โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สัมภาษณ์พิเศษ : SA จับกระแสรักษ์โลก เปิดวิสัยทัศน์ปี 67 “THE SUSTAINOVATIVE LIVING”

Share2Trade

เผยแพร่ 03 พ.ค. 2567 เวลา 08.56 น. • Share2Trade

“ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไซมิส แอสเสท (SA) โชว์วิสัยทัศน์ทำธุรกิจปี 2567 มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมตามหลัก THE SUSTAINOVATIVE LIVING ซึ่งจะเป็นอย่างไรและส่งผลดีต่อบริษัทอย่างไร เราไปติดตามการเจาะลึกมุมมองในเรื่องนี้กัน

[วิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจปี 2567]
ปีนี้บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมตามหลักการ THE SUSTAINOVATIVE LIVING เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้อยู่อาศัย โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เทคโนโลยีพลังงานทดแทน การใช้งานทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งได้จัดตั้ง บริษัท ไซมิส เทคโนโลยี จำกัด พัฒนานวัตกรรม ควบคู่กับการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และมีเป้าหมายการติดตั้ง EV charger 30 สถานี และ Solar Roof ที่มีกำลังผลิตรวมกว่า 50,000 KWh ต่อเดือน
[โครงการของ SA มีส่วนในการลดภาวะโลกร้อน]
การลดภาวะโลกร้อนเป็นสิ่งที่บริษัทให้น้ำหนักอย่างมากในการก่อสร้างบ้านหรืออาคารแต่ละหลัง ซึ่งทุกโครงการของบริษัทจะคัดสรรวัสดุที่ประหยัดพลังงาน ทำให้บ้านของSA ใช้พลังงานในการก่อสร้างน้อยกว่าคู่แข่งประมาณ 40-50% ขณะเดียวกันบ้านของเราก็ประหยัดพลังงาน เนื่องจากเราใช้ผนังที่กั้นความร้อน กระจกก็กันความร้อน กันเสียง ทำให้การใช้พลังงานลดลงกว่า คู่แข่งมาก และทุกหลังเราติดตั้งโซลาร์ รูฟให้หมด มีระบบ EV ชาร์ตเจอร์ และบ้านทุกหลังจะได้รับใบประกาศเรื่อง Green ช่วยรักษ์โลก
[ตั้งเป้ารายได้ปีนี้มีรายได้ 7,000 ล้านบาท]
ปีนี้เราเน้นโครงการเดิมที่กำลังพัฒนา โดยคาดว่าจะมีรายได้ 6,000-7,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีรายได้ 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็น New High และรายได้จะอยู่ในระดับนี้ไปอีก 3 ปี โดยรายได้หลัก มาจาก
1.โครงการใหญ่ คือตรงพระราม 9 มูลค่าโครงการ 12,000 ล้านบาท ตอนนี้โอนแล้วประมาณ 2,000 ล้านบาท มี backlog ประมาณ 4,000 ล้านบาท
2.โครงการแถวแฟชั่นไอร์แลนด์ซึ่งกำลังก่อสร้าง มีมูลค่าโครงการ 4,000-5,000 ล้านบาท แต่ยอดขายตอนนี้กว่า 50%
3. โครงการแถวทุ่งสองห้องกำลังก่อสร้าง เป็นโนโวเทล
ส่วนโครงการที่เป็นหมู่บ้านมี 3 แห่ง เริ่มมีการส่งมอบแล้ว ได้แก่ 1. โครงการแถวพรานนก ทยอยส่งมอบแล้วกว่า 10% มูลค่า 2,000 ล้านบาท 2. โครงการถนนราชพฤกษ์มูลค่าโครงการประมาณ 4,000 ล้านบาท และโครงการแถวรังสิตเป็นการก่อสร้าง 2 หมู่บ้าน
[แนวคิดการก่อสร้างซีเนียร์ ลิฟวิ่ง]
