โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

โทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 ก.พ. 2567 เวลา 13.30 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2567 เวลา 13.30 น. • ข้าอยากรวย
เมื่อนางร้ายอย่างฉันได้มาเกิดใหม่ ในร่างของหญิงสาวที่กำลังถูกสามีขอหย่า เหอะ! หย่าก็หย่าไปสิ สามีไม่ดีแบบนี้ฉันเองก็ไม่ต้องการ!

ข้อมูลเบื้องต้น

นิยายเรื่อง โทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการ

จากนางร้ายชื่อดังต้องมาเกิดใหม่อยู่ในร่างของสาวเฉิ่ม หญิงสาวที่กำลังถูกสามีผู้เป็นที่รักขอหย่า ทว่าเธอดันเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์นี้เข้าพอดี แล้วคิดว่าคนสวย ๆ อย่างเธอจะยอมเหรอ หย่าก็หย่าไปสิคะ!

เพราะเกิดใหม่ครั้งนี้ เรื่องสามงสามีฉันไม่ต้องการ สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือเงินคะ เงินคือทุกอย่างของชีวิตเพราะทุกวันนี้โลกมันหมุนได้ด้วยเงินทั้งนั้น ส่วนใครที่อยากจะได้อดีตสามีคนนั้นก็เอาไปเถอะ! ฉันยกให้……..

ชี้แจง

นิยายเรื่องโทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการเป็นนิยายจีนเกิดใหม่แนวสุขนิยม เน้นอ่านเพื่อความสุขและความบันเทิงเท่านั้น

นิยายเรื่องโทษที! สามีคนนี้ฉันไม่ต้องการแต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ห้ามคักลอกดัดแปลงหรือทำซ้ำ สถานที่เหตุการณ์เกิดจากจินตนาการ ไม่มีการอ้างประวัติศาสตร์แต่อย่างใด

นามปากกา: ข้าอยากรวย

เกิดใหม่ทั้งที ดันโดนสามีขอหย่า

“ซี๊ด!” มือเรียวยกขึ้นมากุมขมับก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองไปยังรอบห้อง ดวงตาสวยมองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อหาใครสักคน แต่ว่าในห้องที่กว้างใหญ่แห่งนี้มีแค่เธอเพียงคนเดียวเท่านั้น

“ซิ นี่ฉันยังเป็นดาราดังอยู่หรือเปล่า” เซี่ยวเฟยบ่นอย่างไม่จริงจังเพราะเธอก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมีใครมาดูแลเธอ

นางร้ายอย่างเธอใครเขาอยากจะอยู่ใกล้ การที่พวกเขานำตัวเธอมาส่งที่โรงพยาบาลมันก็ถือว่าดีมากแล้ว

“ขออนุญาตคะ” ประตูห้องถูกผลักเข้ามาหลังสิ้นเสียงประโยคหนึ่ง

“คุณหลินเยียนฟื้นแล้วเหรอคะ” พยาบาลสาวทักทายตามหน้าที่ ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยกลับเลิกลัก หันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของชื่อที่พยาบาลสาวเรียก

ทว่าภายในห้องกลับไม่มีใครอยู่เลยนอกจากตัวเธอ

“เธอพูดกับฉันเหรอ” นิ้วเรียวชี้เข้าหาตัวเองเพราะคิดว่าพยาบาลสาวน่าจะเข้าห้องผิด

“เอ่อ ใช่ค่ะ”

“ฉันชื่อหลินเยียน” อะไรกัน นี่เธอกำลังถ่ายละครอยู่เหรอ แต่จะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อในห้องแห่งนี้ไม่มีกล้องเลยสักตัว

“เอ่อ ใช่ค่ะคุณหลินเยียน ดิฉันขอตรวจดูอาการเบื้องต้นก่อนนะ”

บางที่คุณผู้หญิงท่านนี้อาจจะนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลมากเกินไปจึงทำให้มีอาการเบลอได้

นางพยาบาลจัดการตรวจร่างกายเบื้องต้นของหญิงสาวอย่างละเอียด ก่อนจะผละออกจากห้องเพื่อรายงานอาการของผู้ป่วยให้กับหมอประจำตัวผู้ป่วยทราบ

เซี่ยวเฟยที่เก็บอาการมาสักพักหลังจากที่พยาบาลสาวยืนยันว่าตนนั้นคือหลินเยียนไม่ใช่เซี่ยวเฟย ร่างบางจึงรีบลุกพรวดเข้าไปยังห้องน้ำทันที

“เซี้ย! เกิดอะไรขึ้น” ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือบางลูบหน้าเนียนไปทั่วอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา เพราะคนในกระจกนั้นไม่ใช่ตัวเธอเลยสักนิด

