“UESG” ลุย “หุ้น ESG ทั่วโลก”...ตอบโจทย์ผลตอบแทนที่ยั่งยืน !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวและส่งเสริมการลงทุนด้าน “ESG”
“การลงทุนแบบยั่งยืน” (Sustainability Investment) ที่คำนึงถึง “ESG: Environmental, Social และ Governance” เป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนที่ไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” หากแต่เป็น “ทางรอด” ของโลกใบนี้
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นโลก” ที่น่าสนใจเน้นลงทุนใน “หุ้น ESG”ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar”** มาฝากกัน
“UESG” เฟ้น “หุ้น ESG-ทั่วโลก” ตอบโจทย์ผลตอบแทนที่ยั่งยืน
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์” (UESG) ของ ‘บลจ.ยูโอบี’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2563 มีนโยบายลงทุน “หุ้นทั่วโลก” เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวและส่งเสริมการลงทุนด้าน “ESG” โดยมีการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Robeco Sustainable Global Stars Equities IL EUR’ ที่บริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V.
“กองทุน UESG เป็น Feeder Fund ‘กองทุนแรกในไทย’ ที่ได้รับการประกาศให้เป็นกองทุน ‘SRI Fund’ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลและหลักเกณฑ์ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดอีกด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับ ESG อย่างแท้จริง”
หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘UESG’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็น“หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 24) นั้น พบว่า 5 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
Information Technology 27.5
Financials 16.6
Health Care 14.6
Consumer Discretionary 11.8
Industrials 10.3
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5อันดับแรกนั้น ได้แก่ Microsoft, Alphabet, NVIDIA, Apple และ Amazon.com ตามลำดับ เป็นหุ้นในกลุ่ม 7 นางฟ้า ที่เป็น Global Stock ที่นักลงทุนทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี”
“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘UESG’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 10.91%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 16.18% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 12.70% ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 14.86% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -16.98%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็ทำได้อย่างอิสระ เนื่องจากเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ทางบลจ. “ไม่ได้มีข้อกำหนด” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้อิสระ “ไม่มีขั้นต่ำ” เช่นเดียวกัน ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+4)
ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด ทุกสาขา และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น UOBAM Invest
สำหรับใครที่กำลังมองหาการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องของ “ผลตอบแทน” และ “รักษ์โลก” ไปพร้อมๆ กัน แบบ “2 in 1” การลงทุนใน “หุ้น ESG-ทั่วโลก” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน