โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมบริษัทยักษ์ระดับโลกเลือกขยายกิจการไป “ไอร์แลนด์”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ย 2566 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 29 ก.ย 2566 เวลา 07.04 น.
กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ (ภาพโดย Carmen Dominguez/ Pixabay)

คอลัมน์ : นอกรอบ ผู้เขียน : ชนาภา มานะเพ็ญศิริ Bnomics ธนาคารกรุงเทพ

เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ระดับโลก หรือแม้แต่บริษัทการเงินใหญ่ ๆ ถึงเลือกขยายกิจการไปยังไอร์แลนด์ ทั้ง Facebook, Google และ Intel ก็เป็นหนึ่งในอีกหลายบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคอยู่ที่ดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์

4 เหตุผลว่าทำไมบริษัทใหญ่ ๆ ระดับโลก ถึงย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ไอร์แลนด์

ถ้าอธิบายแบบสรุปสั้น ๆ ก็คงเป็นเพราะว่าไอร์แลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่ค่อนข้างจะเอื้อสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่บริษัทที่เข้าไปตั้ง ทั้งยังเต็มไปด้วยแรงงานทักษะสูง และยังสามารถเชื่อมต่อกับตลาดทางฝั่งยุโรปได้ จึงกลายเป็นทำเลทองอีกหนึ่งแห่งสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลกที่ต้องการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ

ไอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ำที่สุดในยุโรป

ในปี 2003 ไอร์แลนด์ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลลงมาอยู่ที่ 12.5% เป็นอัตราที่ต่ำเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาค

ซึ่งโดยเฉลี่ยของประเทศกลุ่ม OECD ในแถบยุโรป จะอยู่ที่ 21.7% แล้วยังต่ำกว่าประเทศตลาดร่วมในยุโรปอื่น ๆ เช่น

1.ฝรั่งเศส 25%

2.เยอรมนี 15.8%

3.ลักเซมเบิร์ก 25%

ด้วยอัตราภาษีที่ต่ำ ทำให้ไอร์แลนด์กลายเป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับบริษัทที่ต้องการฐานการดำเนินงานในแถบยุโรปที่คุ้มค่ากับการลงทุน

นอกจากนี้ ไอร์แลนด์ยังมีความร่วมมือทางภาษีกับตลาดที่แข็งแกร่งทั่วโลก อาทิ สหรัฐ สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และแคนาดา และยังให้สิทธิประโยชน์ในการเครดิตภาษี สำหรับการวิจัยและพัฒนามาได้ 25% อีกด้วย

จึงอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้บริษัทระดับโลกขนาดใหญ่อย่าง Pfizer, Merck, Novartis และ Johnson & Johnson หันมาตั้งฐานการผลิต ศูนย์วิจัยและพัฒนา และออฟฟิศอยู่ที่ไอร์แลนด์

ไอร์แลนด์มีแรงงานทักษะสูงจำนวนมาก

ไอร์แลนด์มีแรงงานที่แข็งแกร่งอย่างมากเนื่องจากระบบการศึกษาที่ดี จึงได้บ่มเพาะคนที่มีความสามารถโดดเด่นเป็นที่ต้องการของบริษัทใหญ่ ๆ ในหลายอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี เวชภัณฑ์

ทุกวันนี้ ไอร์แลนด์มีสัดส่วนของเด็กอายุ 18 ที่ได้รับการศึกษาสูงถึง 98% สูงกว่าประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และจากการสำรวจล่าสุดยังพบอีกด้วยว่าไอร์แลนด์ติดอันดับที่ 5 ในการจัดอันดับประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยท้องถิ่นเริ่มเปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับ AI และเทคโนโลยี บางมหาวิทยาลัยก็มีโครงการความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยี เช่น Trinity College กับ Huawei หรือ University College Cork กับ Tyndall National Institute ที่ได้ร่วมกันทำโปรแกรมเพื่อบ่มเพาะสตาร์ตอัพในประเทศ

