โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "ตู้บุญเติม" ธุรกิจตู้เติมเงิน อยากลงทุนต้องใช้เงินเท่าไหร่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 พ.ย. 2567 เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 08.26 น.

ทำความรู้จัก “ตู้บุญเติม” ธุรกิจให้บริการเติมเงินมือถือ-ชำระบิลสาธารณูปโภค-ฝากเงินเข้าธนาคาร พร้อมรายละเอียดสำหรับการลงทุน ลงทุนเท่าไร ผลตอบแทนมาจากไหน

จากประกาศยุติตู้เติมเงินของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2567 นี้ อาจสร้างแรงสะเทือนให้กับวงการธุรกิจตู้เติมเงินอยู่ไม่น้อย จากที่เคยรุ่งเรืองและมีช่วงเวลาที่ขยายตู้เพื่อฟาดฟันกัน จนกลายเป็นสมรภูมิในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ด้วยปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นมาตอบสนองความสะดวกสบายของเรามากขึ้น การใช้บริการดิจิทัลบางอย่างสามารถทำได้แม้นอนอยู่บ้าน เป็นคำตอบให้การบริการบางอย่างจากตู้เติมเงินไม่ได้รับความนิยมจากการให้บริหารเหล่านี้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การหายไปของตู้เติมเงินของบริษัทเดียวก็ไม่ใช่ตอนจบของธุรกิจนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” พาไปทำความรู้จัก “ตู้บุญเติม” 1 ในตู้เติมเงินยอดฮิตที่ใคร ๆ ก็คุ้นตา

จุดเริ่มต้น

“ตู้บุญเติม” มีมาตั้งแต่ปี 2551 เริ่มต้นจากการให้บริการเติมเงินมือถือ จากนั้นก็พัฒนามาสู่การรับชำระบิล ต่อมาในปี 2560 ก็เริ่มขยายธุรกิจโดยการนำอุตสาหกรรมอื่นเข้ามารองรับ อย่างการเป็นตัวแทนของธนาคาร ทำหน้าที่เป็นตู้ CDM จนกลายมาเป็นแพลตฟอร์มในรูปแบบตู้เติมเงินอัตโนมัติ ให้บริการสินค้าดิจิทัลให้ผู้ใช้งานทำธุรกรรมต่าง ๆ อย่างหลากหลาย

อาทิ การชำระบิลค่าบริการตั้งแต่ค่าสาธารณูปโภค ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา หรือการชำระค่าสินเชื่อต่าง ๆ ทั้งสินเชื่อบัตรเครดิต และการกู้ยืมเงิน จากการหยอดเหรียญหรือธนบัตรด้วยตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นตู้รับฝากเงินจาก 6 ธนาคาร ได้แก่ กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงศรีฯ ออมสิน และ ธ.ก.ส.

ตู้บุญเติมเป็นธุรกิจที่ให้บริการตามชุมชนทั่วประเทศ ภายใต้การดูแลของบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (Forth Smart Service Public Company Limited) ผ่านเครือข่ายตัวแทน และการดำเนินการร่วมกับพันธมิตรในการบริหารของโครงการต่าง ๆ อาทิ เซเว่นอีเลฟเว่น เทสโก้ โลตัส แฟมิลี่มาร์ท ท็อปส์ และรถไฟฟ้าบีทีเอส

ปัจจุบันมีตู้บุญเติมมากกว่า 120,391 ตู้ทั่วประเทศไทย และมีถึง 4 ประเภทด้วยกัน โดยแต่ละตู้จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ซึ่งมีพื้นฐานของการบริการที่คล้ายกัน คือ มีพื้นฐานหน้าจอสัมผัส 10 นิ้ว, บริการมากกว่า 86 รายการ, รับเหรียญและธนบัตรได้ทุกรุ่น พร้อมระบบตรวจสอบเหรียญและธนบัตรปลอม และมีบริการชั่งน้ำหนักที่สามารถคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI)

ส่วนบริการที่เพิ่มขึ้นมา อย่างระบบตรวจสอบและยืนยันตัวตนด้วยการอ่านข้อมูลบัตรประชาชน และถ่ายรูปหน้าตู้, รับฝากเงินเข้าธนาคาร และเลือกซื้อซิมพร้อมเลือกโปรโมชั่นและเปิดใช้งานได้ทันที เป็นจุดเด่นของตู้ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้น

FSMART บริหารจัดการตู้บุญเติมในรูปแบบของระบบเครือข่ายผ่านตัวแทนบริการ (Master Agent) กว่า 150 รายทั่วประเทศ และในรูปแบบของการบริหารจัดการตู้ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partner) ในโครงการต่าง ๆ ซึ่งรายได้ที่ได้รับจากผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการตู้บุญเติม จะมีการแบ่งกันระหว่างบริษัทและผู้สนใจร่วมทำธุรกิจ โดยมีรายละเอียดของรูปแบบธุรกิจ ดังนี้

