โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลัง ชี้ การบินไทยจับมือเตอร์กิชแอร์ไลน์ เพิ่มตลาดใหม่ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ส.ค. 2566 เวลา 13.49 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2566 เวลา 01.45 น. • The Bangkok Insight

คลัง ชี้ การบินไทยจับมือเตอร์กิชแอร์ไลน์ เพิ่มตลาดใหม่ ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากการแถลงข่าวของบริษัท กาsบินไทย จํากัด (มหาชน) ที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่างบริษัท กาsบินไทย จํากัด (มหาชน) และเตอร์กิชแอร์ไลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมการทำธุรกิจแบบ Joint Venture ของทั้ง 2 สายการบิน

รวมทั้ง บริษัท กาsบินไทย จํากัด (มหาชน) จะเริ่มให้บริการเที่ยวบินไปยังนครอิสตันบูลในเดือนธันวาคม 2566 ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ในฐานะสายการบินที่เป็นประตูสู่ประเทศไทยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและออสเตรเลีย และจะเป็นการเปิดประตูไปสู่ประเทศตุรกี กลุ่มประเทศที่มีอาณาเขตติดกับตุรกี กลุ่มประเทศแอฟริกา และประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคยุโรปตะวันออก

การบินไทย

ส่งเสริมการท่องเที่ยว-การค้า-การลงทุน-กระจายฐานนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เมื่อประกอบกับการประเมินทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ที่คาดว่าจะขยายตัว 3.5% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ว่า จะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 29.5 ล้านคน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ 1.25 ล้านล้านบาท

โดยในช่วงที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวของไทยยังพึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างมาก ซึ่งหากนักท่องเที่ยวจีนไม่ได้เดินทางมาประเทศไทยตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ อาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวไทยได้ จึงจำเป็นที่ภาคการท่องเที่ยวของไทยจะต้องเร่งหาตลาดใหม่และกระจายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

การบินไทย

ดังนั้น การเปิดเส้นทางบินใหม่ของบริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ระหว่างกรุงเทพฯ และนครอิสตันบูล จะมีส่วนสำคัญที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุนของทั้งสองประเทศ รวมทั้งการกระจายฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เนื่องจากนครอิสตันบูลตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางระหว่างเอเชียและยุโรป ซึ่งการเดินทางระหว่างกันของประชาชนทั้งสองประเทศมีความสะดวกเนื่องจากได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศ ถ้าพำนักอยู่ในประเทศนั้น ๆ ไม่เกิน 30 วัน

อีกทั้งสนามบินของนครอิสตันบูลจะเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางไปยังตลาดใหม่ ๆ ของประเทศที่มีอาณาเขตเชื่อมโยงกับตุรกี เช่น กรีซ จอร์เจีย บัลแกเรีย อาเซอร์ไบจาน กลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออก และกลุ่มประเทศแอฟริกาอีกด้วย

โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทย และตุรกี (ประชากร 85 ล้านคน และมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 906 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน 2566) มีนักท่องเที่ยวจากประเทศตุรกี กลุ่มประเทศที่มีชายแดนติดกับตุรกี กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก และกลุ่มประเทศแอฟริกาเดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1.04 ล้านคน ขยายตัวกว่าร้อยละ 711.62 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การบินไทย

เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยและประเทศในกลุ่มยุโรปตะวันออก

ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังมั่นใจว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยจะยังคงมีทิศทางขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยจากการอันดับของสถาบันวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Economics Institute) เปิดเผยว่าในปี 2566 ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชียแปซิฟิก ที่นักท่องเที่ยวต้องการมาเยือนและพักแรมมากที่สุด

ซึ่งการเปิดเส้นทางบินใหม่ของบริษัท กาsบินไทย จํากัด (มหาชน) ระหว่างกรุงเทพและนครอิสตันบูล จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้สร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศตุรกีและประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มยุโรปตะวันออก รวมทั้งประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...