โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ภูเก็ต” เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจ รับธุรกิจท่องเที่ยว-โรงแรมฟื้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 เม.ย. 2566 เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2566 เวลา 14.50 น.

ปัจจุบันการท่องเที่ยวในหลายจังหวัดเริ่มฟื้นตัวกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะ “ภูเก็ต” โดยปี 2565 ถือเป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดเป็นอันดับ 1 กว่า 1 แสนล้านบาท แต่ผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจำนวนมาก แต่รายได้ยังไม่กลับไปเท่าวันวาน สะท้อนผ่านการจัดงานสัมมนา “Phuket Post COVID ทรานส์ฟอร์มธุรกิจสร้างการเติบโตครั้งใหม่” ซึ่งจัดโดยสภาอุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ในหัวข้อ “ภูเก็ตไปต่ออย่างไร ในยุค Post COVID”

รร.ทรานส์ฟอร์มสู่ออนไลน์

เริ่มจาก นายศึกษิต สุวรรณดิษฐกุล นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ กล่าวว่าได้ทำการสำรวจการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มสมาชิกของสมาคม ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 66 พบมีอัตราการเข้าพักแรมฟื้นตัวเกินกว่า 85% ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 การฟื้นตัวไล่มาตั้งแต่โรงแรมระดับลักเซอรี่ถึงระดับ 5 ดาว โรงแรมที่เปิดช่วงภูเก็ตแซนด์บอกซ์จะได้อานิสงส์ก่อน ตั้งแต่ 5 ดาวลงมา ส่วนโรงแรมระดับ 3-4 ดาวเริ่มฟื้นตัวแล้ว คิดว่าหลังจากนี้ไปในกลุ่มโรงแรมขนาดเล็ก โฮสเทลต่าง ๆ จะเริ่มฟื้นตัวกลับมา การท่องเที่ยวจะกลับมาในจำนวนใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 เพราะได้อัตราการเข้าพักแรมใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด แต่รายได้กำไรยังไม่เท่ากับช่วงก่อนโควิดผู้ประกอบการอาจมองไปไฮซีซั่นหน้าประมาณเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2566 คิดว่าหลายโรงแรมเริ่มมีบุ๊กกิ้งให้เห็นหลายเท่าแล้ว แต่อาจต้องระมัดระวังการปล่อยโปรโมชั่น ราคาพิเศษ

“ทางสมาคมโรงแรมฯได้มีการสำรวจการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของกลุ่มสมาชิกของสมาคม ตั้งแต่ปี 2565 ประมาณ 8-9 เดือนแรก มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ในช่วงแรกพบว่า โรงแรมส่วนใหญ่ยังไม่สามารถทำกำไร โดยมีโรงแรมประมาณ 40% ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ต้องมีอัตราการเข้าพักแรม 45-50% จึงจะคุ้มทุน ยิ่งช่วงโลว์ซีซั่น อัตราค่าห้องพักไม่สูงอาจต้องมีอัตราการเข้าพักแรมประมาณ 50% ถึงจะอยู่ได้ เพราะมีค่าใช้จ่ายมาก เนื่องจากโรงแรมแต่ละแห่งปิดมานาน 1-2 ปี มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงต่าง ๆ ยิ่งทำให้ติดลบ แต่มาช่วงเดือน ต.ค. 65 อัตราการเข้าพักแรมเพิ่มเป็น 58% เริ่มแตะจุดคุ้มทุนแล้ว เดือน พ.ย. 65 เพิ่มเป็น 68-76% และเดือน ธ.ค. 65 เพิ่มเป็น 77-78% แนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง”

ปัจจุบันตัวเลขการเข้า-ออกสนามบินภูเก็ต ประมาณกว่า 40,000 คนต่อวัน จากที่จังหวัดภูเก็ตเคยมีจำนวนตัวเลขผ่านเข้า-ออกสนามบินภูเก็ตสูงสุดประมาณเกือบ 60,000 คน คิดว่าในเรื่องไฟลต์บิน ตอนนี้มีวันละ 260 ไฟลต์ ถือว่าฟื้นตัวมาประมาณ 70-80% คิดว่ากลางปี 2566 จะเริ่มใกล้เคียงกับปี 2562 คาดว่าปลายปีนี้จะกลับมาสู่ภาวะปกติ

“ตอนนี้หลายโรงแรมพัฒนาสู่ทรานส์ฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ทางสมาคมเน้นเพิ่มศักยภาพการขายทางออนไลน์มาก คือต้องเฟรนด์ลี่ จองได้เร็ว จ่ายเงินง่าย ปีนี้มุ่งเน้นการตลาดที่เป็นดิจิทัลให้สมาชิกของสมาคมในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และสงขลา”

ที่ผ่านมาธุรกิจโรงแรมประสบปัญหาขาดแรงงานได้แก้ปัญหาโดยสนับสนุนการทำบันทึกข้อตกลง ระหว่างโรงแรมกับสถานศึกษา อาชีวศึกษาให้ส่งนักเรียน นักศึกษาเข้ามาฝึกงาน นอกจากนี้มีปัจจัยเรื่องต้นทุนค่าไฟที่สูงขึ้น หลายโรงแรมหันมาทำโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เน้น นทท.คุณภาพเพิ่มรายได้

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ข้อมูลตัวเลขจากด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานภูเก็ต และข้อมูลคนเดินทางผ่านท่าอากาศยานภูเก็ต เดือนกุมภาพันธ์ 2566 จำนวนกว่า 180,000 คน แต่ข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ตรายงานตัวเลข ตม.30 จากที่พักต่าง ๆ จำนวน 214,000 คน เป็นตัวเลขค่อนข้างสูง นอกจากนี้มีการเดินทางเข้าภูเก็ตผ่านช่องทางอื่น เช่น ด่านทางเรือ ในเดือนมีนาคม 2566 มีเรือสำราญเข้ามา 8 เที่ยว เรือยอชต์ เรือสินค้า อื่น ๆ รวมกว่า 15,000 คน โ

ดยปัจจุบันชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวภูเก็ตเป็นอันดับหนึ่ง คือ รัสเซีย ตัวเลขนับจากเดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงตอนนี้ ประมาณ 450,000 คน รองลงมา อินเดีย คาซัคสถาน อังกฤษ ออสเตรเลีย ทั้งนี้ หากเทียบอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เรื่องรายได้ ในปี 2565 เทียบกับปีก่อนโควิดฟื้นกลับคืนมา ประมาณกว่า 20% แต่ปี 2566 รายได้ฟื้นกลับคืนมาประมาณ 50-60%

“อยากให้รัฐบาลทราบว่า เราอยากโฟกัสนักท่องเที่ยวคุณภาพ โฟกัสรายได้ ไม่อยากให้โฟกัสจำนวนนักท่องเที่ยว คิดในมุมกลับว่า วันนี้มีนักท่องเที่ยวเท่าเดิม รายได้เท่าเดิม มีการแข่งขันรุนแรง ใช้ทรัพยากรของจังหวัดมหาศาล คิดว่าอาจไม่ค่อยเกิดประโยชน์อะไร มีพูดกันว่าที่ผ่านมา คนในท้องถิ่นบางกลุ่มไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรตั้งแต่ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ และหลังโควิด-19 เราโฟกัสเรื่องท่องเที่ยวชุมชน ให้คนในชุมชนมีความสุขมากขึ้น ขณะเดียวกันอยากให้ภาครัฐสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Expo 2028 เมื่อได้จัดงาน ทุกอย่างจะตามเข้ามาหมด”

“และอยากให้ทุกคนช่วยกันทำภูเก็ตเป็นจังหวัดหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก ทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว นักลงทุนให้เกิดวันสต็อปเซอร์วิส จะทำให้คนอยากเข้ามาลงทุนมากขึ้น”

สมรภูมิอสังหาฯภูเก็ตเดือดดีมานด์ ‘รัสเซีย-จีน’ พุ่ง

นายพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวในหัวข้อ Global Standard Platform for Ecosystems Real Estate and SME สร้างโอกาสการขายยกระดับธุรกิจอสังหาฯ และ SMEs เพื่อการแข่งขันด้วยแพลตฟอร์มมืออาชีพว่า ขณะนี้คนต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย และจีนมีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตจำนวนมากแต่ผู้ประกอบการไม่สามารถก่อสร้างโครงการให้ได้ทันที

นายพัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล

เห็นได้จากยอดการโอนที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในปี 2565 ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ส่วนอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม ปี 2565 เป็นปีแรกที่ยอดจดทะเบียนอาคารชุดสะสมน้อยกว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดสะสม (นับรวมอาคารชุดมือสอง) แสดงให้เห็นว่าโครงการใหม่ไม่มี มีแต่การโอนกรรมสิทธิ์โครงการเก่าจำนวนมาก คาดว่าปี 2566 ยอดการขออนุญาตจัดสรรใกล้เคียงหรือสูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด-19 โดยเป็นการลงทุนของผู้ประกอบการในพื้นที่ และทุนรายใหญ่จากส่วนกลางหลายรายที่มีแผนจะเข้ามาลงทุนในภูเก็ตจำนวนมาก

“ก่อนโควิด มีทุนของ บมจ.แสนสิริ และ บมจ.พฤกษาฯลงมา แต่หลังจากนี้จะมีทุนส่วนกลางเข้ามาลงทุนในภูเก็ตอีกจำนวนมาก รวมทั้ง บมจ.ออริจิ้นฯ ดังนั้น ต่อไปการแข่งขันจะสูงขึ้น ผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องทำงานอย่างมืออาชีพ ต้องมีการวางเป้าหมาย การบริหารต้นทุนต่าง ๆ ให้มากขึ้น ต้องติดตามข่าวสารสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ต้องศึกษากฎหมายจัดสรร อาคารชุด กฎหมายผังเมือง สิ่งแวดล้อม รวมถึงการขออนุญาตต่าง ๆ ต้องอ่านรายงานที่ปรึกษา เช่น การตรวจน้ำเสียต่าง ๆ พิจารณาผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง ก่อนทำโครงการ ต้องวิเคราะห์ตลาดเป็นใคร เอเยนซี่ที่จะขายให้ และออกแบบให้ตรงความต้องการของลูกค้า”

“หากใครคิดว่าสู้ไม่ได้ ให้หนีไปตลาดอื่น และเทรนด์ที่จะมาในอนาคต คือ การลดคาร์บอนลง ลดการใช้พลังงานลง ใช้พลังงานสะอาด ต้องมีความฉลาดทางการเงิน การบริหารกระแสเงินสด การวางแผนโครงการ เรื่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ และการใช้เงิน เพื่อมิให้เกิดปัญหาต่อธุรกิจ หลังจากนี้โครงการแนวราบทิศทางจะเป็นโครงการลักษณะลักเซอรี่มากขึ้น ส่วนตลาดลูกค้าภายในประเทศเป็นระดับกลางลงมา ส่วนต่างประเทศจะระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันมีโครงการบริเวณตำบล เชิงทะเล ที่ลากูน่า และลายัน ต.วิชิต ที่เขาขาด ต.ฉลอง ต.ราไวย์” นายพัทธนันท์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...