โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

LWS ชี้บ้านเพื่อคนไทยชิงกำลังซื้อต่ำ 3 ล้าน แนะบริษัทอสังหาฯทบทวนแผนลงทุนใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. 2568 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. 2568 เวลา 06.59 น.
ประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ

LWS คาดการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปี 2568 มีแนวโน้มชะลอตัว เทียบกับปี 2567 ผลจากกำลังซื้อชะลอตัว “โครงการบ้านเพื่อคนไทย” ดูดซับกำลังซื้อตลาดกลาง-ล่าง และปริมาณสินค้าคงเหลือที่ยังคงมีอยู่สูงในระบบ ต้องใช้เวลาในการระบาย 2-3 ปี ขึ้นกับทำเล

นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ LWS ในเครือ LPN-บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการเปิดตัวที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลปี 2568 จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับปี 2567 โดยคาดการณ์ความเป็นไปได้ใน 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

เทรนด์ปี 2568 ดีสุดโตได้ 2-3% แย่สุดติดลบ -5%

1.กรณีที่ดีที่สุด (Best Case) คาดการณ์บนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเติบโต 2.8-3% การท่องเที่ยวเติบโตได้เท่ากับยุคก่อนโควิด การลงทุนภาครัฐ ภาคส่งออกยังคงเติบโต การลงทุนภาคเอกชนเติบโต และภาคการบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวจากมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ครัวเรือน และราคาพลังงานทรงตัวในระดับที่ไม่เกิน 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ระดับไม่เกินร้อยละ 1.5

แนวโน้มการเปิดตัวบ้านและคอนโดมิเนียมใหม่ คาดการณ์ที่ 62,000-65,000 หน่วย มูลค่า 403,000-422,000 ล้านบาท เติบโต 3-7% เทียบกับปี 2567 ที่เปิดตัว 349 โครงการ 60,386 หน่วย มูลค่ารวม 407,204 ล้านบาท ลดลง 20.13%, 39.01% และ 25.18% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีการเปิดตัว 437 โครงการ จำนวน 99,012 หน่วย มูลค่า 544,265 ล้านบาท

และคาดว่าจะมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใหม่ทั่วประเทศในปี 2568 ประมาณ 360,000-370,000 หน่วย มูลค่า 1.02-1.03 ล้านล้านบาท หรือเติบโต 1-2% จากปี 2567 ที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) คาดว่าจะมีการโอน 350,545 หน่วย มูลค่าโอน 1,012,760 ล้านบาท

2.กรณีปกติ (Base Case) คาดการณ์บนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเติบโต 2-2.5% การเปิดตัวใหม่ ประมาณ 56,000-61,000 หน่วย มูลค่า 364,000-403,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2567 หรือเติบโตไม่เกิน 2% และการโอนกรรมสิทธิมีแนวโน้มใกล้เคียงปี 2567 อยู่ที่ 1.012 ล้านล้านบาท

3.กรณีแย่ที่สุด (Worst Case) คาดการณ์บนพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเติบโตน้อยกว่า 2% จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ ลดลงใกล้เคียงกับปี 2567 หรือลดลงไม่น้อยกว่า -5% ในขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์มีแนวโน้มติดลบเมื่อเทียบกับปี 2567 หรือมีมูลค่าน้อยกว่า 1.012 ล้านล้านบาท

แบงก์เข้มงวดสินเชื่อ 2 ขา “ผู้ซื้อ-เจ้าของโครงการ”

“ปัญหาใหญ่ของภาคอสังหาฯ อยู่ที่สถาบันการเงินเข้มงวดพิจารณาสินเชื่อ (Mortgage Loan) ทำให้มียอดปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 70% โดยเฉพาะกลุ่มราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมทั้งแบงก์เข้มงวดสินเชื่อผู้ประกอบการ (Project Finance) โดยมีข้อกำหนดต้องมียอดขาย 30-50% จึงจะให้สินเชื่อก้อนแรก”

จากแนวโน้มดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องชะลอแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ ซึ่งหลายโครงการเปิดตัวแล้ว ก็ชะลอหรือยกเลิก ในขณะที่สินค้าคงเหลือในระบบมีเพียงพอต่อการขายอีก 2-3 ปี โดยไม่ต้องลงทุนโครงการใหม่ ผู้ประกอบการหลายแห่งจึงชะลอแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2568

