โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดคำสารภาพหนุ่มโหด ลวงพ่อ-น้องนอนหีบเหล็ก เข็นลงน้ำทั้งเป็น-ดับทุรน คดีสยองพังโคนสกลนคร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 15 ม.ค. 2567 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. 2567 เวลา 06.04 น.
กล่องเหล็กของกลางในคดี

คดีชายวัย 35 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมพ่อและน้องสาว โดยลวงให้เข้าไปนอนในหีบเหล็ก ลักษณะคล้ายโลง ถ่วงน้ำทั้งเป็นจนเสียชีวิต ที่ จ.สกลนคร

สะท้อนสภาพจิตใจของคนในสังคมที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงจัดการปัญหา

จนเกิดคดีสยองขึ้นไม่เว้นวัน

ลวงใส่หีบเหล็กถ่วงน้ำทั้งเป็น

เรื่องราวฆาตกรรมสยองครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 9 มกราคม 2567 ศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้งจากชาวบ้านให้ตรวจสอบเหตุชายท่าทางพิรุธ เอะอะโวยวายอยู่บริเวณกลางสระน้ำหนองหลุมหิน บ้านสร้างขุ่ย ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร

จึงประสาน ร.ต.อ.ถาวร ใจปัดขา รอง สวป.สภ.พังโคน จ.สกลนคร รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เกียรติภูมิ สุวรรณไตรย์ ผกก.สภ.พังโคน เจ้าหน้าที่สายตรวจและฝ่ายสืบสวน

ที่เกิดเหตุพบนายวรุตย์ เดชภูมิ อายุ 35 ปี ชาวบ้าน ต.สว่าง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ยืนอยู่ริมสระน้ำ พูดจาวกวน โดยมีแท่นเหล็กสร้างขึ้นใหม่อยู่กลางน้ำ ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าเมื่อช่วงกลางวันพบหีบขนาดใหญ่ 2 ใบตั้งอยู่บนแท่น แต่เมื่อตกดึกก็ไม่เห็นตั้งอยู่แล้ว

เมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปค้นหาในน้ำ ก็พบหีบเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลักษณะคล้ายโลง จำนวน 2 ใบ ขนาด 180 x 55 x 58 ซ.ม. และขนาด 190 x 55 x 58 ซ.ม. ด้านนอกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ ล็อกกุญแจแน่นหนา ฝาด้านหนึ่งเป็นช่องกรงเหล็ก น้ำเข้าได้

ที่น่าสะพรึงคือแต่ละหีบพบร่างชายและหญิงเสียชีวิตอยู่ภายใน

ตำรวจจึงควบคุมตัวนายวรุตย์ไว้สอบสวน ได้ความว่าผู้เสียชีวิตชื่อ นายประหยัด เดชภูมี อายุ 66 ปี และ น.ส.เพียงเพ็ญ เดชภูมี อายุ 33 ปี เป็นพ่อและน้องสาวของนายวรุตย์ โดยเจ้าตัวยอมรับว่าออกอุบายชวนพ่อและน้องสาวว่าจะพาไปตกปลาที่เขื่อนภูมิพล ก่อนหลอกทั้งคู่เข้าไปนอนในหีบเหล็ก ปิดฝาและใช้โซ่พัน ล็อกกุญแจ

จากนั้นผลักลงน้ำจมเสียชีวิตทั้งคู่

นายพงษ์พัฒน์ อินธิจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านสร้างขุ่ย หมู่ 6 ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 14.00 น. ตนเดินทางไปตรวจรับคลอรีนที่นำมาส่งให้กับระบบผลิตประปาหมู่บ้านที่หนองหลุมหิน ผ่านจุดเกิดเหตุเห็นแท่นวางยกสูงจากน้ำ พร้อมกับหีบเหล็กตั้งอยู่บันไดทางลงห่างฝั่งประมาณ 2 เมตร รู้สึกแปลกใจจึงถ่ายรูปไว้ก่อนให้ลูกบ้านมาตรวจสอบว่ามีใครมาติดตั้งระบบพัฒนาประปาหมู่บ้านหรือไม่ เพราะได้ร้องขอจากภาครัฐไป แต่สอบถามปรากฏว่าไม่มีใครทราบเรื่อง

จากนั้นเวลาประมาณ 23.00 น. ตนรับแจ้งจากลูกบ้าน ว่ามีเสียงเอะอะโวยวายคล้ายคนทะเลาะกันแถวจุดเกิดเหตุ ประกอบกับบริเวณนั้นมืด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ สภ.พังโคน พร้อมฝ่ายปกครองและลูกบ้านเข้าไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งจอดด้านบน เป็นรถฟอร์ด สีน้ำเงิน ทะเบียนอุดรธานี จากนั้นจึงพบนายวรุตย์ยืนอยู่คนเดียว ใกล้แท่นวางหีบเหล็ก สอบถามบอกว่าไม่มีอะไร อยู่คนเดียว ส่วนพ่อและน้องสาวที่มาด้วยกลับที่พักซึ่งอยู่ในละแวกดังกล่าวไปแล้ว

