โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

จากโรงกลึงถึงซากเรือขุด ย้อนยุคมหาลัยเหมืองแร่ ผ่านของโบราณนับร้อยปีที่ไปดูได้จริง!

ONCE

อัพเดต 01 มี.ค. 2566 เวลา 00.05 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2566 เวลา 00.05 น.

ในฐานะคนพังงาที่มีโอกาสได้ติดสอยห้อยตามพ่อไปวิ่งเล่นในบริษัทเรือขุดแร่บุญสูงที่แวดล้อมไปด้วยโรงล้าง-แยกแร่ โรงเหล็ก โรงซ่อมบำรุง ไปจนถึงชิ้นส่วนเรือเมื่อสมัยยังเด็ก ได้เห็นเครื่องมือโบราณอายุมากกว่ารุ่นพ่อ ฟังเรื่องเล่าดูการสาธิตวิธีล้างแร่จากคนเก่าแก่ในยุคนั้นก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้

นั่นเพราะบางอย่าง บางชิ้นเป็นของหาดูยากที่เราไม่เคยเห็นและรู้จักมาก่อน การปัดฝุ่นความทรงจำครั้งนี้จึงเหมือนได้เปิดอีกมุมมองความน่าสนใจของบ้านเกิดที่อยากชวนให้ทุกคนมาตามรอยอดีตยุคเรืองรอง

ที่ทำการสำนักงานบริษัท เปิดให้เข้าชมเพียงอาคารเดียว
แร่ที่ได้จากเหมืองจะต้องผ่านโรงล้าง-แยกแร่ที่นี่

เครื่องมือโบราณเล่าขานวิถีเหมืองแร่

อาคารไม้หลังเก่าสภาพทรุดโทรมใกล้พังเต็มทีอาจแลดูไม่น่าสนใจสำหรับผู้คนที่ผ่านไปมาในตลาดปากถัก อ.กะปง นี่คืออดีตแหล่งทำเงินมหาศาลในนามบริษัทเรือขุดแร่จุติ กะปง หนึ่งในสองบริษัทเกี่ยวกับกิจการเหมืองแร่ของจุติ บุญสูง อดีตผู้ประกอบการเหมืองแร่ตัวอย่าง ปี 2525 โดยมีบ้านพักรับรองหลังใหญ่บนเนินด้านในสะท้อนถึงความมั่งคั่งในยุคที่ยังไม่มีโรงแรมไว้รองรับแขก

คุณจุติ บุญสูง ผู้ก่อตั้งบริษัทเรือขุดแร่จุติ และบริษัทเรือขุดแร่บุญสูง
ในยุคที่ยังไม่มีโรงแรม บ้านพักรับรองแขกคือสิ่งจำเป็น

หลาย 10 ปีก่อนบนพื้นที่ 29 ไร่แห่งนี้มีทั้งโรงล้าง-แยกแร่ โรงเหล็กสำหรับหล่อ ซ่อมบำรุง สโตร์เก็บ ก่อนจะถูกรื้อถอนไปบางส่วนเพื่อแยกชิ้นส่วนขายหลังหยุดกิจการ (แต่ไม่ได้แจ้งยกเลิก) เมื่อประมาณ 2537-38 เนื่องจากประสบปัญหาราคาแร่ในตลาดโลกตกต่ำต่อเนื่อง ไม่คุ้มทุนกับการแบกภาระค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ส่วนเรือขุดหยุดไปตั้งแต่ปี 2518

ลุงนิลกับรถคู่ใจผู้ทำหน้าที่ดูแลบอกเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยความภูมิใจ

“เมื่อก่อนในนี้มีทางรถไฟส่วนตัวสำหรับใช้ขนของจากโกดังที่บ้านปากพู่และสำหรับไปยังโรงไฟฟ้าของบริษัทที่ผลิตไฟฟ้าเอง สุดทางฝั่งหนึ่งอยู่บ้านบางกุ่มกินระยะทางหลายกิโลอยู่” ลุงนิล ทิพยพัฒนกุล คนเก่าแก่ผู้ดูแลที่นี่เล่าถึงความรุ่งเรืองในอดีตพร้อมนึกเสียดายหากยังอยู่คงได้จัดเที่ยวพิเศษตามรอยยุคเหมืองแร่