แล้วเธอมาอยู่ในร่างของใคร……

ก่อนหน้านั้นเธอยังถ่ายละครอยู่เลยและหากจำไม่ผิด ฉากสุดท้ายที่กำลังถ่ายคือฉากที่เธอตกจากหน้าผา หลังจากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้ รู้ตัวอีกทีตื่นขึ้นมาเธอก็มาอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว

ที่สำคัญเธอไม่ได้อยู่ในร่างของตัวเอง แต่อยู่ในร่างของหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่งร่างหลินเยียน

“เซี้ย! นึกว่าเรื่องแบบนี้มีแต่ในละคร” เอาล่ะเธอจะตกใจจนเสียสติไม่ได้แล้ว ในเมื่อได้เกิดมาใหม่ก็ต้องหาทางใช้ชีวิตกับร่างใหม่นี้ให้ได้

อย่างนั้นก็ต้องรู้ก่อนว่าตอนนี้เธอมาอยู่ในร่างของใครมีสถานะแบบไหน เซี่ยวเฟยคิดในใจ

“อะซี๊ด!” ร่างบางสะดุ้งเพราะจู่ ๆ ในความคิดของเธอก็มีภาพความทรงจำของหลินเยียนเข้ามาเป็นฉาก ๆ

‘ไหนบอกว่าจะรักฉันคนเดียวไงคะ’ หลินเยียนยืนร้องไห้ต่อหน้าชายร่างสูงคนหนึ่ง ดวงตาสวยกลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

‘ขอโทษนะ ผมไม่ได้รักคุณแล้ว’ ชายร่างสูงคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่ว่าเป็นสามีของหลินเยียนเอง

‘แต่รักเพื่อนของฉันอย่างนั้นเหรอ’

‘ผมกับหยางมี่ไม่ได้มีอะไรกัน’ เจ้าเย่ว่าอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เขาอธิบายเรื่องนี้ให้ภรรยาฟังหลายรอบแล้วแต่เธอก็ไม่เข้าใจ ยังคิดว่าเขาและหยางมี่เพื่อนของเธอเป็นชู้รักกัน

‘ไม่ได้มีอะไรกัน อึก! เหรอ’ เสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นอย่างผิดหวัง ไม่คิดว่าสามีที่เธอรักจะโกหกหน้าตายอย่างนี้

เธอเห็นกับตาว่าทั้งสองคนเข้าโรงแรมไปด้วยกัน ไหนจะรูปที่นักข่าวถ่ายได้อีก ว่าทั้งสองคนไปท่องเที่ยวที่ต่างประเทศด้วยกันสองคน ทั้งที่เขาบอกเธอว่าไปทำงาน สุดท้ายกลับไม่ใช่!

สามีเธอไม่ได้ไปทำงานแต่ว่าพาชู้ไปเที่ยว

‘คุณหย่าให้ผมเถอะ’ เสียงเรียบเอ่ยขึ้น เพื่อขอให้ภรรยาเซ็นต์ใบหย่าให้ตน

‘หย่าเหรอ’ แต่เราพึ่งจะแต่งงานกันได้สามปีเองนะ ถ้าเขาจะหมดรักเธอเร็วขนาดนี้แล้วมาขอเธอแต่งงานทำไม

‘อืม’

‘มะไม่! ฉันไม่หย่า!’ เธอทำผิดอะไร

‘เราสองคนอยู่ด้วยกันก็มีแต่ทะเลาะกัน ไม่สู้แยกกันอยู่ไม่ดีกว่าเหรอ’ เจ้าเย่ว่า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหลังจากแต่งงานแล้ว ภรรยาที่ตนรักก็เริ่มมีอาการเปลี่ยนไป

เธอหึงหวงอย่างไร้เหตุผล กระทั่งตนไปทำงานข้างนอกเจ้าหล่อนก็กล่าวหาว่าตนมีชู้ ในเมื่ออยู่กันไปก็มีแต่ความระแวงอย่างนั้นก็หย่ากันเถอะ

ต่างคนต่างอยู่…………

‘คุณต้องหย่า’ เสียงเข้มของผู้เป็นสามียังคงยืนยันคำเดิม

‘ไม่! ยังไงฉันก็ไม่หย่า’

‘อย่างนั้นผมคงไม่มีทางเลือกอื่น’ คนตัวสูงมองหน้าคนเคยรัก ก่อนจะเบนสายตาไปมองที่อื่น

