โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดราม่า #นิกกี้ก้อย เลิกกันด้วยดี ไม่มีมือที่ 3 ลองใช้ชีวิตด้วยกันแล้วมันเหนื่อย

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 มี.ค. 2566 เวลา 05.30 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2566 เวลา 04.59 น. • The Bangkok Insight

สรุปดราม่า #นิกกี้ก้อย เลิกกันด้วยดี ไม่มีเรื่องมือที่ 3 ฝ่ายชายยันไม่เคยนอกกาย ไม่เคยนอกใจ แต่ลองใช้ชีวิตด้วยกัน แล้วเจอจุดที่ปรับกันไม่ได้แล้วมันเหนื่อย ย้ำยังห่วงใยกันเหมือนเดิม 3 ปีเป็นความทรงจำที่ดี

ความสัมพันธ์ของ ก้อย อรัชพร และ นิกกี้ ณฉัตร หลังมีข่าวออกมาว่าทั้งสองกำลังมีปัญหากัน จนกลายเป็นกระแสร้อนแรงในโซเชียล ลามไปถึงบุคคลที่ 3 ล่าสุด วันนี้ (18 มี.ค.) นิกกี้ และก้อย ได้อัดคลิปเปิดใจผ่านช่องยูทูบ nickynachat ยืนยันว่าทั้งคู่ได้เลิกกันแล้ว โดยให้เหตุผลว่าได้มีการลองใช้ชีวิตด้วยกัน แต่เกิดปัญหาปรับกันไม่ได้ ทำให้ต้องตัดสินใจเลิก

#นิกกี้ก้อย เลิกกันด้วยดี ลองปรับแล้วแต่เข้ากันไม่ได้

ก้อย : “อยากจะบอกให้ทุกคนรู้โดยทั่วกันว่าเราตกลงกันว่าเราสองคนเลิกกันแล้ว แต่เป็นการเลิกกันด้วยดี เราก็คุยในวันที่เลิกกันด้วยดี แต่มันอาจจะมีการจัดการอารมณ์กันไม่ได้ สาเหตุหลักคือการได้ลองใช้ชีวิตดูกันแล้วมันก็เหมือนกับว่าเราไม่ได้สื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมาจริง ๆ ตั้งแต่แรก มันเลยทำให้เกิดปัญหาขึ้นเรื่อย ๆ มีจุดยืน มีความคิดของตัวเองที่มันค่อย ๆ ปรับกันแล้วมันปรับกันไม่ได้จริง ๆ ก็เลยรู้สึกว่างั้นเราแยกไปอยู่กับตัวเอง ไปลองใช้ชีวิตในแบบของตัวเองดีกว่า”

นิกกี้ : “ก็เลิกกันด้วยดีนะครับ เรายังคุยกันดี ไม่มีการทะเลาะกัน ไม่มีการขึ้นเสียง ใช้อารมณ์กัน คุยกันด้วยความรัก ผมก็มีน้ำตานะตอนเลิก แต่ร้องไห้ด้วยความรัก เราเองก็แอบมีน้ำตาเหมือนกันแต่ไม่ให้เขาเห็น ก็แอบไปมีน้ำตากับหมา ให้เวลาเขาอยู่กับตัวเอง ก้อยที่ผ่านมาทำงานเยอะ”

ก้อย : “จริง ๆ ทำงานเยอะด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็นั่นแหละ พอมาลองใช้ชีวิตคู่ด้วยกันแล้ว มันมีความทุกข์ที่เราเหนื่อยต่อกัน งั้นก็พอก่อนดีกว่า เท่านั้นเอง”

นิกกี้ : “ไม่รู้ว่าควรเป็นสิ่งที่ผมควรภูมิใจหรือไม่ภูมิใจนะ ผมพูดได้ต่อหน้าน้องก้อยเลย ตั้งแต่ผมคบกับก้อย ตัดสินใจเป็นแฟนกับน้องก้อย จะ 3 ปีแล้ว 25 มีนาคม คือวันแรกที่เจอกัน ไม่เคยนอกใจแฟนแม้แต่ครั้งเดียว นอกกายไปนวดก็ไม่เคย ไปเที่ยวผับก็แทบจะไม่เคยโกหกน้องเลย ขอน้องทุกครั้ง”