เครื่องมือในขั้นตอนการสุ่มตัวอย่างแร่
รุ่นนี้ถ้าเปรียบคนก็น่าจะเป็นรุ่นทวดอายุกว่า 100 ปี

นอกจากจะได้ฟังเรื่องเล่าที่อัดแน่นไปด้วยความผูกพันตลอดชีวิตการทำงานกับบริษัทมา 60 ปีแล้ว ผู้มาเยือนจะได้ชมเครื่องมือโบราณหายาก หลายชิ้นผลิตในยุโรปอายุเป็น 100 ปี อาทิ ตราชั่งแร่ กุญแจ นาฬิกายาม เป็นต้น บางอย่างก็ถูกยืมไปใช้ในหนังเรื่องมหา’ลัย เหมืองแร่มาแล้ว เช่นเครื่องพิมพ์ดีดตัวใหญ่ที่วางอยู่กลางห้อง แถมออฟฟิศของนายฝรั่งก็ถอดแบบไปจากที่นี่

อุปกรณ์การทำเหมืองแร่โบราณตั้งโชว์รอผู้เยี่ยมชม
ลุงนิลสาธิตการใช้เลียงร่อนแร่เอาหินดินทรายออก
ลุงนิลโชว์การทำงานของแม่เหล็กไฟฟ้าดูดขี้แร่ออก

“จริงๆ เมื่อก่อนมีข้าวของเครื่องใช้มากมาย แต่เก็บไว้มากไม่ได้เพราะระวังหายกันไม่ไหวเหลือแต่อุปกรณ์ เครื่องมือโบราณหายาก ส่วนเครื่องมือล้างแร่แยกแร่นี่เป็นของส่วนตัวที่ตกทอดมาจากรุ่นพ่อเพราะต้องมีเป็นของตัวเอง คนที่เคยทำเหมืองในพังงาก็บอกว่าของบางอย่างไม่มีที่อื่นแล้ว” ลุงนิลในวัย 77 ปีเล่าด้วยสำเนียงใต้พลางสาธิตการใช้เครื่องแม่เหล็กไฟฟ้าดูดขี้แร่เพื่อแยกแร่สะอาดไปด้วย

แอมป์มิเตอร์สำหรับใช้วัดกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าส่วนตัวของบริษัท
ตราชั่งแร่โบราณของส่วนตัวลุงนิลที่ได้รับมรดกมาจากรุ่นพ่อ

บางคนบอกว่าอยู่ในพื้นที่มา 50 ปีก็ไม่เคยได้เข้าและเห็นเครื่องมือแบบนี้มาก่อน นั่นเพราะแต่ก่อนแต่ไรมาข้างในนี้เป็นพื้นที่หวงห้าม ไม่ใช่ใครจะเข้ามาได้ง่ายๆ หากไม่ได้มาติดต่อราชการ มาขายแร่หรือเป็นคนในครอบครัวพนักงาน และเพิ่งเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมเมื่อ 3 ปีก่อนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและถ่ายทอดประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้รู้และเข้าใจ

เพรสเซอร์วัดแรงดันน้ำสำหรับใช้ในเหมือง

“มีแต่คนบอกว่าเถ้าแก่เหมืองรวย แต่ก่อนจะรวยไม่ใช่เรื่องง่ายมีหลายขั้นตอนต้องทำให้ถูกต้อง ต้องรู้ตรงไหนทำได้ไม่ได้ ทำแล้วจะมีกำไรหรือขาดทุน”

ใครที่สนใจเข้าชมบริษัทเรือขุดแร่จุติ กะปง จะเปิดให้เข้าชมฟรีเฉพาะวันเสาร์ เวลา 15.00-18.00 น.ช่วงเปิดถนนคนเดินปากถักระหว่างเดือนต.ค.-ก.พ. หรือสอบถามข้อมูลได้ที่คุณเปิ้ล โทร.063-491-4951

โรงหล่อกลึงเก่าแก่ที่สุดในตะกั่วป่า

โรงกลึงกับช่างฝีมือในตำนาน

สถานะโรงหล่อกลึงเก่าแก่ที่สุดในตะกั่วป่าตั้งแต่ปี 2490 ไม่ใช่ความน่าสนใจเดียวของโรงหล่อกลึงฮัวหลุน!