‘ถ้าหย่าดี ๆ ไม่ได้ ผมคงให้ทนายจัดการ’ เสียงเรียบเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินออกไป ทิ้งให้ร่างบางของหลินเยียนร้องไห้กับคำพูดของสามี เธอเจ็บจนไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไงดี

เพราะที่ผ่านมาเธอก็ทำหน้าที่ภรรยาที่ดีมาโดยตลอด ยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาดูแลสามี ยอมเรียนทำอาหารเพื่อเอาใจเขา ยอมทุกอย่างเพื่อให้สามีสบายใจเวลาที่อยู่กับเธอ

แล้วสิ่งที่สามีทำกับเธอคืออะไร หย่า! เขาขอเธอหย่า เพียงเพราะไม่ชอบที่เธอหึงหวงเขามากเกินไป

หลังจากที่ทะเลาะกันหลินเยียนไม่ยอมกินข้าวกินน้ำเลย เอาแต่ร้องไห้จนไม่มีเรี่ยวแรง ทำให้ร่างบางล้มจนตกบันได และนี่ก็ทำให้เธอเข้ามาอยู่ในร่างของหลินเยียน

“นี่เรามาอยู่ในร่างของยัยโง่คนนี้จริง ๆ เหรอ” อยากจะบ้าตาย หลินเยียนคนนี้หน้าตาก็ดี แต่กลับเทิดทูนความรักจนละเลยตัวเอง จะไม่ให้เธอด่าว่าโง่ได้ยังไง

หึ ถ้าเป็นเธอนะ! เธอจะรีบหย่ากับผู้ชายคนนั้นและรีบหาผัวใหม่เลย เซี่ยวเฟยคิดในใจ

“หึ เอาล่ะ ในเมื่อได้มาเกิดใหม่แล้วฉันก็จะใช้ชีวิตให้มีความสุขเอง ส่วนเธอหลินเยียน ฉันขอให้เธอไปเกิดใหม่และมีความรักดี ๆ ในชาติหน้าก็แล้วกัน”

เซี่ยวเฟยมองไปยังคนในกระจก ซึ่งก็คือร่างของหลินเยียน ก่อนจะเอ่ยวาจาหมายมั่นออกมา เพราะต่อไปนี้เซี่ยวเฟยก็คือหลินเยียน ดังนั้นต่อแต่นี้เธอจะใช้ชีวิตยังไงก็ได้

คฤหาสน์ตระกูลเจ้า

ร่างบางสมส่วนของหลินเยียนเดินเข้ามาภายในบ้านที่เป็นเรือนหอของเธอและเจ้าเย่

“เอ่อ คุณผู้หญิง” หากว่าเธอจำไม่ผิด ในความทรงจำหญิงวัยกลางคนตรงหน้านี้เป็นรองแม่บ้านที่อยู่ดูแลหลินเยียน

“คุณผู้ชายอยู่บ้านหรือเปล่า” เธอก็ถามไปอย่างนั้นแหละเพราะยังไงสามีคนนี้ของหลินเยียนก็ไม่อยู่บ้านแน่นอน

“ไม่อยู่ค่ะ”

“อืม อย่างนั้นก็หลีกไป!” ต่างจากที่เธอคิดที่ไหนล่ะ

“เอ่อ ไม่ได้ค่ะ” แม่บ้านว่าด้วยน้ำเสียงหนักใจ ก่อนจะก้มหน้าเพื่อหลบสายตาของหลินเยียนที่มองมา

“ทำไม?”

“คุณเจ้าสั่งไม่ให้คุณหลินอยู่ที่นี่ค่ะ”

ในหัวของฉันไม่มีเรื่องของคุณเลย นอกจากเรื่องเงิน

แม่บ้านว่า เธอเองก็ไม่อยากจะทำอย่างนี้หรอก แต่มันเป็นคำสั่งของเจ้านาย เธอไม่กล้าขัดคำสั่ง

“เหอะ!” เธอนอนป่วยอยู่โรงพยาบาลกลับไม่แม้แต่จะแวะไปเยี่ยมหรือไปดูแล หนำซ้ำพอเธอกลับมาบ้านยังสั่งไม่ให้เธอเข้าบ้านอีกอย่างนั้นเหรอ

เจ้าเย่ลืมไปหรือเปล่าว่าเขาและเธอยังไม่ได้หย่ากัน……….

“ดิฉันขอโทษนะคะคุณหลินเยียน”

“ช่างเถอะ! เธอจะทำอะไรได้ เธอเป็นลูกจ้างนิ ไม่ใช่เจ้าเย่” หลินเยียนไม่คิดจะกล่าวโทษหญิงสาวตรงหน้าเลยสักนิด เธอเข้าใจดีว่าแม่บ้านก็ทำไปตามหน้าที่เท่านั้น

“อย่างนั้นฉันขอเข้าไปเอาของได้หรือเปล่า” ในความทรงจำเดิมของร่างนี้ หากว่าเธอจำไม่ผิด หลินเยียนได้เก็บของบางอย่างอยู่ในห้องนอน เธอจะเข้าไปเอา

“แต่ว่า….”