รูปแบบธุรกิจ แฟรนไชส์ (รับประกัน 7 ปี) เงินลงทุน 7,000 บาท (จ่ายครั้งเดียว) ผลตอบแทน/รายได้รับต่อเดือน รายได้สม่ำเสมอ มีแผนพัฒนาเพื่อเพิ่มรายได้ต่อเนื่อง ผลตอบแทนจากรายได้อื่น ๆ รายได้จากการเช่าโฆษณาที่ขาตู้และจากเครื่องชั่งน้ำหนัก คุณสมบัติของตู้เติมเงิน

  • ตัวรับแบงก์อัพเกรดออนไลน์ได้ รับแบงก์ใหม่รวดเร็ว

  • รองรับ “ชุดเครื่องชั่งน้ำหนัก”

  • ป้องกันโจรกรรมทันสมัย ด้วยระบบล็อกด้วยกุญแจ และระบบล็อกแบบไฟฟ้าบริการหลังการขาย

  • การประกันตู้เสียหายใช้งานไม่ได้ (อะไหล่ & ค่าแรง)

  • การพัฒนาระบบ (Upgrade Server/ระบบ 3G, 4G)

  • การอัพเกรดระบบเพื่อรองรับแบงก์ออกใหม่ แบบออนไลน์

  • ค่าบริการเครือข่าย (บาทต่อรายการ)

  • ไม่มีค่าต่อสัญญา

ส่องผลงาน Q3/67

จากรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2567 ของบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ที่ให้บริการผ่านตู้บุญเติมอย่างธุรกิจเติมเงินและบริการทางการเงิน พบว่า

ไตรมาส 3/2567 ธุรกิจหลักมีรายได้รวมเท่ากับ 577.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 13.7% จากปีก่อน โดยรายได้ที่ได้รับจากตู้บุญเติมแบ่งเป็น 2 ประเภทในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ 512.58 ล้านบาท ดังนี้

1) รายได้จากระบบเติมเงินและรับชำระเงินออนไลน์ (Commission) เท่ากับ 93.35 ล้านบาท ลดลง 0.7% เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และงวด 9 เดือน ปี 2567 เท่ากับ 279.65 ล้านบาท ลดลง 9.0% จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคจากเดิมใช้รูปแบบการโทร.มาเป็นแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต มือถือและใช้ช่องทางอื่นมากขึ้น

2) รายได้ค่าบริการผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ (Service Charge) เท่ากับ 419.23 ล้านบาท ลดลง 1.4% เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 7.0% เปรียบเทียบกับปีก่อน และงวด 9 เดือน ปี 2567 เท่ากับ 1,281.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จากยอดการใช้บริการเติมเงินเข้า e-Wallet และบริการเสริม (VAS)

สำหรับธุรกิจเติมเงิน-รับชำระเงินอัตโนมัติ ได้รับผลกระทบของพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนจากการใช้งานแบบธรรมดาเป็นการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น บริษัทได้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงโดยให้บริการใหม่ ๆ เช่น การเสนอแพ็กเกจส่วนบุคคล การเติมอินเทอร์เน็ตแพ็กเกจ การเติมเงินเข้า Wallet เป็นต้น พร้อมทั้งรักษาฐานลูกค้าศักยภาพไว้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังคงรักษามาตรฐานการให้บริการเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้บริษัทยังขยายบริการทางการเงินเพื่อรองรับการใช้บริการของกลุ่มแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ ไตรมาส 3/2567 บริษัทได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเพียงเล็กน้อย

สำหรับการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจรผ่านการเป็นตัวแทนธนาคาร 8 ธนาคาร ที่ให้บริการทั้งฝาก-โอนเงินสดผ่านตู้บุญเติม บริการถอนเงินสดผ่านตู้บุญเติม 2 ธนาคาร คือ ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ รวมทั้งบริการ e-KYC ผ่านตู้บุญเติม

ไตรมาส 3/2567 จำนวนรายการฝาก-โอนเงินผ่านตู้บุญเติมเฉลี่ย รวม 3.25 ล้านรายการ ธุรกิจสินเชื่อ ณ วันสิ้นงวด มียอดการให้สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 904.78 ล้านบาท มีรายได้ดอกเบี้ย 39.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทให้สินเชื่อกับบุคลากรของกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน เป็นสินเชื่อเงินสดและสินเชื่อสำหรับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก “ตู้บุญเติม” ธุรกิจตู้เติมเงิน อยากลงทุนต้องใช้เงินเท่าไหร่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...