โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำฝนทั่วโลก ปนเปื้อนสารก่อมะเร็ง 'แม้แต่ที่ห่างไกลก็ไม่สะอาด'

Environman

เผยแพร่ 07 พ.ค. 2567 เวลา 05.30 น.

น้ำฝนทั่วโลกปนเปื้อน ‘สารก่อมะเร็ง’ การศึกษาจากมหาวิทยาลัยสต็อกโฮล์มระบุว่าฝนที่ตกทั่วทุกมุมโลก รวมถึงพื้นที่ห่างไกลอย่างแอนตาร์กติกาและที่ราบสูงทิเบตนั้นมีส่วนประกอบของ ‘สารเคมีตลอดกาล’ (PFAS) ซึ่งงานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งในมนุษย์

สารเคมีตลอดกาลนั้นเป็นชื่อเรียกรวม ๆ ของกลุ่มสารเคมีที่ถูกใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องครัว อุปกรณ์กันไฟ เสื้อผ้า พรมกันน้ำ สี น้ำยาทำความสะอาด และอื่น ๆ อีกมามาย ซึ่งปัญหาสำคัญของมันก็คือ สารเหล่านี้ใช้เวลาสลายตัวในธรรมชาตินานเกินร้อยปี ทำให้ถูกเรียกันง่าย ๆ ว่าสารเคมีตลอดกาล

สำหรับบทความนี้ถูกเผยแพร่ในวารสาร Environmental Science & Technology ในปี 2022 โดยได้ระบวุ่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ลดระดับการปนเปื้อนที่ปลอดภัยของ PFAS ในธรรมชาติลงอย่างต่อเนื่อง (ยิ่งปนเปื้อนมากยิ่งอันตราย) และนั่นทำให้แนวทางต่าง ๆ เปลี่ยนแปลง

“คำแนะนำปฏิบัติสำหรับ PFAS ในน้ำดื่มลดลงอย่างน่าประหลาดใจในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา” Ian Cousins ผู้เขียนนำการศึกษากล่าว “ตัวอย่างเช่น คำแนะนำด้านน้ำดื่มสำหรับสารหนึ่งที่รู้จักกันดีว่าอยู่ในกลุ่ม PFAS ได้แก่ กรดเปอร์ฟลูออโรออกตาโนอิกที่ก่อให้เกิดมะเร็ง (PFOA) ได้ลดลง 37.5 ล้านเท่าในสหรัฐอเมริกา”

โดยในเดือนมิถุนายนปี 2022 สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ (EPA) ระบุว่าเอาไว้ว่าการสัมผัสกับ PFOA นั้นอาจเกิดผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพได้เช่นมะเร็ง และเมื่อพิจารณาจากมุมมองนั้นมันก็ทำให้เกิดปํญหาตามมาก็คือ ระดับ PFOA ในน้ำฝนทั่วโลก ‘เกิน’ เกณฑ์ปลอดภัยที่หน้วยงานได้ระบุไว้

ซึ่งหมายความว่า “ตามแนวทางล่าสุดของสหรัฐอเมริกาสำหรับ PFOA ในน้ำดื่ม น้ำฝนทุกที่จะถูกตัดสินว่าไม่ปลอดภัยในการดื่ม” Cousins บอก “แม้ว่าในโลกอุตสาหกรรมเราจะไม่ค่อยดื่มน้ำฝนกันแล้ว แต่ก็มีผู้คนจำนวนมากทั่วโลกที่คาดหวังว่ามันจะดื่มได้อย่างปลอดภัย และก็เป็นแหล่งผลิตน้ำดื่มของเราหลายแห่ง”

และที่สำคัญ ผู้คนในประเทศที่มีรายได้น้อยและห่างไกลมักจะสัมผัสน้ำฝนเหล่านี้อยู่เป็นประจำ รายงานยังระบุว่าอีกว่า แม้การใช้สารเคมีตลอดกาลหลายตัวจะลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพราะมีการควบคุมอย่างเข้มงวด แต่สารเหล่านี้คือ ‘สารเคมีตลอดกาล’ ที่ใช้ระยะเวลาสลายตัวนานเกินกว่าช่วงชีวิตของเรา

ดังนั้นมันจะยังคงอยู่ในสิ่งแวดล้อม หมุนเวียนไปตามชั้นบรรยากาศและหมุนเวียนในวัฏจักรน้ำทั่วโลก ซึ่งนำไปสู่ข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือ น้ำฝนเหล่านี้ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป และมันเป็นอันตรายต่อทุกคนทั้งทางตรงและทางอ้อม

อ้างอิงข้อมูลจากงานวิจัยที่ผ่านมากับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ระบุว่าการสัมผัส PFAS อาจสร้างความเสียหายให้ตับ เพิ่มปัญหาด้านระบบสืบพันธุ์ เพิ่มความเสี่ยงของโรคหอบหืดและโรคต่อมไทรอยด์

ในขณะที่งานวิจัยเมื่อเดือนธันวาคมปี 2023 ที่ผ่านมาจากมหาวิทยาลัยเยล ชี้ให้เห็นว่า PFAS อาจช่วยกระตุ้นให้มะเร็งแพร่กระจายทั่วร่างกายได้เร็วขึ้น เช่นเดียวกันการศึกษาเมื่อเดือนกันยายนปี 2023 ระบุว่า PFAS เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังขึ้น 2 เท่าในผู้หญิง

และนักวิทยาศาสตร์เห็นตรงกันว่า ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะเป็นเพียง ‘ส่วนปลายของภูเขาน้ำแข็ง’ เท่านั้น ยังมีผลกระทบด้านลบอีกมาที่ยังไม่รู้

“เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของรอยเท้าทางเคมีของมนุษยชาติที่สร้างต่อสุขภาพของดาวเคราะห์นั้น จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และการสัมผัสกับ PFAS ในระยะยาวเติบใหญ่อีกต่อไปด้วยการจำกัดการใช้ PFAS อย่างรวดเร็วในทุกที่ที่เป็นไปได้” บทความสรุป

“ยิ่งกว่านั้น ตามทื่เราและคนอื่น ๆ (ในทีมวิจัย) ได้กล่าวไว้แล้ว สังคมไม่ควรทำผิดซ้ำซากกับสารเคมีตัวอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน”

ที่มา

https://pubs.acs.org/doi/10.1021/acs.est.2c02765

https://interestingengineering.com/health/the-risk-of-forever-chemicals-in-rainwater-is-global-now

https://newatlas.com/health-wellbeing/pfas-chemicals-drinking-rainwater-toxic-levels-pollution-global/

https://www.euronews.com/green/2022/08/04/rainwater-everywhere-on-earth-unsafe-to-drink-due-to-forever-chemicals-study-finds

https://phys.org/news/2022-08-rainwater-unsafe-due-chemicals.html

Photo : westend61/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...