7/11-ซูเปอร์มาร์เก็ต 3 ล้านล้าน ระดมอาหารสดแย่งลูกค้า
ตลาดค้าปลีกมูลค่า 3 ล้านล้าน แข่งดุรับทิศทางการช็อปปิ้ง จับจ่ายเน้นความสะดวก ทั้งการซื้อ การปรุง เซเว่นฯ-ท็อปส์-กูร์เมต์ มาร์เก็ต แย่งเอาใจลูกค้า กลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ต-ร้านสะดวกซื้อ ผุดโมเดลมุ่งซูเปอร์มาร์เก็ต ระดมอาหารสด-พร้อมปรุง รับเทรนด์วันสต็อปช็อปปิ้งมาแรง ด้านห้างสรรพสินค้าผันตัวสู่มีเดียแพลตฟอร์มให้แบรนด์เทกโอเวอร์จัดอีเวนต์เอ็กซ์คลูซีฟ
ในปี 2568 นี้ วงการค้าปลีกทั้งไฮเปอร์มาเก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า มีแนวโน้มจะเกิดความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการมุ่งสู่โมเดลซูเปอร์มาร์เก็ตของไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ และการผันตัวไปสู่มีเดียแพลตฟอร์มของห้างสรรพสินค้า เพื่อให้สอดรับกับความต้องการวันสต็อปช็อปปิ้ง และประสบการณ์ใหม่ ๆ ของผู้บริโภค
ตลาด 3 ล้านล้านเดือด
นายศุภวุฒิ ไชยประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต และฟู้ด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ต “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” คาดการณ์ว่า ในปี 2568 นี้ ตลาดค้าปลีกมูลค่า 3 ล้านล้านบาท อาจได้เห็นความเคลื่อนไหวที่ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ พยายามปรับตัวมาสู่โมเดลซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น สะท้อนจากความเคลื่อนไหวของค้าปลีกอื่น ๆ ทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งด้านการปรับพื้นที่และไลน์อัพสินค้า
โดยไฮเปอร์มาร์เก็ต พยายามลดพื้นที่ขายลง เปลี่ยนเป็นพื้นที่เช่า ขณะที่ร้านสะดวกซื้อพยายามขยายขนาดร้าน เพิ่มไลน์สินค้าวัตถุดิบอาหารสดและอาหารพร้อมปรุง เช่น ชุดสุกี้, ชุดชาบู ฯลฯ เข้ามา รวมถึงเพิ่มลานจอดรถ จนอาจเกิดเป็น Compact Supermarket ขึ้นในอนาคต
“วันสต็อปช็อปปิ้ง” ขวัญใจนักช็อป
สำหรับปัจจัยที่ผลักดันความเปลี่ยนแปลงนี้ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปต้องการร้านค้าแบบวันสต็อปช็อปปิ้ง ซึ่งมีสินค้าทั้งวัตถุดิบอาหารสด อาหารพร้อมปรุง-พร้อมทานสำหรับซื้อกลับบ้าน ร้านอาหารสำหรับนั่งทานในร้าน และของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ครบในแห่งเดียว ขณะเดียวกันการพักอาศัยในคอนโดฯของผู้บริโภคในเขตเมือง ทำให้การทำอาหารทานเองลดลง เปลี่ยนเป็นการทานนอกบ้านหรือสั่งซื้อมากขึ้น
ส่วนกลุ่มที่ยังทำอาหารทานเอง เช่น ผู้บริโภคในต่างจังหวัด และผู้รักสุขภาพนั้นต้องการความสะดวกมากขึ้น เพื่อลดเวลาในการซื้อและทำอาหาร ทำให้อาหารที่ได้รับความนิยมอยู่ในกลุ่มชุดวัตถุดิบพร้อมปรุง
นายศุภวุฒิกล่าวต่อไปว่า กูร์เมต์ มาร์เก็ต ในฐานะซูเปอร์มาร์เก็ตจะรับมือกับการแข่งขันนี้ด้วยการเสริมแกร่งความเป็นวันสต็อปช็อปปิ้ง ให้ครบครันยิ่งขึ้น โดยอัพเกรดไลน์สินค้าแต่ละกลุ่มทั้งวัตถุดิบสด และวัตถุดิบปรุงสำเร็จบางส่วน ซึ่งจะมีสินค้าหายากมาวางจำหน่าย
ขณะเดียวกันจะเพิ่มร้านอาหารภายในและภายนอกพื้นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับนั่งทานหรือสั่งกลับบ้านให้มากขึ้น ตามแผนปรับสัดส่วนการซื้อ และนั่งทานในพื้นที่จาก 80:20 เป็น 50:50
รวมถึงนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง รถเข็นช็อปปิ้งอัจฉริยะที่สามารถนำทาง-คำนวณราคาสินค้าได้ มาใช้งานในทุกสาขาภายในปี 2568 นี้ เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้แบบครบวงจรที่สุด พร้อมสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