“ไม่ต้องห่วง ฉันเข้าไปเอาแปบเดียว เจ้าเย่ไม่ว่าอะไรเธอหรอก” เพราะยังไงวันนี้เธอก็ตั้งใจจะมาเก็บของเพื่อออกจากคฤหาสน์หลังนี้อยู่แล้ว

“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

หลินเยียนเข้าไปเอาของแปบเดียวอย่างที่บอกกับแม่บ้านไว้จริง ๆ หลังจากนั้นเธอจึงนั่งรถแท็กซี่ออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ทันที ซึ่งที่ที่เธอจะไปก็คือคอนโดหรูที่หลินเยียนแอบเอาเงินเก็บทั้งหมดซื้อเอาไว้ก่อนจะตกลงแต่งงานกับเจ้าเย่

คอนโด xx

หลินเยียนเดินสำรวจคอนโดที่เธอจะต้องมาอาศัยอยู่ แม้ว่าการแต่งห้องจะไม่ถูกจริตกับเธอก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็พอให้มันมีที่ซุกหัวนอนก็ยังดี

ช่วยไม่ได้นี่ เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่ถูกสามีขอหย่า หนำซ้ำยังโดนสามีที่ตนเองรักไล่ออกจากบ้าน

“ชิ ผู้ชายอะไร รวยก็รวยแต่ไม่ให้เงินภรรยาตัวเองใช้” เซี่ยวเฟยที่อยู่ในร่างของหลินเยียนว่าอย่างไม่พอใจในตัวเจ้าเย่

หากว่าเป็นหลินเยียนคนเดิมคงต้องยอม แต่ว่าตอนนี้ร่างของหลินเยียนเป็นเธอที่เข้ามาอาศัยอยู่ เธอจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนั้นมาเอาเปรียบเด็ดขาด

“จะหย่าทั้งที ฉันไม่ยอมออกมามือเปล่าหรอกนะ” อย่างน้อยก็น่าจะมีเงินเป็นก้อนเพื่อให้เธอตั้งหลักและใช้ชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าได้ ไม่ใช่ทิ้งให้เธออยู่อย่างอดอยากอย่างนี้

ในที่สุดเธอก็หาโอกาสมาเจอเจ้าเย่ชายหนุ่มที่กำลังจะเป็นอดีตสามีของเธอ

“ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีคุณเจ้าเย่ติดประชุมอยู่ค่ะ” พนักงานประชาสัมพันธ์เอ่ยขึ้น นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภรรยาของท่านประธานเดินทางมาที่บริษัทเพื่อมาขอเข้าพบสามี

แต่ก็เป็นเหมือนทุกครั้ง ท่านประธานไม่เคยให้ภรรยาคนนี้ขึ้นไปรอที่ห้องส่วนตัวเลย มีแต่ให้รอที่ห้องรับรองแขก

“นานหรือเปล่า” หลินเยียนนั่งกอดอกถามด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้ว่าหลินเยียนคนก่อนทนอยู่ในสภาพแบบนี้ได้ยังไง

“เอ่อ น่าจะนานเหมือนทุกครั้งค่ะ” ดูเหมือนว่าภรรยาของเจ้านายจะเปลี่ยนไป ดูหงุดหงิดง่ายและดูแต่งตัวเก่งกว่าเดิม พอมองรวม ๆ แล้วหญิงสาวสวยกว่าเมื่อก่อนอีก

“ไปบอกเขาว่าฉันมีเรื่องจะคุยกับเขา เรื่องเร่งด่วน” เธอเองก็ไม่อยากจะมาเสียเวลากับผู้ชายคนนี้หรอกนะ

ชีวิตของเธอตอนนี้มีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ตอนนี้เธอต้องการหาเงินและหาเงิน เพราะชีวิตต่อแต่นี้ที่อยู่ในร่างของหลินเยียนมันหมุนด้วยเงินทองทั้งนั้น

เฮ้อ! เกิดใหม่มาอยู่ในร่างของหญิงสาวจน ๆ มันก็เหนื่อยอย่างนี้แหละ ในหัวไม่มีเรื่องอะไรให้คิดมากเลยนอกจากเรื่องหาเงิน เซี่ยวเฟยในร่างหลินเยียนคิดในใจ