ดังนั้นไอร์แลนด์จึงเต็มไปด้วยแรงงานที่มีทักษะที่สามารถแข่งขันได้ในโลกที่ดิจิทัลทวีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนของ AI และเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทเทครายใหญ่อย่าง Facebook, Google, LinkedIn, Indeed, IBM และ Microsoft ก็เป็นหนึ่งในบริษัทเทคระดับโลกที่ใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบนี้ของไอร์แลนด์ จึงเลือกไอร์แลนด์ให้เป็นสำนักงานในโซนยุโรป

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Intel ก็ลงทุนไปกว่า 1.7 หมื่นล้านยูโร ในโรงงานผลิตของไอร์แลนด์ ซึ่งคิดเป็น 2 เท่าของเม็ดเงินที่ลงทุนในไอร์แลนด์ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา

และตามแผนนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานในตำแหน่งที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีระดับสูงถึงกว่า 1,600 ตำแหน่ง พิสูจน์ให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแรงงานที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีในไอร์แลนด์เป็นอย่างยิ่ง

Brexit ก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไอร์แลนด์

ในขณะที่สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป ก่อให้เกิดความยุ่งยากลำบากมากมาย แต่ในความวุ่นวายนั้นกลับกลายเป็นโอกาสใหม่สำหรับประเทศพัฒนาแล้ว และประชาชนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไอร์แลนด์

บริษัทระดับโลกหลาย ๆ แห่ง เช่น Stripe และ JP Morgan ต่างก็ย้ายสำนักงานในยุโรปจากสหราชอาณาจักรมายังไอร์แลนด์ เนื่องจากมีข้อดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

1) การมีศูนย์กลางทางการเงินที่มั่นคง : ดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ เป็นที่ตั้งของศูนย์การเงินกว่า 1,000 บริษัท

2) ไม่มีกำแพงภาษา : ไอร์แลนด์และมอลตา เป็นประเทศในยุโรปเพียง 2 ประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ

3) มีกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ : เนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นฐานให้แก่ต่างประเทศ และเป็นแหล่งของแรงงานที่มีทักษะโดดเด่นมากมาย ไอร์แลนด์จึงมีกฎหมายที่เอื้ออำนวยทั้งทางฝั่งบริษัทต่างประเทศ และคนเก่ง ๆ ที่ต้องการย้ายงาน

จากการสำรวจพบว่าหลังจากเกิด Brexit บริษัททางการเงินหลายแห่งก็ย้ายฐานที่ตั้งจากลอนดอน มายังดับลิน เช่น Barclays, Coinbase, Morgan Stanley, S&P Global, Equilend และ JP Morgan

สามารถเข้าถึงตลาดในแถบยุโรปได้ง่าย

หนึ่งในอีกเหตุผลหลักที่หลายบริษัทเลือกมาตั้งสำนักงานที่ไอร์แลนด์ ก็คือทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ ที่ดูน่าจับตามองได้ เพราะบริษัทใดก็ตามที่ขยายกิจการมายังไอร์แลนด์ ก็จะสามารถเข้าถึงสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของยุโรปได้ทันที และยังถือเป็นตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

และเมื่อเป็นบริษัทที่ดำเนินการภายในสหภาพยุโรป จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางการค้ามากมาย ทั้งสามารถส่งออกสินค้าไปยังประเทศใกล้เคียง และประเทศไหนก็ได้ทั่วโลก มีการคุ้มกันทางการค้าจากตลาดต่างประเทศ เช่น เอเชีย และแอฟริกา เป็นตลาดขนาดใหญ่ มั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะขายสินค้าหรือบริการอะไรก็จะมีตลาดรองรับ

ไอร์แลนด์จึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ ว่าบางครั้งเราไม่ได้จำเป็นต้องเป็นประเทศค่าแรงถูกเพื่อดึงดูดนักลงทุนเสมอไป แต่เปลี่ยนโจทย์เป็น

“จะทำอย่างไรให้แรงงานมีศักยภาพ มีทักษะที่ตลาดแรงงานยุคใหม่ต้องการ” น่าจะสามารถดึงดูดนักลงทุนได้อย่างยั่งยืนมากกว่า…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...