โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชาวบ้านกดดัน นายกฯชำราก เร่งซ่อมฝายหลังน้ำเค็มทะลัก หวั่นสวนผลไม้เสียหาย

77kaoded

เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2566 เวลา 04.11 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชาวบ้านกดดันนายกเทศมนตรีตำบลชำราก ซ่อมฝายคลองบ้านแตง หลังน้ำเค็มจากทะเลไหลเข้าคลอง หวั่นทำต้องสวนผลไม้ตาย

จากกรณีน้ำทะเลตราดขึ้นสูง ทะลักเข้าฝายบ้านแตงที่ชำรุดมานานส่งผลน้ำเหนือฝายกลายเป็นน้ำกร่อย และไหลขึ้นไปยังต้นน้ำยาวกว่า 500 เมตร ส่งผลกระทบต่อชาวสวนผลไม้ที่ปลูกทุเรียนและผลไม้อื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง หากไม่แก้ไขใน 10 วัน พืชผลทางเกษตรอาจเสียหาย 500 ไร่ มูลค่าความเสียหาย 100 ล้านบาท

ชาวสวนผลไม้ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกเทศบาลตำบลชำรากรวมตัวไปที่ฝายคลองบ้านแตง หมู่ 2 ตำบลชำราก อ.เมือง จ.ตราด กว่า 20 คน เพื่อตรวจสอบระดับน้ำทะเลที่กำลังขึ้นล้นฝาย แต่พบว่า น้ำทะเลได้ทะลักเข้ามาจากประตูน้ำที่ชำรุดเสียหายจำนวนมาก โดยจุดชำรุดนั้น อยู่บริเวณประตูฝาย ซึ่งมีน้ำทะเลใต้ฝายทะลักเข้ามาจำนวนมาก แต่ระดับน้ำทะเลยังไม่สูงเกินสันฝาย แต่ในช่วงดังกล่าวยังไม่ใช่ช่วงที่มีน้ำทะเลขึ้นสูงที่สุด ขณะที่ชาวสวนผลไม้ชำรากรายหนึ่ งได้น้ำเครื่องวัดความเค็มของน้ำทะเลใต้ฝายและเหนือฝายมาเทียบกันว่าจะมีค่าเท่าไร?

จากการตรวจความเค็มของน้ำใต้ฝาย พบว่า มีค่าของเกลือเท่ากับ 1.50 มิลลิปรอท และเมื่อไปตรวจในพื้นที่เหนือฝายพบว่า มีค่าความเค็มเท่ากับ 0.70 มิลลิปรอท ซึ่งแสดงให้เห็นว่า น้ำทะเลที่ทะลักเข้าไปยังพื้นที่เหนือฝายเริ่มมีความเค็มแล้ว แม้ครั้งนี้จะเป็นน้ำกร่อยก็ตาม

นายทวีศักดิ์ แพทย์พิบูลย์ ชาวบ้านคนหนึ่ง กล่าวว่า ปัญหาน้ำเค็มล้นฝายเกิดขึ้นมานานแล้ว และได้แจ้งให้ทางเทศบาลชำรากได้แก้ไข เนื่องจากน้ำเค็มได้เข้าไปในคลองบ้านแตงยาวกว่า 500 เมตร และทิ้งร่องรอยไว้เมื่อน้ำทะเลลง ซึ่งทำให้น้ำจืดมีความเค็มและเป็นน้ำกร่อยที่กำลังส่งผลกระทบต่อต้นไม้ที่กำลังออกดอก เช่น ทุเรียน ซี่งหากปล่อยไว้นานไม่เกิน 10 วัน จะส่งผลกระทบในระยะสั้น ทำให้ผลไม้ทั้งตายและไม่ออกดอกออกผล ในระยะยาวจะไม่สามารถใช้พื้นที่ทำการเกษตรกรรมได้ เนื่องจากดินเค็มและจะแกไขยากมาก แต่เมื่อทางเทศบาบชำรากรับรู้แล้ว ตั้งงบประมาณไว้แล้ว ประชุมร่วมกับทางจังหวัดและทางอำเภอก็สั่งการให้ดำเนินการได้เลยแต่ยังไม่ดำเนินการอะไรเเละอ้างทางสำนักงานฯเจ้าท่าตราด ต้องให้ชาวบ้านต้องยินยอมอุทิศที่ดินให้ครบก่อนจีงจะดำเนินการได้ ซึ่งการแก้ปัญหาอาจจะไม่ทันการณ์