“แต่ว่าคุณเจ้าเย่ติดประชุมอยู่นะคะ”

“เธอยังไม่ไปบอกเขาเลย แล้วเธอจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าเย่จะไม่มา” อะไรกัน บริษัทแห่งนี้มันเอาเกณฑ์แบบไหนรับคนเข้าทำงาน ทำไมทั้งเจ้านายและลูกน้องถึงได้มีนิสัยเหมือนกันอย่างนี้

“ได้ ๆ ค่ะ ฉันจะไปรายงานคุณเจ้าเย่เดี๋ยวนี้เลย” พนักงานสาวเร่งเดินหนีออกมา ถึงยังไงผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นภรรยาของเจ้านายเธอ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ยังไงคุณเจ้าเย่ก็เลือกภรรยาตัวเองอยู่ดี

เธอไม่อยากมีปัญหาหรอกนะ พนักงานสาวคิดในใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของสองสามีภรรยานี้กำลังสั่นคลอน

สถานะของคนทั้งสองกำลังจะสิ้นสุดลง เหลือเพียงอดีตสามีและอดีตภรรยาเท่านั้น

พลั่ก!

“ยังต้องการอะไรจากผมอีก” ร่างสูงของเจ้าเย่เดินเข้ามาภายในห้องรับรองด้วยความรวดเร็ว เมื่อพนักงานสาวรายงานมาว่าภรรยาของตนมีเรื่องเร่งด่วนจะคุยด้วย

“เหอะ! ฉันก็ไม่ต้องการอะไรจากคุณมากหรอก” อะไรกัน เธอพึ่งจะออกจากโรงพยาบาล แต่ว่าชายตรงหน้าไม่แม้แต่จะถามอาการป่วยของเธอเลยสักนิด

หนำซ้ำยังแสดงสีหน้าไม่พอใจอีก เมื่อรู้ว่าเธอเดินทางมาพบเขาที่บริษัท ช่างเป็นสามีที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ

“ถ้าจะมาขอร้องไม่ให้ผมหย่ากับคุณก็เลิกฝันเถอะ เพราะยังไงผมก็จะหย่าเหมือนเดิม” เจ้าเย่ร่ายยาวถึงสิ่งที่ตนตัดสินใจแน่วแน่ไปแล้ว

“ฉันรู้”

“รู้แล้วมาหาผมที่บริษัทอีกทำไม” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าคนตรงหน้าจะเข้าใจอะไรง่ายขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตนพูดเรื่องหย่ากับหญิงสาวบ่อย คนตรงหน้าก็ยังทำตัวเฉยเมย

“มาคุยเรื่องหย่า” หน๊อยแนะ! เธอเองก็ไม่ได้อยากจะมาเหยียบที่นี่นักหรอก

“คุยเรื่องหย่า” เจ้าเย่ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินเลยสักนิด มันเป็นไปได้เหรอที่เธอจะมาหาเขาที่นี่เพราะจะมาคุยเรื่องหย่า หรือว่าหมอให้ยาหลินเยียนผิด

หลังจากที่เจ้าหล่อนออกจากโรงพยาบาลก็ดูจะทำตัวแปลกไป แม้แต่เรื่องที่ตนไล่เธอออกจากบ้าน หลินเยียนก็ไม่โวยวายเลยสักนิดเดียว หนำซ้ำยังยอมออกจากบ้านของเขาอย่างง่ายดาย

“ใช่ เรื่องหย่า!”

“ทำไม? จะไม่ยอมหย่าอีกอย่างนั้นเหรอ” เจ้าเย่กล่าวอย่างหยั่งเชิง ลองดูว่าคนร่างบางตรงหน้าจะมาไม้ไหนอีก

“เหอะ! อย่าคิดเองเออเองให้มากนักเลย ฉันไม่ได้พิศวาสอะไรคุณมากขนาดนั้น” หลินเยียนสวนกลับ ผู้ชายอย่างเจ้าเย่มีอะไรให้เธอต้องเสียดายกัน

“แล้วตกลงคุณต้องการอะไรกันแน่” แปลก? ครั้งนี้เจ้าหล่อนมาแปลกจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะเล่นละครหลอกอะไรตนอีก

“ข้อตกลงในการหย่า”

“ข้อตกลง?”

