โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เปิดคำสารภาพ 'อดีตผัว'สาวอบต.ฆ่าเมียยัดศพลงท่อโบกปูนทับ ตร.คุมตัวทำแผนเล่านาที สังหาร

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 พ.ย. 2566 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 26 พ.ย. 2566 เวลา 09.36 น.

เปิดคำสารภาพ ‘อดีตผัว’ สาว อบต. ฆ่ายัดศพลงท่อ โบกปูนทับ ตร.คุมตัวทำแผนเล่านาทีสังหาร

จากกรณี น.ส.กวินนา บุณเมศวร์ หรือฝน อายุ 38 ปี ข้าราชการท้องถิ่น ตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ อบต.เพิ่มพูนทรัพย์ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี หายตัวลึกลับจากบ้าน หมู่ 1 ต.เพิ่มพูนทรัพย์ อ.บ้านนาสาร เป็นเวลาร่วม 12 วัน ตั้งแต่คืนวันที่ 13 พ.ย.66 จนมาพบศพถูกฆ่าโบกปูนอำพราง ริมถนนสายนาสาร-สุราษฎร์ธานี ลัดมุ่งหน้าเข้า ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี อ.เวียงสระ ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้าย เป็นอดีตสามีของ น.ส.กวินนา ทราบชื่อคือ นายประสิทธิพร อายุ 40 ปี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ปริญญา ตัณฑสุวรรณ ผกก.บก.กก.สส. ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ขุนทะเล และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.กก.สส. ภ.จว.สุราษฎร์ธานี

นำตัวนายประสิทธิพรไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามจุดต่างๆ จำนวน 6 จุด โดยเริ่มจากจุดแรกใกล้กับจุดพบศพ ซึ่งผู้ต้องหาได้นำกระเป๋าผู้ตายไปทิ้ง จุดที่สองเป็นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ในพื้นที่ขุนทะเลซอย 10 ต.ขุนทะเล จุดที่สามเป็นจุดที่นำโทรศัพท์ของผู้ตายไปทิ้ง ที่บริเวณสะพานบ้านกอบแกบ พื้นที่ ต.เพิ่มพูนทรัพย์ อ.บ้านนาสาร

จุดที่สี่เป็นจุดที่เอาที่นอนไปทิ้ง จุดที่ห้าที่บริเวณบ้านของผู้ต้องหา ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาใช้มือบีบคออดีตภรรยาจนตาย และจุดสุดท้ายเป็นจุดที่นำศพมาทิ้งบริเวณท่อระบายน้ำ ก่อนที่จะใช้ใบตองมาปิดศพในวันที่ 13 พ.ย. และผู้ต้องหาได้ย้อนกลับมาซื้อปูนและทรายมาโบกทับร่างผู้ตายในวันที่ 16 พ.ย.

ส่วนสาเหตุผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า สาเหตุเกิดจากความหึงหวง ว่าอดีตภรรยาที่แยกกันอยู่นานกว่า 1 ปี แต่เพิ่งจดทะเบียนหย่าร้างกันได้ไม่นาน แต่ยังอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน และฝ่ายผู้ตายจะย้ายออกจากบ้านเกิดเหตุไปอยู่บ้านใหม่ จึงเกิดบันดาลโทสะลงมือฆ่าด้วยการบีบคอจนตายคามือ ก่อนนำศพไปทิ้ง จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขุนทะเล ดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นและซ่อนเร้นอำพรางศพต่อไป

จากการสอบปากคำนายประสิทธิพรให้การรับสารภาพว่า เมื่อคืนวันที่ 13 พ.ย.66 เวลา 20.00 น. ได้มีปากเสียงกับอดีตภรรยาเรื่องความหึงหวง และถูกอดีตภรรยาใช้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามจนไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ จึงตรงเข้าผลักอดีตภรรยาล้มลงบนที่นอนและตามใช้มือบีบคอจนแน่นิ่งไป ซึ่งพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงหาทางเคลื่อนย้ายศพเพื่อปกปิดความผิด โดยเวลาประมาณ 21.00 น. ได้นำร่างอดีตภรรยาขึ้นนั่งเบาะหน้ารถกระบะสีแดง ขับมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้ถนนนาสาร-สุราษฎร์ธานี ผ่านตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ไปตามถนน 417 สุราษฎร์-พุนพิน ไปตามถนนทางหลวงเอเชีย 41 ขับล่องใต้ไปจนถึง อ.เวียงสระ

แต่ไม่สบโอกาสในการทิ้งศพ จึงขับย้อนกลับมาถนนนาสาร-สุราษฎร์อีกครั้ง และตัดสินใจใช้ทางลัดมุ่งหน้าถนนด้านข้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เคยมาส่งอดีตภรรยาจนสบโอกาสได้จุดทิ้งศพริมถนนนิคมสร้างตนเองขุนทะเล ซอย 3 รวมระยะร่วม 200 กิโลเมตร โดยนำร่างอดีตภรรยาไปวางไว้ใกล้ท่อระบายน้ำเมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 14 พ.ย.66 จากนั้นช่วงเช้าวันเดียวกันได้นำฟูกที่นอนไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่าในเขตเทศบาลเมืองนาสาร แต่ร้านปิดจึงทิ้งที่นอนไว้หน้าร้าน

เมื่อมีผู้ทราบว่า น.ส.กวินนาหายตัวไป และมีผู้มาตามหาที่บ้าน ตนจึงไปแจ้งความที่ สภ.บ้านนาสาร เมื่อเที่ยงวันที่ 15 พ.ย.66 และย้อนกลับมาดูจุดที่ทิ้งศพอีกครั้ง เพราะเกรงว่าจะมีผู้มาพบศพจึงไปซื้อปูนและทรายมาโบกทับศพในช่วงบ่ายวันที่ 16 พ.ย.66 และระหว่างเดินทางกลับบ้านได้นำทรัพย์สินส่วนตัวของอดีตภรรยา ทั้งโทรศัพท์มือถือ กระเป๋าเงินไปทิ้งตามจุดต่างๆ

นายประสิทธิพรให้การยอมรับว่า หลังไปแจ้งความคนหายและรู้ว่าตำรวจยังไม่มีเบาะแส หรือพบศพอดีตภรรยา จึงเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการสร้างสถานการณ์ร้องขอให้เพื่อนที่อยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ช่วยเขียนจดหมายในลักษณะเป็นจดหมายของอดีตภรรยาส่งไปถึงเพื่อนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในลักษณะว่าอดีตภรรยาออกจากบ้านไปเอง

ข่าวแจ้งว่า หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ ตำรวจได้ควบคุมตัวนายประสิทธิพรไปคุมขังที่ สภ.บ้านนาสาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...