โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

2 พันลานเทปาล์มน้ำมันใต้เดี้ยง ก้มหน้าสู่ “คอนแทร็กต์ฟาร์ม” ลดขาดทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 เม.ย. 2566 เวลา 13.34 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2566 เวลา 13.34 น.

ธุรกิจลานเทปาล์มน้ำมันอิสระเกือบ 2 พันแห่งเดี้ยง ขาดทุนหนัก หลังถูกโรงสกัดบีบ-กดราคาตีกลับสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ทำเจ้าของลานเทปาล์มน้ำมันอิสระ 30% ของระบบ ยอมปรับตัวเข้าสู่ “ระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง” ของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ป้องกันความเสี่ยงขาดทุน-สินค้าไม่ถูกตีกลับ

แหล่งข่าวจากวงการลานเทปาล์มน้ำมัน จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สถานการณ์ในวงการธุรกิจลานเทปาล์มน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้เปลี่ยนไปมาก โดยลานเทปาล์มน้ำมันอิสระเกือบ 2,000 แห่ง ส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุนจำนวนมาก จึงได้ปรับไปเป็นลานเทในสังกัดเครือข่ายของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบแทน คล้ายระบบเกษตรพันธสัญญา (contract farming) ในวงการเลี้ยงไก่ เลี้ยงสุกร ประมาณ 30%

เนื่องจากปาล์มน้ำมันที่รับซื้อจากชาวสวน เมื่อนำไปขายให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบจะถูกโรงงานสกัดทำการคัดเกรด และระบุว่า สินค้าที่นำมาส่งส่วนใหญ่ไม่ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ทำให้มีปาล์มน้ำมันถูกตีกลับจำนวนมาก แต่หากเป็นลานเทในสังกัดเครือข่ายของโรงงานสกัดจะมีรายได้เป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดรับซื้อปาล์มน้ำมันที่เข้ามา และมีแนวโน้มลานเทปาล์มน้ำมันอิสระจะทยอยเข้าร่วมกับโรงงานสกัดเพิ่มขึ้น

“ส่วนใหญ่ผู้รับซื้อปาล์มน้ำมันจะเป็นลานเทปาล์มน้ำมันอิสระเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นลานเทปาล์มน้ำมันที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันดิบ แต่ช่วงหลัง ๆ ลานเทอิสระเหล่านี้ถูกตีกลับปาล์มน้ำมันกันค่อนข้างมาก บางครั้งเหมือนว่าถูกโรงสกัดเล่นเกมฉวยโอกาสกดราคารับซื้อ ทำให้ขาดทุนบ่อยครั้ง ก็รับกันไม่ไหว

ยกตัวอย่างมีบางลานเทถูกตีกลับปาล์มน้ำมัน ถึง 3 ตัน จากจำนวน 30 ตัน/เที่ยว ปาล์มน้ำมันราคา 6 บาท/กก. จำนวน 1 ตัน ก็จะขาดทุนประมาณ 6,000 บาท จำนวน 3 ตัน จะขาดทุนประมาณ 18,000 บาท/เที่ยว จากจำนวน 30 ตัน ในขณะที่ลานเทปาล์มน้ำมันจะได้กำไรประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์/กก.”

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ลานเทปาล์มน้ำมันส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการขาดทุนต่อเนื่อง ต่างต้องจำยอมไปทำงานรับจ้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบในรูปแบบการบริหารจัดการคล้ายกับคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง การเลี้ยงไก่ การเลี้ยงสุกร

โดยเจ้าของลานเทปาล์มน้ำมันยังเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทั้งลานปาล์มน้ำมัน รถ อุปกรณ์ ฯลฯ โดยทางบริษัทโรงงานสกัดปาล์มน้ำมันไม่ต้องลงทุนในส่วนนี้ และปาล์มน้ำมันที่เข้ามาโรงสกัดจะรับซื้อทั้งหมดเอาไปใช้ได้ ต่างกับเวลาลานเทมาขายจะอ้างว่าใช้ไม่ได้ และตีกลับสินค้าไป

แหล่งข่าวจากเจ้าของลานเทปาล์มน้ำมัน อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า การที่ลานเทปาล์มน้ำมันเข้าสู่ระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่งของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้ทางเจ้าของลานเทไม่มีความเสี่ยงเรื่องราคาขึ้น-ลงของปาล์มน้ำมัน โดยจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการรับซื้อปาล์มน้ำมันประมาณ 40 สตางค์/กก. แต่เจ้าของลานเทปาล์มน้ำมันจะต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์เครื่องมือตามเงื่อนไขที่โรงงานสกัดกำหนดด้วย โดยโรงงานสกัดไม่ได้ออกเงินทุนให้

นายสมศักดิ์ พานิชย์ เจ้าของลานเทปาล์มน้ำมัน อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตอนนี้ราคาปาล์มน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ที่ 5.50-5.70 บาท/กก. โดยต้นทุนการผลิตปาล์มน้ำมันในพื้นที่ประมาณ 3.50 บาท/กก. แบ่งเป็นต้นทุนคนตัดปาล์ม ค่าปุ๋ย ค่ายา ฯลฯ โดยเฉพาะปุ๋ยได้ปรับราคาขึ้นไปสูงมาก ซึ่งเกษตรกรชาวสวนสามารถลดต้นทุน โดยการผลิตปุ๋ยจากมูลไก่ โค สุกร ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีได้

“ลานเทปาล์มน้ำมันของผมบริหารจัดการความเสี่ยงจากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบ โดยคัดเลือกปาล์มน้ำมันที่ดีตั้งแต่ต้นทาง ไม่ให้มีปาล์มน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพเกิน 3 เปอร์เซ็นต์/ตัน จะได้ไม่ถูกโรงงานสกัดตีกลับ เพราะบางโรงงานสกัดมีความเข้มข้นในการรักษามาตรฐานการรับซื้อปาล์มน้ำมัน”

นายสมศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันจังหวัดสงขลามีลานเทปาล์มน้ำมันประมาณ 33 แห่ง เพราะขยายการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างต่อเนื่องในพื้นที่รกร้าง ป่าพรุ ฯลฯ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันดีมานด์ ซัพพลายที่จะเกิดขึ้น เพราะปาล์มน้ำมันไทยบางครั้งในช่วงราคาสูงก็ถูกปาล์มน้ำมันจากต่างประเทศที่ราคาต่ำกว่าเข้ามาตีตลาด ส่งผลกระทบต่อชาวสวนปาล์มน้ำมันขาดทุนกันมาหลายครั้งแล้ว

อนึ่ง ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่า ปี 2566 มีตัวเลขลานเททั่วประเทศ 2,363 แห่ง แบ่งเป็น พื้นที่ภาคใต้ 2,084 แห่ง ที่เหลือ 279 แห่งกระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศ โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานี มากที่สุด 1,074 แห่ง กระบี่ 477 แห่ง ชุมพร 293 แห่ง นครศรีธรรมราช 299 แห่ง ตรัง 156 แห่ง พังงา 153 แห่ง ระนอง 63 แห่ง ประจวบคีรีขันธ์ 54 แห่ง สตูล 46 แห่ง นราธิวาส 35 แห่ง พัทลุง 33 แห่ง สงขลา 33 แห่ง ปัตตานี 11 แห่ง ส่วนโรงสกัดในภาคใต้มี 130 แห่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...