“ใช่ ข้อตกลง คุณคงไม่คิดว่าฉันจะยอมหย่าให้คุณเฉย ๆ หรอกนะ ฉันแต่งงานกับคุณ! นอกจากจะไม่มีความสุขแล้ว ฉันยังรู้สึกเสียเวลาชีวิตในช่วงที่ต้องแต่งงานกับคุณอีกต่างหาก”

เพราะว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย

“เธอว่าไงน่ะ” หลินเยียนบอกว่า การที่เธอแต่งงานกับตนนั้นมันไม่มีอะไรดีขึ้นเลยอย่างนั้นเหรอ

“ก็อย่างที่ฉันบอกไปนั่นแหละ ฉันเองก็ไม่อยากจะจมปรักอยู่กับคนอย่างคุณแล้ว”

หลังจากที่ทำการหย่าร้างเสร็จสิ้น ฉันจะได้เอาเวลาที่เหลือไปหาเงินและไปหาผู้ชายที่ดีกว่าคุณ หลินเยียนคิดในใจ

“คนอย่างผมมันทำไมเหรอ” ก่อนหน้านั้นคนตรงหน้าไม่เห็นเป็นอย่างนี้เลย แล้วทำไมพอออกมาจากโรงพยาบาลถึงได้มีนิสัยที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้

“ก็เป็นผู้ชายเฮงซวย แม้กระทั่งหน้าที่สามียังทำไม่ดีเลย” หลินเยียนว่า วัน ๆ ชายตรงหน้าก็ทำแต่งาน มีข่าวเรื่องผู้หญิงตลอดแต่ก็ไม่เคยอธิบายอะไรให้เธอรับรู้

เงื่อนไขการหย่าของเรา

ปล่อยให้ภรรยาคิดเองเออเอง จนเป็นทุกข์ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น มันก็เป็นผลทำให้ชีวิตคู่ของเราสองคนไปไม่รอดยังไงล่ะ

“ห๊า! ผมนี่นะ” อะไรกันก่อนหน้านั้นไม่เห็นภรรยาจะพูดอะไรเลย พอตอนจะหย่ากัน ก็หาว่าตนเองทำหน้าที่สามีไม่ดี ก็เขาไม่ใช่เหรอที่ทำงานงก ๆ หาเงินเพื่ออนาคต

ไปทำงานเช้ากลับบ้านค่ำ ก็ทำเพื่อครอบครัวทั้งนั้น จะมีก็แต่หญิงสาวนั่นแหละที่หาแต่เรื่องให้ตนต้องปวดหัวเพิ่มในแต่ล่ะวัน หาว่าตนมีชู้ ทั้งที่ความเป็นจริงมันไม่ใช่เลยสักนิด

“ฉันต้องการเงิน 50 ล้านหยวนเพื่อแลกกับการหย่าของเราสองคน” แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำกับเวลาที่หลินเยียนต้องเสียไปกับการแต่งงานที่ล้มเหลวนี่

“50 ล้านหยวนอย่างนั้นเหรอ” เหอะ! ที่แท้ก็ต้องการเงิน ที่เล่นตัวไม่ยอมหย่ากับตนก็เพื่อเรียกร้องเงินสินะ

“ใช่ นี่ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำกับเวลาที่ฉันเสียไปตอนที่แต่งงานกับคุณ” หลินเยียนว่าอย่างไม่ยอมแพ้

“แล้วคุณคิดว่าผมไม่เสียเวลาหรือไง!”

“ไม่! เพราะคุณเป็นคนขอฉันแต่งงานเอง ขอให้ฉันลาออกจากงานเพื่อมาอยู่กับคุณ แล้วคุณล่ะ? ทำอะไรเพื่อชีวิตคู่ของเราสองคนบ้าง?” คนเห็นแก่ตัว เซี่ยวเฟยในร่างหลินเยียนคิดในใจ

“ในเมื่อต้องหย่ากัน คุณก็ควรรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น!”

“หลินเยียน!” นี่เจ้าหล่อนคิดอย่างนี้จริง ๆ เหรอ การแต่งงานกับเขามันแย่ขนาดนั้นเลยใช่ไหม

“ทำไม คุณอยากหย่าไม่ใช่เหรอ ถ้าอยากหย่าก็ทำตามข้อเสนอของฉันเถอะ นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว” เธอจะเอาเงินจำนวนนี้มาตั้งหลัก หางานทำที่ดีชีวิตต่อไปจะได้มั่นคง

“ที่คุณไม่ยอมหย่าก่อนหน้านั้นก็เพราะต้องการเงินสินะ”

“ใช่! ชีวิตทุกวันนี้มันดำเนินไปด้วยเงินทั้งนั้น แค่ก้าวขาออกจากบ้านในแต่ล่ะวันก็ต้องใช้เงิน ใครบ้างจะไม่อยากได้เงิน” โดยเฉพาะเธอ

“เธอ!”