บ้านเพื่อคนไทย ชิงกำลังซื้อต่ำ 3 ล้าน

ในขณะเดียวกัน โครงการบ้านเพื่อคนไทยของรัฐบาล เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะมาดูดซับกำลังซื้อที่อยู่อาศัยในระดับกลาง-ล่าง ที่เป็นกำลังซื้อที่คิดเป็นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 40% ของกำลังซื้อทั้งหมด โดยเงื่อนไขที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

และบางทำเลของโครงการบ้านเพื่อคนไทย อยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก เช่น ทำเล ก.ม.11 ใกล้แนวรถไฟฟ้า เป็นทำเลที่มีศักยภาพและสามารถดึงดูดกำลังซื้อจากกลุ่มผู้ซื้อระดับกลาง กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาฯ จำเป็นต้องทบทวน และปรับแผนธุรกิจให้สอดรับกับกำลังซื้อในตลาด

ผนวกกับมาตรการของรัฐ อย่างการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองที่หมดอายุไปเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนในการซื้อที่อยู่อาศัยสูงขึ้น ถึงแม้บริษัทอสังหาฯ ยังคงลดค่าโอนและจดจำนองให้กับลูกค้าเอง เพื่อจูงใจให้มีการซื้อและโอนที่อยู่อาศัยก็ตาม

โปรโมชั่นฟรีโอน-จดจำนองทำให้ต้นทุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการสูงขึ้น จำเป็นต้องทบทวน และหามาตรการทางการตลาดที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับกำลังซื้อในปัจจุบัน การชะลอแผนเปิดโครงการใหม่ และเน้นขายสินค้าคงเหลือที่เป็นต้นทุนเดิม จึงเป็นทางเลือกของบริษัทอสังหาฯ ในปี 2568

ปี 2567 ลงทุนใหม่ กทม.-ปริมณฑล ลดฮวบ -40%

สำหรับรายละเอียดปี 2567 มีจำนวนโครงการเปิดตัวใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 349 โครงการ จำนวน 60,386 หน่วย มูลค่ารวม 407,204 ล้านบาท ลดลง 20.13%, 39.01% และ 25.18% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่เปิดตัว 437 โครงการ จำนวน 99,012 หน่วย มูลค่า 544,265 ล้านบาท

ในจำนวนนี้แบ่งเป็นคอนโดฯ 69 โครงการ จำนวน 26,750 หน่วย มูลค่ารวม 120,574 ล้านบาท ลดลง 28.12%, 42.42% และ 22.69% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีการเปิดตัวคอนโดฯ 96 โครงการ 46,464 หน่วย มูลค่า 155,968 ล้านบาท

กับโครงการบ้านแนวราบราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท จำนวน 165 โครงการ 26,760 หน่วย มูลค่ารวม 125,234 ล้านบาท ลดลง 29.48%, 38.35% และ 34.86% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่เปิดตัว 234 โครงการ จำนวน 43,410 หน่วย มูลค่าการเปิดตัว 192,264 ล้านบาท

เซ็กเมนต์บ้านจัดสรรราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป มีทั้งสิ้น 120 โครงการ (มี 5 โครงการ ได้แก่ ศุภาลัย ทัสคานี พระราม 2-วงแหวน ราคา 5.99-16 ล้านบาท, โมเดน รามอินทรา-หทัยราษฎร์ ราคา 6.49-12 ล้านบาท, สราญสิริ รังสิต 2 ราคา 7.99-20.0 ล้านบาท, Centro วิภาวดี-รังสิต ราคา 7.29-12.0 ล้านบาท และศุภาลัย แกรนด์วิลล์ สุขุมวิท-บางนา ราคา 6.0-15.0 ล้านบาท ที่คละราคาต่ำกว่า 10 ล้านและสูงเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไปในโครงการเดียวกัน ทำให้มีการนับซ้ำกัน)

โดยมีจำนวน 6,876 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 161,397 ล้านบาท ในแง่จำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 3.44% จำนวนหน่วย และมูลค่าลดลง -24.75% และ -17.66% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีการเปิดตัว 116 โครงการ 9,138 หน่วย มูลค่า 196,033 ล้านบาท

“นอกจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2567 จะลดลงแล้ว คาดว่ามูลค่าการโอนมีแนวโน้มลดลง 3-5% เทียบกับปี 2566 เนื่องจากสถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ ขณะที่ยอดโอนกรรมสิทธิ 9 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 705,389 ล้านบาท ลดลง -8% เทียบกับปี 2566 ที่มีมูลค่าการโอน 766,971 ล้านบาท”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : LWS ชี้บ้านเพื่อคนไทยชิงกำลังซื้อต่ำ 3 ล้าน แนะบริษัทอสังหาฯทบทวนแผนลงทุนใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...