โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สนามแข่งบุญชิงถ้วยพระราชทานงานพ่อโสธร เจ้าถิ่นครองเจ้าสนาม 55 ฝีพาย

77kaoded

เผยแพร่ 16 พ.ย. 2567 เวลา 17.51 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - สนามแข่งบุญเรือพายชิงถ้วยพระราชทานงานหลวงพ่อโสธร เจ้าถิ่นคว้าแชมป์ครองเจ้าสนามเรือยาวใหญ่ขนาด 55 ฝีพาย ขณะรองผู้ว่าเมืองแปดริ้วกล่อมให้กำลังใจขอให้เรือต่างถิ่นหวนคืนสนามกลับมาร่วมแข่งขันกันอีกครั้ง เพื่อเป็นการอนุรักษ์งานประเพณี หลังสนามแข่งเรือยาวทั่วทั้งประเทศมีอีกเพียงไม่กี่แห่ง ที่ยังคงได้รับรางวัลพระราชทานให้จัดการแข่งขัน

ถ้วยพระราชทาน

วันที่ 16 พ.ย.67 เวลา 17.30 น. ที่บริเวณอาคารเอนกประสงค์หลวงพ่อโสธร พระธรรมมังคลาจารย์ วิ ชายแม่น้ำบางปะกง ภายในวัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา องค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา (อบจ.) นำโดยนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดพิธีมอบถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ถ้วย อบจ.

พร้อมมอบเงินรางวัลให้แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันเรือพายพื้นบ้าน ที่ได้มีการรื้อฟื้นจัดขึ้นมานับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ภายในงานนมัสการหลวงพ่อโสธรและงานประจำปี จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งปีนี้ได้มีการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-24 พ.ย.67 และมีการจัดการแข่งขันเรือพายเพื่อการอนุรักษ์ขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย.67 โดยการแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อเวลา 16.40 น.ของวันนี้ ผลการแข่งขันปรากฏว่า เรือที่ได้รับรางวัลชนะเลิศสูงสุดในรายการแข่งขัน และได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประเภทเรือยาวใหญ่ไม่เกิน 55 ฝีพาย คือ เรือพรหลวงพ่อโสธร

เจ้าถิ่นคว้าแชมป์

ซึ่งเป็นเรือเจ้าถิ่นใน จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมได้รับเงินรางวัล 7 หมื่นบาท ขณะที่เรือคู่ชิงได้รับรางวัลรองชนะเลิศ คือ เรือพรพระยาตาก จาก จ.ชัยนาท ได้รับถ้วยรางวัลจากวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 5 หมื่นบาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือเทพหัสดินทร์ จ.พิษณุโลก ได้รับถ้วยรางวัลจากวัดโสธรฯพร้อมเงินรางวัล 3 หมื่นบาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือแม่เหลืองทอง จ.สระบุรี ได้รับถ้วยรางวัลวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 2 หมื่นบาท

เรือแปดริ้วครองแชมป์

การแข่งขันเรือยาวขนาดไม่เกิน 40 ฝีพาย ผู้ชนะเลิศได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ เรือเจ้าแม่ประดู่เงิน จากกองทัพเรือ จ.ชลบุรี และได้รับเงินรางวัล 5 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรือพรพระปราการ จ.ลพบุรี ได้รับถ้วยรางวัลจากวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 3 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือเทพหัสดินทร์ จ.พิษณุโลก ได้รับถ้วยรางวัลวัดโสธรฯพร้อมเงินรางวัล 2 หมื่นบาท รองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือแม่เหลืองทอง จ.สระบุรี ได้รับถ้วยรางวัลวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 1.5 หมื่นบาท

ประกาศผลการแข่งขัน

การแข่งขันเรือยาวขนาดไม่เกิน 30 ฝีพาย ผู้ชนะเลิศได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือ เรือเนินฆ้อระยองนาวา จ.ระยอง พร้อมเงินรางวัล 3 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรือพรหลวงพ่อใหญ่ จ.จันทบุรี ได้รับถ้วยรางวัลจากวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 2 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือสาวน้อยจิณณ์ณิชา จ.ปทุมธานี ได้รับถ้วยรางวัลวัดโสธรฯพร้อมเงินรางวัล 1.5 หมื่นบาท รองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือสิงห์บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับถ้วยรางวัลวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 1 หมื่นบาท