7/11 ขยายสาขาพร้อมที่จอดรถ
การคาดการณ์และเตรียมตัวกับการแข่งขันดังกล่าว สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของเชนร้านสะดวกซื้อในไทย ที่มีการปรับเปลี่ยนมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อาทิ เซเว่นอีเลฟเว่น ที่เน้นการขยายสาขาด้วยโมเดลสแตนด์อะโลนไซซ์ใหญ่พร้อมที่จอดรถ รวมถึงการเพิ่มไลน์อัพอาหารพร้อมปรุง
เช่น ชุดสุกี้ลูกชิ้นรวมมิตรพร้อมปรุงจากเอ็มเคเรสโตรองต์, ชุดสุกี้รวมมิตรและไข่ลวกพร้อมปรุง ตราอีซี่คิทเช่น เช่นเดียวกับการจับมือ SMEs, เชฟ และร้านอาหารเพื่อผลิตขนมและข้าวกล่องสูตรใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ “ท็อปส์เดลี่” เชนร้านสะดวกซื้อในเครือเซ็นทรัล ได้เดินหน้าเพิ่มวัตถุดิบอาหารสดทั้งผักและเนื้อสัตว์ รวมถึงแผนกอาหารพร้อมปรุงเข้ามาเช่นกัน
นางสาวปัญทารีย์ นันทนาคม ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป สำนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น เคยกล่าวไว้ว่า กลุ่มสินค้าขายดีของเซเว่นอีเลฟเว่น คือสลัดพร้อมทาน และผักสลัดสำหรับนำไปประกอบอาหาร ร่วมกับแซนด์วิชอบร้อน ข้าวกล่อง และขนมจากความร่วมมือกับ SMEs ส่วนสินค้าพร้อมปรุง เช่น ชุดสุกี้จะเน้นวางจำหน่ายในย่านที่อยู่อาศัย สำหรับแนวทางการเปิดสาขาใหม่จะเน้นไซซ์ใหญ่ที่มีลานจอดรถ โดยยังมีเป้าหมายการขยายสาขา 700 แห่ง/ปี
ห้างมุ่งรีเทลมีเดียแพลตฟอร์ม
ขณะเดียวกัน การทำการตลาดและการรุกทางธุรกิจของห้างสรรพสินค้า จะมุ่งสู่การเป็นรีเทลมีเดียแพลตฟอร์ม หรือการใช้พื้นที่ห้างเป็นพื้นที่สื่อมากขึ้น โดยนางณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล อธิบายว่า รีเทลมีเดียแพลตฟอร์ม คือ การเปิดให้แบรนด์สินค้า-บริการ และพาร์ตเนอร์
รวมไปถึงหน่วยงานภายนอกอื่น ๆ สามารถทำการ Brand Take Over หรือใช้พื้นที่ทั้งห้างเพื่อโชว์เคสแบรนด์ของตน อาทิ พื้นที่พ็อปอัพในทุกชั้น, แรปบันไดเลื่อน รวมไปถึงจัดแสดงแสงสีด้านนอกห้างให้เป็นธีมของแบรนด์
ตัวอย่างเช่น ความร่วมมือระหว่างดิออร์กับรีนาเชนเต ห้างหรูจากอิตาลีในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดอีเวนต์ Dior Ball of Dreams ตกแต่งห้างทั้งภายนอกและภายในตามธีมงานเลี้ยงเต้นรำสุดหรูในพระราชวังแวร์ซายส์
ด้านนายปิแอร์ลุยจิ ค็อคคินี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล อธิบายว่า การเป็นรีเทลมีเดียแพลตฟอร์มเป็นยุทธศาสตร์แบบวิน-วิน โดยห้างที่เป็นเสมือนสื่อหรือเวทีให้กับแบรนด์มาจัดกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟ จะสามารถสร้างความประทับใจและการรับรู้ทั้งกับผู้บริโภคในพื้นที่ ไปจนถึงต่างประเทศ ช่วยให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น
รวมถึงสร้างรายได้เพิ่ม สะท้อนจากรายได้จากธุรกิจนี้ในปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 4 ล้านยูโร และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 7 ล้านยูโรในปี 2567 จากการจัดอีเวนต์ไป 417 อีเวนต์ในช่วง 9 เดือน
นางณัฐธีราทิ้งท้ายว่า สำหรับในไทย เซ็นทรัลมีแนวทางจะปรับตัวไปสู่รีเทลมีเดียแพลตฟอร์มเช่นเดียวกัน ซึ่งจะโฟกัสในสาขาเซ็นทรัลชิดลม และเซ็นทรัลเวิลด์ เป็น 2 สาขาแรก
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7/11-ซูเปอร์มาร์เก็ต 3 ล้านล้าน ระดมอาหารสดแย่งลูกค้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net