ก้อย : “เลิกกันด้วยดี ไม่มีมือที่ 3 เป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวของเราที่เราปรับกันมาถึงจุดนึงแล้วเราไปต่อกันไม่ได้แล้ว ถ้าถามว่าเลิกกันเพราะอะไร ตอบเหมือนดาราเลย ก็คือเข้ากันไม่ได้ค่ะ ไปต่อกันไม่ได้ แล้วก็ไม่มีปัญหาเรื่องมือที่ 3”

นิกกี้ : “เป็นคำถามจากทางบ้าน ที่ไม่ใช่เอฟซีผม ถ้าเอฟซีน้องเขาก็อยากให้เลิกกันอยู่แล้วแหละ”

ก้อย : เป็นสิ่งที่ไม่รู้ ถ้าวันนี้มันก็คือชัดเจน คือเราคุยกันชัดเจน วันนี้ก็คือแยกกันดีกว่า อนาคตไม่ใช่เรื่องที่สามารถตอบได้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

ก้อย : “ก้อยร่วมงานได้ แต่คนเราเวลาแยกกันมันต้องมีเวลาจัดการตัวเอง มันไม่ใช่ว่าเลิกกันแล้วทำงานได้ มีความสุขกัน คนเรามันไม่ได้จัดการตัวเองได้แบบนั้น มันต้องมีเวลาได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ ได้ใช้เวลากับตัวเองจริง ๆ พอเวลาที่มันเหมาะสมที่ทั้งสองคนสามารถจัดการตัวเองได้แล้ว ค่อยกลับมาทำงานด้วยกันดีกว่า”

นิกกี้ : “ห่างกันมา 2 อาทิตย์แล้ว ไม่มีเขาวันแรก ๆ มันจะงง เคยมีเขาอยู่ที่บ้านทุกวัน แล้ววันนึงกลับมาแล้วไม่มีเขามันก็แปลก ๆ มันเหมือนหนัง เรามองว่าเขาแยกกับเราเขาสบายใจกว่า ผมรู้ว่าเขาสบายใจกว่า วันแรก ๆ คุยกับแมลงสาบครับ เมาครับ ยอมรับตามตรงเลย วันแรก ๆ ก็เฮิร์ต”

ก้อย : “ต้องมาเล่าอะไรเยอะแยะ ก็แค่เล่าไปว่าเลิกกันด้วยดี”

นิกกี้ : “เลิกดีอยู่แล้ว เลิกดีไม่เคยขึ้นเสียงกับน้องก้อยเลย ไม่เคยทะเลาะ เลิกกันดีมาก ๆ ไม่มีขึ้นเสียง มามี๊สบายใจได้เลยว่า ดึงแขน บีบคอ ไม่มีเลย กอดกันนะ ตอนเลิกกันเรากอดกัน แต่ยอมรับว่าคิดถึงเขา เรารักเขา เขาก็รักผมผมรู้ ทุกวันนี้เขาก็ยังรักผมอยู่ ผมก็รักเขา”

ก้อย : “หนูว่าหนูได้มีเวลากับตัวเองดีนะคะ หนูรู้สึกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ทำงานหนักมาก แล้วก็บวกกับพอได้อยู่กับตัวเองก็รู้สึกว่าสงบดีค่ะ แต่กับสิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นห่วงเขานิดนึงในเชิงที่ว่า หลาย ๆ คนอาจจะเป็นห่วงหนูแล้วรู้สึกว่าในความสัมพันธ์นี้มันจะต้องทำอะไรที่แย่มาก ๆ แน่เลย แล้วไปว่าเขา สำหรับหนูขอบคุณมาก ๆ ที่เป็นห่วง แต่เขาก็เป็นคน ๆ นึงที่หนูรัก หนูก็รู้สึกว่าไม่อยากให้เขามานั่งเจออะไรที่ไม่ดี เพราะเขาก็พยายามที่สุดในความสัมพันธ์นี้ หนูก็พยายามในความสัมพัน์นี้มันก็แค่จบลง แค่นั้นเอง”

ก้อย : “เป็นมิตรภาพที่ดีต่อกัน ทั้งหนูและเขามันผ่านอะไรที่มากกว่าเรื่องรักมาเยอะแล้ว มันมีเรื่องอื่นในชีวิตที่เราได้ต่อสู้ชีวิตกันมา หนูว่านี่มันเป็นเรื่องนึงในชีวิตที่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ก็แค่หวังดีต่อกัน ก็แค่อยากให้เขามีความสุข ถามว่าเป็นห่วงอะไรเขา ‘มีสติ’ คำเดียวในใจ มีสติกับทุกเรื่องแค่นั้นแหละ ตั้งแต่วันแรกที่หนูเลือกคบเขา เขาเป็นมนุษย์ที่ดีหนูขอยืนยัน แล้วเขาน่ารักมากคนนึง แล้วเขาก็เป็นแบบนั้นอยู่ หนูไม่ได้ห่วงการใช้ชีวิตของเขา แค่เป็นห่วงแค่นี้แหละ”