มอบรางวัลผู้ชนะ

การแข่งขันเรือยาวขนาดไม่เกิน 12 ฝีพาย ผู้ชนะเลิศได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คือ เรือสิงห์บางตะคง จ.นครนายก พร้อมเงินรางวัล 1.5 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรือเทพมงคลชัย จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับถ้วยรางวัลจากวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 1 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือแม่ชฎาทองพรหลวงพ่อเกิด จ.นครนายก ได้รับถ้วยรางวัลวัดโสธรฯพร้อมเงินรางวัล 8 พันบาท รองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือแม่มาลัยทอง จ.นครนายก ได้รับถ้วยรางวัลวัดโสธรฯ พร้อมเงินรางวัล 6 พันบาท

พิธีมอบรางวัล

การแข่งขันเรือพายพื้นบ้านประเภทเรือมาดไม่เกิน 12 ฝีพาย ผู้ชนะเลิศได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา คือ เรือทับจำปา จ.สมุทรปราการ พร้อมเงินรางวัล 1.5 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรือกระเบนธง จ.สมุทรปราการ ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 1 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือแม่ทิพย์นาวา จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 8 พันบาท รองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือประจวบนาวา จ.สมุทรปราการ ได้รับถ้วยรางวัลจากชมรมเรือพายฉะเชิงเทราพร้อมเงินรางวัล 5 พันบาท

ถ้วยใหญ่ในรายการ

การแข่งขันเรือพายพื้นบ้านประเภทเรือมาดแต่งไม่เกิน 12 ฝีพาย ผู้ชนะเลิศได้รับถ้วย อบจ.ฉะเชิงเทรา คือ เรือน้องนะโม จ.สมุทรปราการ พร้อมเงินรางวัล 1.5 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรือเพชรกิ่งแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 1 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือธิดาเทพวาริน จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 8 พันบาท รองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือแม่สร้อยทองธันยาธร จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับถ้วยรางวัลจากชมรมเรือพายฉะเชิงเทราพร้อมเงินรางวัล 5 พันบาท

เจ้าถิ่น คว้าถ้วยใหญ่

การแข่งขันเรือพายพื้นบ้านประเภทเรือมาดไม่เกิน 9 ฝีพาย ผู้ชนะเลิศได้รับถ้วย อบจ.ฉะเชิงเทรา คือ เรือสิงห์หอมศีล จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 1 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรือเทพนรรัตน์ จ.สมุทรปราการ ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 8 พันบาทรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือแม่ทิพย์นาวา2 จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 6 พันบาท รองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือมาวิน จากเขตหนองจอก กทม. ได้รับถ้วยรางวัลจากชมรมเรือพายฉะเชิงเทราพร้อมเงินรางวัล 4 พันบาท

ผู้ชนะ

การแข่งขันเรือพายพื้นบ้านประเภทเรือมาดแต่งไม่เกิน 9 ฝีพาย ผู้ชนะเลิศได้รับถ้วย อบจ.ฉะเชิงเทรา คือ เรือสาวน้อยพุดชมพู จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 1 หมื่นบาทรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่เรือสาวน้อยมิลิน จ.สมุทรปราการ ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 8 พันบาทรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ เรือสาวน้อยกระทงทอง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับถ้วยรางวัล อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเงินรางวัล 6 พันบาท รองชนะเลิศอันดับ 3 คือ เรือธราเทพ จ.สมุทรปราการ ได้รับถ้วยรางวัลจากชมรมเรือพายฉะเชิงเทราพร้อมเงินรางวัล 4 พันบาท

รองผู้ว่ากล่าวปิดการแข่งขัน

ขณะที่ นายประสิทธิ์ อินทโชติ รองผู้ว่าราชการ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเดินทางมาเป็นประธานกล่าวปิดการแข่งขัน ได้กล่าวให้กำลังใจต่อเรือที่ไม่ได้รับรางวัล และขอให้กลับมาร่วมแข่งขันกันใหม่ในปีต่อๆ ไป เพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีแข่งเรือของไทยไว้ โดยเฉพาะการแข่งขันเรือพายชิงถ้วยพระราชทานนั้น ปัจจุบันเหลือเพียงไม่กี่แห่งในประเทศเท่านั้นที่ยังคงมีอยู่ และนอกจากฝีพายพร้อมทีมงานจะได้มาร่วมการแข่งขันเรือแล้ว ยังได้มากราบนมัสการหลวงพ่อโสธร มาท่องเที่ยวใน จ.ฉะเชิงเทรา มาทำความรู้จักมิตรภาพใหม่ๆ และการแข่งขันเรือพายยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีเป็นหมู่คณะด้วย นายประสิทธิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...