“ว่ายังไง?” เธอมาครั้งนี้ก็เพื่อมายื่นข้อเสนอ ไม่ใช่มาเพื่อให้เขาต่อรอง

“………”

“เงียบทำไมล่ะ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งคุณไม่ร่วงหรอก” วัน ๆ ก็เอาแต่ทำงาน เงินทองก็ไม่ได้ใช้ เรื่องแค่นี้จำเป็นต้องคิดด้วยเหรอ

“ที่ผมเงียบ เพราะผมเสียใจ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ก่อนจะมองดวงหน้าหวานของคนที่เขาเคยหลงรักจนหัวปักหัวปำ

“เสียใจ?” เพื่ออะไร

“ใช่ เสียใจที่เลือกคนอย่างคุณมาแต่งงานด้วย” เจ้าเย่กล่าว ก่อนที่เราสองคนจะแต่งงานกันหลินเยียนไม่เป็นอย่างนี้ เธอน่ารักว่านอนสอนง่ายอยู่ตลอด

ตนไม่เคยคิดเลยว่าหลังจากที่แต่งงานกันแล้ว เรื่องทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม

“ชิ! ทำมาเป็นพูดดี คุณคิดว่าฉันไม่เสียใจหรือไง” ใช่ถ้าเธอเข้าร่างหลินเยียนก่อนที่เจ้าหล่อนจะแต่งงาน เธอจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายตรงหน้าเด็ดขาด

“ฉันมาหาคุณก็เพราะเรื่องนี้ ถ้าตกลงฉันก็จะหย่าให้ทันที” หลินเยียนยื่นข้อเสนอที่คิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะยอมรับ

“แล้วถ้าผมไม่ยอมล่ะ”

“ไม่ยอมอย่างนั้นเหรอ……ไม่กลัวว่าชู้ของคุณจะเสียใจหรือไง” ที่ไปไหนมาไหนด้วยกันก็อยากจะเปิดตัวไม่ใช่หรอกเหรอ ในเมื่อมีโอกาสที่จะได้อยู่ด้วยกันแล้ว ยังจะลังเลอีกทำไม

“ผมไม่เคยมีชู้”

“อย่ามาพูดเลย คนอื่นรู้กันทั้งประเทศ ฉันไม่ได้โง่นะ” หลินเยียนกอดอก เมินหน้าหนีไม่อยากจะเห็นหน้าชายร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า

“เฮ้อ!”

“ถอนหายใจทำไม” อย่ามาทำท่าทางเหมือนว่าหลินเยียนเป็นคนผิด เจ้าหล่อนคนนั้นไม่ได้ผิดอะไรสักนิด เพียงแค่เป็นคนซื่อไม่ทันผู้ชายอย่างเจ้าเย่ หลินเยียนตัวจริงถึงได้มาตายอย่างนี้ไง

“นี่คือธาตุแท้ของเธออย่างนั้นเหรอ” ผู้หญิงเรียบร้อย อ่อนโยนคนนั้นเป็นแค่ภาพลวงตา ที่เจ้าหล่อนเสแสร้งทำให้ผมหลงกลอย่างนั้นเหรอ

“ใช่” เอาล่ะ ในเมื่อจะหย่ากันแล้ว เธอไม่สนใจหรอกนะว่าผู้ชายคนนี้จะคิดยังไง

“ได้! ในเมื่ออยากได้เงินมากขนาดนั้นผมก็จะให้ แต่!” ใบหน้าสวยตรงหน้าที่กำลังยกยิ้มกลับต้องหยุดชะงัก เพียงเพราะได้ยินชายร่างสูงพ่นวาจาว่า แต่! ขึ้นมา

“อะไร?”

“เราสองคนจะหย่ากันก็ต่อเมื่อถึงปลายปีแล้วเท่านั้น” ก่อนหน้านั้นผมอาจจะยังไม่ทันคิด เลยขอหลินเยียนหย่า เรื่องที่เราสองคนจะหย่ากันจะต้องรอให้ผ่านวันครบรอบของบริษัทเสียก่อน ไม่อย่างนั้นปัญหาอาจจะตามมาทีหลังก็ได้

ยิ่งตอนนี้คนตัวเล็กข้างหน้าเปลี่ยนไปมาก หากว่าเราสองคนหย่ากัน เธออาจจะเอาเรื่องนี้ไปบอกนักข่าวจนทำให้หุ้นบริษัทผมตกก็เป็นไปได้

“อืม ฉันเข้าใจ” นั้นก็หมายความว่าเจ้าเย่ไม่ได้ไว้ใจเธอมากขนาดนั้น แต่ก็เอาเถอะเรื่องเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ เธอเข้าใจได้

“แต่ว่า!”