โครงการสุดท้ายที่กำลังออกแบบอยู่ที่ตลิ่งชันเป็น โครงการซีเนียร์ ลิฟวิ่ง เป็นโรงแรมพร้อมที่พักอาศัยผู้สูงอายุ เป็นตึกสูงประมาณ 20 ชั้น และมีเนอส์ซิ่งโฮม เป็นที่พักของผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือและมีคลินิกพิเศษ ซึ่งเราได้เซ็น MOU กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และกลุ่มโรงพยาบาล มาร่วมกันเปิดโรงแรกที่พักอาศัย ซึ่งคาดว่าในช่วง 3-4 ปีข้างหน้าจะเป็นตัวที่สร้างรายได้ให้บริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมายปีละ 6,000-7,000 ล้านบาท
[มองไตรมาสแรกปี 67 นี้อย่างไร]
ค่อนข้างชัดเจนว่า ไตรมาสแรกยอดรับรู้รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเบื้องต้นที่ผู้ตรวจสอบทางบัญชีกำลังตรวจสอบอยู่ที่ 1,050 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี2566 ทั้งปีที่มีรายได้ส่วนนี้ 1,122 ล้านบาท
[การกระตุ้นธุรกิจอสังหาฯต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนอะไรบ้าง]
อยากให้สนับสนุนเรื่องการลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการเก็บภาษีห้องหรืออาคารที่ยังไม่ได้ขายออก ซึ่งตามปกติการเก็บภาษีจะคิดเมื่อผู้ประกอบการเมื่อมีการโอนอสังหาริมทรัพย์ให้ลูกค้า แต่ปัจจุบันแม้จะสร้างเสร็จแต่ยังไม่ได้โอน ภาครัฐก็มีการเรียกเก็บภาษี ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนกับผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษี 2 ครั้ง
[แนวคิดการลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E)]
ตอนนี้ทุกบริษัทในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีปัญหาในเรื่องการระดมทุน แม้แต่บริษัทเราแม้จะมี Project Finance ทุกโครงการ แต่เนื่องจากบริษัทที่นักลงทุนจะเลือกลงทุนได้ต้องมีสุขภาพทางการเงินที่ดี SA จึงมีความมุ่งมั่นที่จะลดหนี้สินต่อทุนของเราลง โดยปลายปี 2566 อยู่ที่ 1.9 เท่า และปีนี้อยากลดให้เหลือ 1.4-1.5 เท่า และปี2568- 2569 จะพยายามลดให้เหลือต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งจะทำให้เรตติ้งของ SA ปรับเพิ่มขึ้นเป็น BBB+ หรือ Investment Grade จากปัจจุบันอยู่ที่ BBB ซึ่งจะทำให้การระดมทุนทำได้ง่ายขึ้น มีต้นทุนลดลง และผลกำไรก็จะดีขึ้น
[สาเหตุที่บริษัทตั้งเป้าสร้างรายได้ประจำในสัดส่วน 15%]
ปกติทุกบริษัทอยากให้ธุรกิจมีรายได้ที่สม่ำเสมอ เพราะบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายได้จะขึ้นๆลงๆ ตามการส่งมอบโครงการ ดังนั้นรายได้ที่สำคัญคือรายได้ที่เข้ามาสม่ำเสมอ เช่น รายได้จากโรงแรม รายได้จากร้านอาหาร หรือรายได้จากธุรกิจอื่น แต่เนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้ใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้น โรงแรมที่เราสร้างมา ก็จะสร้างสมดุลให้มีระหว่างการขายและการสร้างได้ประจำ
ซึ่งปีนี้บริษัทพัฒนาโรงแรม 6-7 แห่ง เปิดแล้ว 5 แห่ง ซึ่งอาจต้องมีการขายโรงแรมบางแห่ง เพื่อสร้างกระแสเงินสด ทำให้ตั้งเป้ารายได้ที่สม่ำเสมอในสัดส่วน 15% หรือประมาณ 800-900 ล้านบาท จากรายได้รวมที่ 6-7,000 ล้านบาท
[ความคืบหน้าของธุรกิจ AMC]
การบริหารหนี้เสียหรือ AMC เราเข้าประมูลเพื่อซื้อหนี้เสียมาพัฒนาเป็นทรัพย์สินที่ขายได้ ซึ่งปัจจุบันที่พอร์ตอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้SA ประมาณ 20% หรือ 40 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...