แต่ตนเห็นผิดสังเกต เพราะก่อนหน้านี้ตอนบ่ายถ่ายภาพไว้มีหีบเหล็ก 2 ใบตั้งอยู่บนแท่นวาง จึงส่องไฟไปใกล้ๆ ฐานแท่น พบเงาดำในน้ำลึกประมาณ 2 เมตร เห็นเป็นหีบเหล็กจึงให้กู้ภัยพังโคนและชาวบ้านลงไปยกขึ้นมา ก็พบร่างของสองพ่อลูก นอนเสียชีวิตในหีบเหล็กที่มีโซ่พันรอบๆ โดยหีบเหล็กหัวท้ายไม่ได้ปิดมิดชิด เป็นแค่ตะแกรงลูกกรงกันไว้เท่านั้น

สําหรับนายวรุตย์ เมื่อจำนนด้วยหลักฐาน จึงสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำ แต่ก็ให้การวกไปวนมา อ้างว่าพ่อและน้องสาวเข้าไปตามคำหลงเชื่อ ที่ตนเองบอกว่าอยากให้พ่อกับน้องเข้าไปลองนอนดูจะได้รู้สึกว่าคนหาปลาเป็นอย่างไร พอทั้งคู่มุดเข้าไป ก็ผลักหีบเหล็กลงไปในน้ำ จนทั้งคู่จมเสียชีวิต

ผู้ใหญ่บ้านสร้างขุ่ยกล่าวว่า ตนเองไม่ทราบรายละเอียดว่าเขาทำอย่างไรบ้างก่อนที่พ่อและน้องสาวของเขาจะจบชีวิตลง แต่มีภาพที่ตนถ่ายไว้ก่อนเกิดเหตุ และคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นรถหกล้อบรรทุกสินค้าวิ่งผ่านเข้าไปในหมู่บ้าน และภาพรถเก๋งของ 3 พ่อลูก

ต่อมา พ.ต.ท.วสันต์ ใจมั่น สารวัตรอำนวยการ สภ.สว่างแดนดิน ลงหาข้อมูลยังภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุ พบช่างที่รับต่อหีบเหล็กให้นายวรุตย์ เผยว่า นายวรุตย์สั่งทำหีบเหล็กเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 จำนวน 2 ใบ ราคารวม 12,000 บาท อ้างว่าจะนำไปใส่อุปกรณ์ตกปลาทำคอนเทนต์ลงยูทูบ เมื่อทำแล้วเสร็จให้นำไปส่งที่อาคารอเนกประสงค์ของชุมชนสนามชัย อ.สว่างแดนดิน กระทั่งนายวรุตย์นำรถหกล้อมาขนออกไปเมื่อวันที่ 8 มกราคม

นายวรุตย์บอกกับญาติว่าทั้ง 3 คนจะไปเที่ยวเขื่อนภูมิพล จ.ตาก แล้วก็พากันออกไปจากบ้านตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ก่อนจะมาทราบเหตุการณ์สลดขึ้น

สําหรับผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหาค่อนข้างมีฐานะ มีกิจการหอพักขนาด 3 ชั้น อยู่ อ.สว่างแดนดิน ทั้ง 3 คนช่วยกันดูแล แม่ผู้ต้องหาเป็นอดีตข้าราชการ เสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน

ขณะที่น้าน้อย น้าของนายวรุตย์ กล่าวว่า ก่อนเสียชีวิตนายประหยัดเอากุญแจหอพักมาฝากไว้กับตน บอกว่าจะไปเที่ยวเขื่อนภูมิพล ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 8 มกราคม นายประหยัดบอกว่าจะพาลูกชายไปที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งใน อ.พังโคน ไม่แน่ใจว่าไปทำอะไรกัน ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้น

ตนไม่เห็นนายวรุตย์มานานตั้งแต่อยู่ ม.6 เพิ่งมาเห็นหน้าอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา และไม่ได้พูดคุยกัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจำตนได้หรือเปล่า แต่แม่นายวรุตย์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว เคยบอกตนว่าลูกชายเป็นคนเรียนเก่ง มีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ ส่วน น.ส.เพียงเพ็ญ เมื่อครั้งยังเด็กครอบครัวเคยพาไปเที่ยวภูกระดึงแล้วพลัดหลงกัน ตั้งแต่นั้นมาก็มีสภาพจิตใจไม่ปกติ