“อะไรอีก?” เงิน 50 ล้านหยวนยังไม่พออีกอย่างนั้นเหรอ เจ้าเย่คิดในใจ

“คุณจะต้องให้เงินฉันมาก่อนครึ่งหนึ่ง” เอาล่ะ เธอเองก็จำเป็นต้องใช้เงินเหมือนกัน จะให้รออีกเจ็ดเดือนกว่าที่เราสองคนจะหย่ากัน มันก็ไม่ได้

“ยัยผู้หญิงหน้าเงิน!” เสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น เจ้าเย่พูดออกไปเพื่อต้องการให้คนตรงหน้าเจ็บกับประโยคที่ตนพูด ทว่าหลินเยียนที่ได้ยินคนตรงหน้าว่าให้ เธอกลับมีสีหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด

“ฮ่า ฮ่า ขอบคุณ ขอบคุณที่เข้าใจฉันค่ะ” หนำซ้ำเจ้าหล่อนยังหัวเราะชอบใจที่เจ้าเย่ว่าให้เธออีก

ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง และเธอก็ต้องการเงินจริง ๆ ทำไมต้องโกรธด้วย ต้องขอบคุณชายตรงหน้าด้วยซ้ำที่เข้าใจเธอ เพราะตอนนี้เธอนั้นร้อนเงินมากจริง ๆ

“นี่เธอ!” ผมกำลังต่อว่าเธออยู่นะ ทำไมถึงยังทำหน้าตาระรื่นอย่างนี้ ไม่รู้สึกละอายใจหรือไง

“โอนมาที่บัญชีของฉันเลยก็ได้” หลินเยียนว่าอย่างไม่อยากจะเสียเวลาอีกต่อไป

“ไม่!”

“เอะ? อะไรอีก” เดี๋ยวก็ไม่ เดี๋ยวก็ยอม ตกลงเจ้าเย่ต้องการอะไรกันแน่หรือแค่หลอกให้เธอดีใจเก้อเท่านั้น

“เธอต้องเซ็นต์สัญญาก่อน ไม่อย่างนั้นเงินก็จะไม่ถูกโอนไปให้” ผมไม่เชื่อใจเธอหรอกนะ ในเมื่อเพราะเงินตัวเดียวที่ทำให้เธอเปลี่ยนไป อย่างนั้นข้อตกลงที่เราสองคนคุยกันวันนี้ เธออาจจะเปลี่ยนใจในอนาคตก็ได้

“ชิ! เรื่องแค่นี้เอง” หลินเยียนว่า ก่อนจะหยิบน้ำขึ้นมาจิบเพื่อบ่งบอกให้เจ้าเย่รู้ว่า ตอนนี้เธอก็กำลังรอเซ็นต์สัญญาอยู่น่ะ

“ไม่นานหรอก เธอได้เซ็นต์แน่” ในระหว่างที่คนทั้งสองรอเอกสารจากเลขาของชายหนุ่ม เจ้าเย่จึงได้มีโอกาสสำรวจร่างบางตรงหน้า

เมื่อได้ลองสังเกตแล้ววันนี้หลินเยียนแต่งตัวแต่งหน้า ไม่ปล่อยหน้าสดเหมือนทุกครั้งที่เราเจอกัน ใบหน้าที่แต่งแต้มให้มีสีสันกลับมีเสน่ห์ไม่น้อย

ส่วนการแต่งตัวก็ดูจะใส่สั้นกว่าเมื่อก่อน ไหนจะรองเท้าสนสูงนั้นอีก ปกติเจ้าหล่อนไม่แต่งตัวแบบนี้ด้วยซ้ำ

“เป็นยังไงบ้าง” เสียงราบเรียบเอ่ยขึ้น ในช่วงที่หลินเยียนเข้าโรงพยาบาลตนไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเลยมัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน

“คุณถามฉันเหรอ” นิ้วมือเรียวชี้เข้าหาตัวเอง

“อืม”

“ฉันต้องตอบว่ายังไงดี” หากว่าเป็นหลินเยียนเจ้าของร่างเดิมคงเสียใจมาก ที่ภรรยาเข้าโรงพยาบาลแต่สามีไม่คิดจะมาหาเลยสักครั้ง

หนำซ้ำในวันที่เจ้าหล่อนออกจากโรงพยาบาล สามีที่หล่อนรักนักรักหนากลับไล่หล่อนออกจากบ้าน เรื่องราวแบบนี้มันทำให้คนรู้สึกดีอย่างนั้นเหรอ

“……..” เจ้าเย่มองดูสีหน้าและท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าตลอดเวลา ทว่ากลับไม่พบแววตาของความเสียใจเลย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...