ด้วยการรวมตัวกันของ 4 หุ้นส่วนเชื้อสายจีนชาวภูเก็ตในรุ่นบุกเบิกที่ตั้งใจจะรองรับกิจการเหมืองแร่แบบสูบฉีดใช้ปั๊มดูดรุ่นใหม่แบบเครื่องยนต์ อุปกรณ์ส่วนใหญ่จึงเป็นของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเจาะจากลิเวอร์พูล เครื่องเซาะจากแมนเชสเตอร์ หรือเครื่องไสที่ผลิตในอังกฤษ จึงถือเป็นโรงเหล็กที่มีเครื่องมือทันสมัยที่สุด

ขนาดจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในตอนนั้นยังต้องมาซื้ออุปกรณ์จากที่นี่!

เครื่องมืออายุนับ 100 ปียังคงถูกใช้งานโดยคนงานรุ่นเก๋า

“ท่าน (จอมพลสฤษดิ์) ทำเหมืองที่สะเมิงและมาซื้ออุปกรณ์จากที่นี่ เพราะหลังท่านเสียได้มีการตรวจสอบทรัพย์สิน ตำรวจสันติบาลพบใบเสร็จจากทางใต้เลยมาขอตรวจสอบปรากฏว่าที่นี่ก็มีใบเสร็จตรงกัน” สุฤทธิ์ ตันติวิบูรชัย หรือแปะเส้ง ทายาทรุ่น 2 เล่า

ปัจจุบันโรงเหล็กยังคงดำเนินกิจการภายใต้ความดูแลของแปะเส้ง ซึ่งบอกกับเราว่าจะทำไปจนกว่าจะหมดเรี่ยวแรงสู้ไหว แม้งานที่เคยล้นมือจะหดหายไปพร้อมกับการทยอยปิดกิจการลงของเหมืองแร่หลังปี 2536 จากคนงานที่เคยมีมากถึง 80 คนในช่วงปี 2520 ตอนนี้เหลือเพียง 5 คนแถมรุ่นเดอะทั้งนั้น ส่วนอุปกรณ์ไม่ต้องพูดถึงหลายตัวอายุนับ 100 ปี

บรรยากาศการทำงานภายในโรงกลึงเก่าแก่

แต่ด้วยความเก่าแก่นี่แหละที่ทำให้แปะหวงแหนไม่อยากขายทิ้ง เพราะตั้งใจจะเก็บไว้ให้คนรุ่นหลังดูถึงขั้นคิดไปถึงการส่งมอบให้รุ่นลูกรับช่วงต่อไปทำเป็นพิพิธภัณฑ์ในอนาคต หลังได้รับความสนใจจากทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชม ล่าสุดเมื่อปีที่แล้วเพิ่งมีกองถ่ายจากฝรั่งเศสมาขอใช้สถานที่ถ่ายหนังและฝากของที่ระลึกไว้เป็นหอคอยที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทำอยู่ด้านหลัง

“ตอนมหาลัย เหมืองแร่มาถ่ายทำ เขาก็มาขอบันทึกเสียง เช่าอุปกรณ์ตู้เชื่อมจากสิงคโปร์ และขอให้ทำเตาเผาให้ ผมก็ซ่อมเครื่องปั่นลมโบราณให้ใช้ เป็นของรุ่นพ่อที่เมื่อก่อนเวลาไปงานกินเจที่กะทู้กับย่า จะต้องนั่งรถจากถนนระนองไป 6 กม. ต้องใช้แก๊สทำความร้อนและใช้เครื่องปั่นตัวนี้ ทีมงานเห็นแล้วขอซื้อแต่ผมไม่ขายเพราะไม่มีอีกแล้ว” แปะเส้ง ในวัย 81 ปีเล่าและตามด้วยเสียงหัวเราะที่บ่งบอกถึงความสุข

โครงสร้างคานที่เห็นเป็นเหล็กสีแดงนั้นก็มาจากซากเรือขุดแร่ที่ขายเศษเหล็กหลังเลิกกิจการ เพื่อเสริมความแข็งแรงทนทานในการใช้รอกยกอุปกรณ์หนักๆ ต้องบอกก่อนว่าที่นี่อาจไม่เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าใครชอบความดิบๆ เรียลๆ ลองเข้ามาเยี่ยมชมได้ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-16.00 น.