ส่วนนายสมศักดิ์ อนันต์ รองประธานสภาเทศบาลตำบลชำราก เปิดเผยว่า ยอมรับว่าปัญหาน้ำเค็มทะลักเข้าไปในพื้นที่น้ำจืดเกิดขึ้นมานานหลายปี และได้มีการซ่อมแซมมาแล้ว ล่าสุด เมื่อเทศบาลชำรากรับทราบเรื่องนี้ ได้ดำเนินการตั้งงบประมาณผ่านสภาเทศบาลไปแล้ว และพร้อมที่จะทำฝายดินชั่วคราว แต่ติดที่สำนักงานเจ้าท่าตราดที่ให้เทศบาลชำรากทำเอกสารให้ครบ โดยเฉพาะใบยินยอมที่ต้องมีครบทุกคน ซึ่งขณะนี้เหลือ 3 คน และยังติดตามไม่ได้ ซึ่งแม้ทางจังหวัดจะประชุมไว้แล้ว และนายอำเภอจะให้ทางเทศบาลดำเนินการไปก่อน แต่ทางพนักงานราขการเทศบาลไม่กล้าดำเนินการก่อนเนื่องจากผิดระเบียบและอาจจะถูกดำเนินคดีได้

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายทัธนา อินทผลึก นายกเทศมนตรีตำบลชำราก เปิดเผยว่า ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ทางเทศบาลฯได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 หลังทราบปัญหาเพื่อหารือในเรื่องการดำเนินทำฝายดินชั่วคราวปิดกั้นคลองบ้านแตง โดยครั้งแรกเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หากจะดำเนินการต้องขออนุญาตจากคณะรัฐมนตรี จึงเปลี่ยนสถานที่ใหม่ที่สำนักงานเจ้าท่าตราดรับผิดชอบจึงทำหนังสือหารือไป ระหว่างนั้นได้ประชุมสภาเทศบาลตั้งงบประมาณ 350,000 บาท แต่การดำเนินการล่าช้าจากการที่ทางสำนักงานเจ้าท่าส่งเรื่องมา ต้องมีการประชุมกรรมการระดับจังหวัดและล่ารายชื่อของประชาชนในพื้นที่ให้ยินยอมทั้งหมด ซึ่งวันนี้จากที่มี 19 คนเหลือเพียง 2 คน ซึ่งได้ประสานกับสำนักงานที่ดินจังหวัดเพื่อขอทราบชื่อและที่อยู่จะได้ดำเนินการให้เเล้วเสร็จโดยเร็ว

”ทางนายอำเภอและทางจังหวัดก็แจ้งว่าให้ทำได้ก่อนเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่พนักงานราขการไม่กล้าที่จะดำเนินการใดๆเนื่องจากเกรงว่าจะถูกร้องเรียนและถูกดำเนินคดี ทำให้การแก้ปัญหาทำไม่ได้ แต่ทางเทศบาลก็เร่งรัดในการติดต่อประสานงานกับเจ้าของที่ดิน 2 ราย ที่เหลือและได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับเจ้าท่า จ.ตราด เรื่องปัญหาของชาวบ้านผมพร้อมแก้ปัญหาแต่ก็ต้องยึดระเบียบด้วย“

นายทัธนา กล่าวอีกว่า ฝายบ้านแตงแห่งนี้ เป็นของชลประทานตราดที่เข้ามาก่อสร้างเพื่อป้องกันน้ำเค็มเข้าไปพื้นที่การเกษตรและยังสามารถเก็บน้ำจืดไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง หลังจากนั้นชลประทานได้โอนมาให้ทางเทศบาลชำราก ซึ่งการก่อสร้างสร้างมานานกว่า 25 ปี และมีการซ่อมแซมมาครั้งหนึ่งแล้วเพราะมีการรั่วไหลของน้ำทะเล แต่ยังซ่อมไม่ตรงจุดเนื่องจากต้องไปซ่อมใต้น้ำ จึงจะทำหนังสือไปยังชลประทานตราดให้มาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ เนื่องจากเกินศักยภาพของเทศบาลชำราก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...