นิกกี้ : “การใช้ชีวิตของเขาไม่เป็นห่วงเลย เพราะว่าเขาก็เป็นคนที่ดีมาก ทุกคนก็จะพูดกับผมหมดเลยว่าอย่าปล่อยก้อยไปนะ ไปง้อนะ เชื่อเถอะว่าก้อยคือแม่ที่ดีที่สุดของลูกแล้ว ทุกคนพูดกับผมหมด”

นิกกี้ : “จริง ๆ แล้วผมก็ยอมรับในการตัดสินใจของน้องก้อย ผมก็เคารพ ถามว่ารักไหมผมรักเขาอยู่แล้ว แต่ถามว่าห่วงอะไรไหม ไม่ห่วงเลย เพราก้อยเป็นคนที่ดีมาก ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องไม่ดีในตัวเขาสำหรับผมเลย ไม่เคยรู้สึกไม่ดีเลยในสิ่งที่เขาทำให้ผม แล้วแม้แต่กระทั่งเลิกกันก็ไม่เสียดายนะ 3 ปีที่ผ่านมา เขาทำให้ผมเป็นผู้เป็นคนขึ้น เพราะถ้าไม่มีเขาอาจจะกะเลวกะลาดอยู่ ทุกคนก็จะบอกผมหมดว่าโชคดีนะเนี่ยที่มีก้อยเป็นแฟน เพราะดูดีขึ้น ดูมีสติมากขึ้น”

นิกกี้ : “น่ารักมาก สองสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกว่ายังมีเขาในครอบครัวตลอดหรือว่ามีเขาในชีวิต ก็คือ หนึ่งน้องหมา ต่อให้ก้อยเลิกกับผมเขาก็ยังรัก ไนล่า ก็แบ่งกันเลี้ยง ผม 4 วัน น้องก้อย 3 วัน แล้วอีกอย่างคือรอยสักที่แขนพี่โต้ง”

ก้อย : “แล้วแต่พี่โต้ง”

นิกกี้ : “อันนี้ไม่ต้องลบ เพราะพี่โต้งก็รักน้องก้อย เปรียบเสมือนรักผม แล้วผมก็โอเคนะที่เขาก็ยังเห็นความสำคัญของครอบครัวเรา ทุกวันนี้แม่จะมานอนกับผม นึกว่าแม่จะมาปลอบเรานะ เราไปปลอบแม่แทน ร้องไห้นะแม่อ่ะ”

ก้อย “ ทั้งแม่คุณยาย โอเคค่ะ คือเราจบกันแล้ว แต่เราก็อาศัยเป็นเหมือนครอบครัวมากไปประมาณหนึ่งแล้ว แล้วเราก็รู้สึกว่าทุกคนเคารพการตัดสินใจของเราทั้งคู่ในวันที่เราบอกแม่ว่าเลิกกัน แล้วแม่ก็เข้าใจและให้กำลังใจแค่นั้นเองคือมันก็เป็นคนที่หวังดีต่อกัน”

นิกกี้ “ก็ไม่มีอะไร อยากจะบอกน้องเขาว่ามีความสุขตลอดที่ได้อยู่กับน้องเขา ผมก็ไม่รู้นะว่าอนาคตจะเป็นยังไงอาจจะห่างกันไปแล้วไม่กลับกันมาอีกแล้ว หรือวันนึงอาจจะกลับมาคบกัน ก็อยากจะบอกน้องว่ายังไงก็ตามผมก็จะรักน้องเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนแต่ก็นั่นแหละ เราทำงานของเราไป เขาก็ทำงานของเขาไป เราก็จะซัปพอร์ตของเขาทุกอย่างไม่ว่าเขาจะทำอะไร จริงแล้ว ๆ ก็ไม่ได้อยากจะมาเศร้า ถามว่าเศร้าไหมในใจก็เศร้าแหละ แต่ก็ไม่ได้อยากมาร้องไห้หรืออะไร เพราะว่าเลิกกันดีแล้วมันก็มีความสุข ชาตินี้แฮปปี้ที่ได้คบกับเขา 3 ปี แฮปปี้ อย่างน้อยผมอายุ 50 อรัชพร แฟนเก่าผมนะ”

