าเป็นงูทิฟฟานี่บลู เป็นงูที่หายากจะพบเจอได้แค่ 1 ในล้าน จึงตั้งใจจะเก็บเลี้ยงไว้ และตั้งแต่ได้งูตัวนี้มา ทำให้ครอบครัวของตนมีโชคลาภเกือบทุกเรื่อง ภายหลังมีคนทราบข่าวว่าจับงูทิฟฟานี่บลูได้ มีคนติดต่อมาขอซื้อหลายราย แต่ยังไม่คิดที่จะขาย และขอเลี้ยงไว้ก่อน เพราะเชื่อว่าเป็นงูนำโชค

ปัจจุบันในประเทศไทยพบงูทิฟฟานี่บลูประมาณ 5 ตัว ส่วนเรื่องความอันตรายมีพิษเหมือนกับงูเขียวหางไหม้ทั่วไป ซึ่งงูทิฟฟานี่บลูถือเป็นประเภทสัตว์หายาก สามารถนำมาเลี้ยงที่บ้านได้เพราะไม่ได้เป็นสัตว์สงวน ส่วนราคาในท้องตลาดอยู่ที่หลักพันบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...