Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor เมื่อทุกสิ่งต้องการอัพเกรด
หนังสือมังงะ Ghost in the Shell ภาคแรกวางตลาดเมื่อปี 1991 (ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารก่อนหน้านั้น) เป็นหนังสืออ่านยาก ดูฉบับหนังการ์ตูนอะนิเมะปี 1995 สนุกกว่ามาก เป็นหนึ่งในอะนิเมะที่ไอเดียบรรเจิดเป็นที่สุดแห่งยุค
อย่าลืมว่าเวลานั้นอย่างน้อยที่บ้านเราก็ยังไม่มีเน็ตและไม่มีสมาร์ตโฟน ยังมิได้เข้าสู่ยุคข้อมูลข่าวสารเต็มตัว
หนังสือมังงะภาคสอง Ghost in the Shell 2: Man-Machine Interface วางตลาดเมื่อปี 2011 (ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสารก่อนหน้านั้น) ตัวเล่มหนังสือสวยมากที่สุด ฉบับภาษาอังกฤษพิมพ์ด้วยกระดาษอาร์ตมันอย่างดีคมชัดพอๆ กัน คมกริบทั้งรูปเล่มและปรัชญาที่ซ่อนเร้น ภาพสีสวยมากๆ แต่อ่านยากยิ่งขึ้นไปอีก ภาคสองเรื่องนี้ไม่เคยสร้างเป็นอะนิเมะ
อะนิเมะภาคสองที่เคยดูกันคือ Ghost in the Shell 2 : Innocence ปี 2004 เป็นหนังที่ดีที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง แต่เป็นหนังแยกจากเส้นเรื่องหลักมีเนื้อเรื่องเป็นอิสระ
อะนิเมะที่สร้างจากมังงะภาคหนึ่ง (ซึ่งการ์ตูนที่รักเคยเขียนถึงแล้วหลายปีก่อน) จบลงเมื่อนางเอกโมโกโตะ คึซานากิ หรือเมเจอร์ หลอมรวม “โกสต์” กับนักเชิดหุ่นซึ่งเป็นตัวร้ายของเรื่อง ที่ไม่ชัดเจนคือหลังจากรวมโกสต์แล้วร่างไซบอร์กหรือ “เปลือก” ของมาโกโตะหายไปไหน
ที่ทุกคนจำได้ติดตาจากภาคหนึ่งนี้คือร่างที่ฉีกขาดของเธอขณะต่อสู้กับหุ่นรบแมงมุมสี่ขา (โกสต์เป็นได้หลายสิ่งอย่างตั้งแต่ข้อมูลในสมอง จิตใจ อีโก้ ไปจนถึงจิตวิญญาณ รวมทั้ง entity ที่หาคำแปลไทยไม่ได้)
หนังสือมังงะภาคสอง Ghost in the Shell 2 : Man-Machine Interface (ซึ่งการ์ตูนที่รักเคยเขียนถึงแล้วหลายปีก่อน) เล่าเรื่องราวต่อจากนั้น โมโกโตะและนักเชิดหุ่นซึ่งมีคำถามว่าเมื่อโกสต์ทั้งสองรวมกันแล้วเป็นใครกันแน่หรือสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันแน่จะเผชิญคำถามที่ยากยิ่งขึ้นไปอีกเกี่ยวกับการโคลนนิ่งและเอไอ (หากอ่านฉบับภาษาอังกฤษจะพบว่าเราแปลไม่ได้ ทำได้อย่างมากคือเข้าใจเท่าที่เราเข้าใจได้ แล้วใช้คำศัพท์ภาษาไทยเท่าที่มีให้ใช้ในปี พ.ศ.นั้นๆ)
ผมไม่เคยอ่าน Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor เพิ่งได้อ่านฉบับแปลไทยของแค็ทคอมิกส์เมื่อต้นปีนี้นี่เอง หนังสือเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับหน่วย 9 ระหว่างภาค 1 และภาค 2 ประกอบด้วยเรื่องสั้น 4 เรื่อง