ภาพเรือขุดแร่บุญสูงก่อนจมลงใต้ทะเล

จากเรือขุดแร่สู่บ้านของฝูงปลา

ใครที่เคยมาดำน้ำแถวเขาหลักคงเคยได้ยินชื่อเสียงของซากเรือขุดแร่บุญสูงที่จมอยู่นอกชายฝั่งห่างจากแหลมปะการัง 10 กว่ากม.กันบ้างแล้ว หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าจุดนี้คือแหล่งรวมฝูงปลาตัวน้อยใหญ่นานาชนิดอย่างน่าเหลือเชื่อ

เรือลำนี้เป็นหนึ่งใน 2 ลำสำหรับขุดแร่ในทะเลของบริษัทเรือขุดแร่บุญสูง ขนาดความยาว 50 เมตร เพิ่งซ่อมบำรุงเสร็จ 10 ล้านบาทก่อนให้เรือลากจากเกาะคอเขาเพื่อไปยังจุดหมายที่ท้ายเหมืองแต่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางเมื่อปี 2530 โดยมีพ่อ (ของผู้เขียน) ซึ่งเป็นผู้ช่วยนายเรือฝ่ายธุรการอยู่ในเหตุการณ์ร่วมกับเพื่อนร่วมงานอีก 30-40 คนและรอดชีวิตมาได้แบบเฉียดฉิวจากการโดดลงเรือลำเลียงเป็นคนสุดท้าย

พ่อเล่าว่าตอนนั้นเวลาประมาณ 3.00 น. คนงานตะโกนบอกเรือรั่วสันนิษฐานว่าชนหินเพราะน้ำเข้าเร็วมาก ใช้ปั๊มดูด 2 ตัวก็ไม่ทันจนท่วมเครื่องจักรและต้องสละเรือก่อนจมหายลงทะเลไปในเวลา 45 นาที หลังเพิ่งซ่อมบำรุงมา 10 ล้านบาทและยังไม่ได้ขุดเลย ถ้านับอายุเรือถึงตอนนี้ก็น่าจะเกือบ 100 ปีแล้วเพราะบริษัทซื้อต่อมาจากบริษัทไซมิสทิน ซินดิเกตอีกที

เดิมทีเรือขุดแร่บุญสูงจมลงไปเป็นซากนิ่งอยู่ใต้ท้องทะเลในความลึกประมาณ 18-20 เมตรด้วยสภาพเกือบเหมือนเดิม ทำหน้าที่เสมือนเป็นแนวปะการังเทียม แต่หลังเกิดสึนามิเมื่อปี 2547 พลังคลื่นยักษ์ได้แยกซากเรือออกเป็น 5 ส่วน ท่ามกลางฝูงปลามากมาย อาทิ ปลาเก๋า ปลากะพงเหลือง ปลาค้างคาว บาร์ราคูดา ปลาสิงห์โต ปลากระเบน ปลาไหล ทากทะเลและปลาสวยงามอื่นๆ อีกมากมาย

หากโชคดีอาจได้เจอฉลามวาฬมาโชว์ตัว แต่ด้วยจุดซากเรือจมนี้อยู่ไม่ไกลจากฝั่งมากนักจึงมักมีน้ำขุ่นหากโชคไม่ดีออกไปเจอเข้าพอดีก็แทบมองไม่เห็นอะไรเลยจึงทำให้ยังไม่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมากนัก เพราะฉะนั้นควรเช็กให้ดีก่อนออกไปลุยหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางคุณศิริพจน์ ปานทอง (เบิ้ล) โทร. 091-038-5462

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...