ก้อย : “อยากให้เขามีชีวิตที่ดี หนูก็เชื่อว่าเขาก็อยากให้หนูมีชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้นก็เลิกกันด้วยดีแค่นั้นเอง (จับมือนิกกี้)”

นิกกี้ : “มีคนสงสัยในความสัมพันธ์ของผมกับน้องก้อยตามที่น้องก้อยบอกเลยนะครับ ตอนนี้เราก็ลดสถานะจากเมื่อก่อนเป็นแฟนกันเป็นคนรักกันตอนนี้ก็พี่น้องที่ยังรักกันเหมือนเดิม ผมไม่เคยคิดเลยนะว่าคนเรารักกันเลิกกันได้ยังไง แต่วันนี้ผมก็รู้แล้วว่าจริง ๆ รักกันมันก็เลิกกันได้ แต่ก็หวังดีต่อกันเสมอ เพื่อนน้องก้อยผมรักทุกคนเพราะ ทุกคนก็น่ารักกับผม ไม่มีใครอันฟอลโลว์ผมซักคน”

ก้อย : “บ้า ใครจะอันฟอลโลว์”

นิกกี้ : : “แต่น้องไม่อันฟอลโลว์ผมนะ อนาคตจะอัลฟอลไหม”

ก้อย : “ไม่เคยอันฟอลโลว์ อยู่ที่เกิดอะไรขึ้นถ้าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านี้มันไม่ควรต้องอันฟอลโลว์กันหรอก แต่ประเด็นคือฟอลโลว์หรืออันฟอลโลว์มันสำคัญตรงไหน (หัวเราะ)”

นิกกี้ : “ก็อยากจะบอกว่าเพื่อนเขาน่ารักต่อให้เลิกกันก็ไม่มีใครอันฟอลโลว์ผมเลย และจริง ๆ แล้วครอบครัวน้องก้อยน่ารักมาก ๆ พี่โชกุนโทรมาหาจากออสเตรเลีย บอกนิกกี้ มีโควต้าชีวิตของพี่อยู่หนึ่งครั้งเอาไหม พี่ช่วยน้อง พี่มีโควต้าแค่ครั้งเดียว ล่าสุด โชกุนโดนก้อยบล็อก (หัวเราะ)”

ก้อย : “(หัวเราะ) ไม่ได้บล็อก แกล้ง”

นิกกี้ : “คือรักเสมอ แม่ก้อยก็เหมือนแม่ผม ญาติก้อยทุกคนคือเหมือนญาติผมทุกคน บ้านก้อยไม่เหมือนบ้านผมหรอก แต่ผมก็ยังมาได้ ผมรู้ว่าแม่เขาก็ยังต้อนรับผม”

ก้อย : “เอางี้ เราจบกันด้วยดีถ้าพูดตรง ๆ ในระยะยาวเริ่มจากวันนี้ วันหนึ่งเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อาจจะกลับมาหรือไม่ได้กลับมาแต่ว่าก็ใช้ชีวิตไป แต่ถ้าวันนึงถ้าเขามีคนใหม่หรือหนูมีคนใหม่ สุดท้ายเราก็ให้เกียรติชีวิตที่ต้องไปต่อ ณ วันนี้เราก็เป็นเพื่อนกันต่อ แค่นั้นเอง”

ก้อย : “ขอบคุณเอฟซีทุกคนคือทุกคนก็เห็นเรามาตั้งแต่ต้น แล วันที่เราไม่ได้ไปต่อแล้วก็ขอบคุณ เชื่อว่าเขาก็หวังดีและเราก็หวังดีต่อกันขอบคุณค่ะ”

นิกกี้ : “ขอบคุณจากใจจิงเอฟสี่ทุกคนก็จริง ๆ รู้ว่าเอฟสีบางคนเขาก็เสียใจ แต่ให้รู้ไว้ว่ายังไงเราก็มีกันในชีวิตเสมอเป็นครอบครัวเดียวกันรักกัน ทุกวันนี้”

ก้อย : “เป็นเพื่อน ๆ พี่น้อง”

นิกกี้ : “รักเขาอยู่แล้ว น้องเขาก็ทำงานเยอะจริง ๆ ตั้งใจกับทุกอย่างที่เขาทำ”

ก้อย : “พี่นิกกี้ด้วย (ยิ้ม)”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...