นายประหยัด ผู้พ่อเป็นคนนิสัยดี เข้ากับครอบครัวได้ดี แต่เคยมีปากเสียงกับลูกชายเมื่อตอนภรรยาเสียชีวิต ซึ่งตนก็ไม่ทราบลึกๆ ว่าก่อนหน้าจะเกิดเหตุ มีอะไรบาดหมางหรือทะเลาะกันมาหรือไม่

สารภาพปมแค้นเรื่องมรดก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ต.อ.โชคชัย อินทะนิน รอง ผบก.ภ.จว.สกลนคร กล่าวว่า ภายหลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องหา ทราบว่าแรงจูงใจการก่อเหตุเกิดจากการมีปากเสียงกับผู้เป็นพ่อ ตั้งแต่ปลายปี 2566 ต่อเนื่องมา ด้วยเรื่องที่นายประหยัดขู่ตัดสัมพันธ์พ่อลูก ลามไปถึงขู่จะตัดออกจากกองมรดก

ทำให้เกิดความแค้นสะสม สั่งทำหีบเหล็กขึ้น 2 ใบ แล้วออกอุบายหลอกพ่อว่าจะไปทำอาชีพเปิดบ่อตกปลา พ่อหลงเชื่อจึงร่วมเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุด้วย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายวรุตย์ออกอุบายหลอกให้พ่อและน้องทดลองลงไปนอนในหีบเหล็ก โดยบอกอีกว่าเมื่อแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดโดนความร้อนจะพองตัวเป็นที่นอนพอดีกับหีบเหล็ก ด้วยความเชื่อใจ พ่อจึงถอดเสื้อผ้าเดินขึ้นไปบนแท่นเหล็ก และนอนลงในหีบเหล็ก

ก่อนที่นายวรุตย์จะปิดฝาแล้วคล้องด้วยโซ่ล็อกกุญแจ ผลักลงไปในน้ำเป็นรายแรก ขณะที่น้องสาวพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการณ์ นายวรุตย์ผลักหีบเหล็กใบที่สองที่น้องลงไปนอนอยู่ตามลงไป

หลังเหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 5 นาที นายวรุตย์อ้างว่าเกิดสำนึกผิด อยากช่วยเหลือพ่อและน้องขึ้นมา แต่ทั้งคู่ได้เสียชีวิตแล้ว จึงนั่งรออยู่ตรงบริเวณจุดเกิดเหตุ ตามที่มีคนแจ้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

ส่วนที่ว่าในเมื่อขัดแย้งทะเลาะกับพ่อ ทำไมต้องก่อเหตุกับน้องสาวด้วยนั้น นายวรุตย์ให้การว่า เพราะน้องสาวเห็นดีเห็นงามกับพ่อทุกเรื่อง ตนจึงแค้นไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นายวรุตย์ให้การรับสารภาพว่า ขณะก่อเหตุตนเองมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ไม่เคยใช้สารเสพติด ไม่ใช่ผู้ป่วยจิตเวช ขณะที่ น.ส.เพียงเพ็ญ ผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นน้องสาว เป็นผู้ป่วยออทิสติก

เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ก่อเหตุกระทำเพียงคนเดียว เพราะอุปกรณ์หีบเหล็กมีล้อเลื่อนติดตั้งมาด้วย จึงเชื่อได้ว่าการผลักลงน้ำสามารถทำได้เพียงลำพัง อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

ส่วนที่มีกระแสตั้งข้อสงสัยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการทำคอนเทนต์ไสยศาสตร์หรือไม่นั้น น่าจะเป็นแค่คำกล่าวอ้างของผู้ก่อเหตุ กับช่างที่รับจ้างประกอบหีบเหล็กเท่านั้น

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหานายวรุตย์ “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา กระทำการต่อบุพการี และกระทำการอันเป็นการโหดร้ายทารุณ” พร้อมนำตัวไปตรวจสุขภาพจิตที่โรงพยาบาลพังโคน เพื่อเป็นการยืนยัน โดยเจ้าตัวปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดสกลนครฝากขังต่อไป

พฤติกรรมคนร้ายคดีนี้นับว่าโหดเหี้ยมเกินกว่าคนปกติจะกระทำต่อกัน เพราะเป็นการจงใจฆ่าพ่อบังเกิดเกล้า และน้องสาวแท้ๆ ด้วยวิธีการทารุณ เจตนาต้องการให้เหยื่อได้รับความทรมานจนตาย! การที่ตำรวจให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจยืนยันสภาพจิตใจผู้ก่อเหตุ

ก็เพื่อป้องกันการอ้างเป็นเหตุให้ไม่ต้องรับโทษ ที่เจ้าตัวก่อขึ้นนั่นเอง

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดคำสารภาพหนุ่มโหด ลวงพ่อ-น้องนอนหีบเหล็ก เข็นลงน้ำทั้งเป็น-ดับทุรน คดีสยองพังโคนสกลนคร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...