อ่านสนุกดี พูดน้อยกว่า บู๊ระทึกและแปลดีกว่าที่คาดไว้มาก ลูกทีมของหน่วย 9 มากันครบทั้งบาตู โทงุสะ หัวหน้าอารามากิและคนอื่นๆ รวมทั้งฟุจิโคมะ (หุ่นเอไอแมงมุมสี่ขาเวอร์ชั่นน่ารักสองตัวที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้)
ที่เขียนมาตั้งแต่แรกเป็นการเขียนสำหรับคนที่รู้จัก Ghost in the Shell มาก่อนแล้วบ้างว่าเล่าเรื่องอะไรเป็นหลักซึ่งการ์ตูนที่รักสมัครใจที่จะเรียกตรงตามคำแปลนั่นคือ “โกสต์” ที่อยู่ใน “เปลือก” โดยที่โกสต์หมายถึงอะไรที่มองไม่เห็นของชีวิต ส่วนเปลือกหมายถึงผิวหนังที่ห่อหุ้มโกสต์ซึ่งเป็นได้ทั้งเนื้อหนังมังสาอย่างนักสืบโทงุสะซึ่งเป็นมนุษย์แท้ๆ บาตูซึ่งเป็นไซบอร์ก หรือโมโกโตะซึ่งเป็นไซบอร์กทุกส่วนของร่างกายยกเว้นสมอง อย่างไรก็ตาม คือยุคสมัยที่สมองของคนเราสามารถเปลี่ยนเป็นสมองไซเบอร์แล้วเชื่อมต่อเน็ต
หน่วย 9 เป็นหน่วยงานรักษาความมั่นคงภายในทำงานปราบจารกรรมไซเบอร์ในโลกอนาคตที่ซึ่งมนุษย์และไซบอร์กและเอไอสามารถเชื่อมต่อกับเน็ตได้ตามต้องการ
นึกภาพคนทุกคนสามารถค้นข้อมูลจากเน็ตได้ด้วยใจและคุยกันผ่านเน็ตได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้มือถือหรือแว่นมือถือ แต่มิใช่ทุกคนจะทำได้เท่ากันเพราะ “ความเหลื่อมล้ำ” ในการเข้าถึงข้อมูลยังมีอยู่
เมื่อสิ่งที่กำหนดให้เป็นแบบนี้แล้วมนุษย์จะพัฒนาไปเป็นตัวอะไร กับอาชญากรรมในสังคมหรือความฉ้อฉลทางการเมืองจะเปลี่ยนรูปแบบไปได้อย่างไรบ้าง นอกจากมังงะสามภาคหลักและอะนิเมะสองภาคหลักแล้วยังมีมินิซีรีส์ Ghost in the Shell: Stand Alone Complex อีก 3-4 ชุด (ซึ่งการ์ตูนที่รักเคยเขียนถึงเมื่อหลายปีก่อน) ที่เน้นบู๊ระห่ำยิงกันอุตลุด
แต่คำถามทางปรัชญาก็มิใช่ย่อย น่าดูทุกๆ ชุด
เรื่องสั้นสี่เรื่องใน Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor ได้แก่ “Fat Cat”, “Drive Slave”, “Mines of Mind” และ “Lost Past” ทั้งหมดเป็นงานเขียนที่มาซามุเนะ ชิโร ทยอยเขียนไว้ก่อนภาคสองแต่เพิ่งวางจำหน่ายรวมเล่มปี 2003 ที่แปลไทยรอบนี้แปลจากฉบับสมบูรณ์แก้ไขปรับปรุงโดยมาซามุเนะ ชิโร เองเมื่อปี 2017
ต่อไปจะมิได้เล่าเรื่องละเอียดแต่เล่าสิ่งที่ตัวเองได้จากการอ่าน
เรื่องที่หนึ่ง Fat Cat เล่าเรื่องคนที่ตายแล้วออกปฏิบัติการด้วยรีโมตคอนโทรล ก็ในเมื่อสมองคนเราเชื่อมต่อกับเน็ตได้แล้วถ้าเช่นนั้นความตายที่แท้นับตั้งแต่ตอนไหน และส่วนที่หลงเหลือยังสามารถใช้ “ชีวิต” ต่อได้หรือเปล่า สมมุติว่าได้จะควบคุมระยะไกล (รีโมตคอนโทรล) ได้อย่างไรกับมากเท่าไร
เรื่องที่สอง Drive Slave เล่าเรื่องมือระเบิดที่เปลี่ยนร่างกายตนเองเป็นระเบิดเดินได้ โมโตโกะ คึซานากิ ปรากฏตัวสร้างความประหลาดใจแก่นักอ่านและสมาชิกหน่วย 9 แหม! ใครๆ ก็คิดถึง ข้างหนึ่งเป็นมนุษย์แต่พยายามอัพเกรดตัวเองเป็นไซเบอร์เนติกส์
ในขณะที่มาโตโกะเป็นไซบอร์กเต็มตัวและหลอมรวมกับนักเชิดหุ่นในเน็ตไปแล้วไม่นับว่าตอนนี้สมองกลายเป็นไทเทเนียมไปแล้ว (มีฉากที่เธอถูกยิงหนังหัวหลุดและฉีกฝาครอบแมงมุมรบจนแขนขาดแบบในอะนิเมะ) แต่เธอก็พยายามเรียกความเป็นมนุษย์กลับคืนมา
ปัญหาคือไม่รู้สมองจริงๆ ของเธอไปอยู่ที่ไหน แล้วร่างกายของเธอไปพักร้อนที่ไหน
เรื่องที่สาม Mines of Mind หน่วย 9 เข้าสืบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องพวกลักลอบค้าอาวุธสงครามโดยทำงานร่วมกับกองทัพ หน่วย 9 มีโทงุสะและบาตูนำทีมโดยมีฟุจิโคมะเป็นผู้ช่วย ฝ่ายกองทัพใช้ไซบอร์กสองตัวออกนำหน้าทำทีให้ตามล่ากันเองโดยที่มีคิม อดีตทหารผ่านศึกเพื่อนเก่าของบาตูชักใยอยู่เบื้องหลัง
ขณะที่โทงุสะและพรรคพวกคุยกับบาตูทางเน็ต คิมไม่สามารถร่วมวงด้วยได้ เมื่อบาตูและคิมไปถึงที่เกิดเหตุฆาตกรรมพวกลักลอบค้าอาวุธรายที่สามซึ่งบัดนี้ร่างเน่าเฟะไปแล้วแต่สมองไซเบอร์ยังถูกแฮ็กอยู่ บาตูแฮ็กตนเองให้คิมเห็นร่างที่เหลือแต่หัวของเขาก่อนจะเปิดโปงคิมในตอนท้าย นี่จะเป็นโลกที่ความเป็นส่วนตัวเกิดได้ยากที่สุดแม้ว่าร่างจะตายและเน่าเปื่อยไปแล้ว
ตอนที่สี่ Lost Past สาวคนหนึ่งวิ่งหนีอะไรอยู่ ส้นรองเท้าหักและรองเท้าหลุด เธอถูกชายสองคนจับขึ้นรถ คนหนึ่งยิงสมองไซเบอร์ของเธอทิ้ง ทันใดนั้นรถบรรทุกคันใหญ่สวนทางมาชนคนทั้งสามตายคารถ หน่วย 9 โดยโทงุสะลงพื้นที่ทำงานร่วมกับตำรวจท้องที่ สาวน้อยที่ตายเป็นคนของสมาคมโอกินาวาซึ่งกำลังมีปฏิบัติการลับร่วมกับนักการเมืองคนหนึ่งที่ฝักใฝ่ไต้หวัน จีนส่งมือสังหารหยวนเข้ามาเพื่อเก็บนักการเมืองนั่นทิ้ง ตอนนี้อ่านง่าย ส่วนสำคัญจึงเป็นเนื้อหาที่ซ่อนอยู่มากกว่าตัวเนื้อเรื่อง
สาวน้อยตอนต้นเรื่องถูกยิงสมองไซเบอร์เพื่อทำลายข้อมูลรั่วไหล คนขับรถบรรทุกถูกโจมตีทางเน็ตทำให้หลับใน หยวนเชื่อมต่อดาวเทียมจึงเบี่ยงเบนกระสุนของบาตูออกได้ จะเห็นว่าสมองมนุษย์ไม่สามารถอยู่อย่างสันโดษหรือโดดเดี่ยวได้เลย การเชื่อมต่อมีตลอดเวลาและมันหนวกหูมาก
ใครๆ ก็อยากมีสมองที่ดีขึ้นทัดเทียมอมตะ แต่นอกจากไม่อมตะแล้วยังสูญเสียความเป็นคนอีกด้วย
นี่คือสิ่งที่การแพทย์แผนปัจจุบันวันนี้กำลังทำกับมนุษย์ •
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Ghost in the Shell 1.5 : Human-Error Processor เมื่อทุกสิ่งต้องการอัพเกรด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com