โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลิก “ดีอี” สู่กระทรวงเกรดเอ เพิ่มอำนาจไล่ล่าภัยไซเบอร์ ต้อน “พนันออนไลน์” เข้าระบบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ม.ค. 2568 เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2568 เวลา 06.43 น.
ประเสริฐ จันทรรวงทอง

บทบาทของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กำลังทวีความสำคัญมากขึ้นในฐานะหนึ่งในกระทรวงเศรษฐกิจหลักของโลกยุคใหม่ โดยเร่งทรานส์ฟอร์มหน่วยงานภาครัฐเข้าสู่คลาวด์ตามนโยบาย Cloud First Policy รวมไปถึงการเร่งปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์มิจฉาชีพออนไลน์ทั้งหลาย กับความตั้งใจล่าสุดที่ใหญ่ไม่แพ้เรื่องไหน ๆ นั่นก็คือ ความพยายามในการแก้ปัญหา “พนันออนไลน์” ที่อยู่ใต้ดินให้มาอยู่บนดิน ซึ่ง “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี บอกว่าเป็นอีกจุดโฟกัสที่จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงภายในไตรมาสแรกของปี 2568

รองนายกฯ “ประเสริฐ” ยังเล่าถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้กระทรวงดีอีมีบทบาทสำคัญในฐานะกระทรวงเศรษฐกิจเกรดเอ โดยที่ผ่านมาการผลักดันนโยบายคลาวด์เฟิรสต์นับได้ว่ามีความก้าวหน้าไปมาก ทำให้มีการเบิกจ่ายและใช้งานคลาวด์ ทั้งคลาวด์กลางภาครัฐและคลาวด์สาธารณะ เอื้อให้เกิดบริการพื้นฐานด้านดิจิทัลมากขึ้น

ลบภาพกระทรวงเกรดซี

“ประเสริฐ” กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ใคร ๆ ก็มองว่ากระทรวงดีอีเป็นกระทรวงเกรดซี ไม่ได้สำคัญอะไรมากนัก แต่ตอนนี้จะเห็นว่าดีอีได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ตั้งแต่ตนเข้ามาบริหารในช่วง 2 ปีนี้ มีงบประมาณเพิ่มขึ้นจาก 5-6 พันล้านบาท ไปเป็น 9 พันล้านบาท ในปีงบประมาณ 2568 และในปีงบประมาณ 2569 จะเพิ่มขึ้นไปถึง 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สอดรับกับความต้องการในการเพิ่มประสิทธิภาพ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล

และในช่วงต้นปี 2568 นี้ งานสำคัญที่อยากโฟกัส คือ การผลักดันร่างกฎหมายลำดับรอง เกี่ยวกับการทำให้พนันออนไลน์ขึ้นมาอยู่ “บนดิน” ซึ่งจะทำให้เงินนอกระบบราว 3 ล้านล้านบาท หรือเกือบเท่างบประมาณแผ่นดินทั้งปี กลับเข้ามาอยู่ในระบบเศรษฐกิจ โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ล่าสุด (13 ม.ค. 2568) กระทรวงดีอีได้ทำข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาการทุจริตการพนันออนไลน์ที่กำลังแพร่ระบาด สร้างปัญหาทางสังคม และเศรษฐกิจอยู่ในขณะนี้อย่างมีนัยสำคัญ

“พูดง่าย ๆ ก็คือ หนึ่งเอาใต้ดินขึ้นบนดิน และสองปัจจุบันมีเงินที่อยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดกฎหมาย ก็อยากทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งมติ ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงดีอี โดยให้กระทรวงดีอีไปทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานกฤษฎีกาเพื่อออกกฎหมายลำดับรองอย่างพระราชกฤษฎีกา หรือกฎกระทรวง ที่ต้องร่วมกับมหาดไทย เพราะมหาดไทยถือ พ.ร.บ.การพนัน ที่กำหนดเกี่ยวกับการละเล่นพนันรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเล่นเชิงกายภาพ คือ มีสถานที่และมีกิจกรรม แต่การพนันที่เราเสนอไปเป็นรูปแบบของดิจิทัล ไม่มีสถานที่ ยกตัวอย่างที่เห็นในเว็บทุกวันนี้ พวกพนันบอลยูโรที่ปิดเว็บไปเป็นจำนวนมาก ก็ให้มาทำอย่างถูกต้อง”

และว่าที่ผ่านมา กระทรวงดีอีเดินหน้าปิดกั้นและบล็อกเว็บไซต์เถื่อนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่ทันไรก็มีการเปิดเว็บพนันขึ้นมาใหม่ ดังนั้นหากสามารถจัดการให้มีการขออนุญาต และควบคุม ควบคู่ไปกับการปิดกั้นได้จะช่วยให้สอดส่องดูแลได้ง่ายขึ้น และยังเข้าไปจัดการเงินใต้ดินที่เกี่ยวข้องกับการพนันให้ถูกกฎหมายได้อีก ดังนั้นการออกกฎหมายจะมุ่งเป้าไปที่การพนันออนไลน์รูปแบบดิจิทัล เพื่อควบคุมและจัดการอย่างถูกต้อง

“การแก้ไขกฎหมายลำดับรอง อาจทำในรูปแบบกฎกระทรวง ซึ่งสามารถออกประกาศใช้เองในการควบคุมและอนุญาตการพนันออนไลน์ได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านสภา ดังนั้นจึงคาดว่าจะทำได้เร็วมาก มีเป้าหมายให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลได้ทันที”

ขยายอำนาจผ่าน พ.ร.ก.ไซเบอร์

อีกส่วนที่ค้างคามากว่าครึ่งปี คือ การแก้ไข เพิ่มเติม พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่ต้องการเพิ่มความรับผิดชอบให้กับ “สถาบันการเงินและค่ายมือถือ” ให้มีส่วนชดใช้ หากปล่อยปละให้เกิดอาชญากรรมไซเบอร์และคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และประกาศใช้ภายในเดือน ม.ค.นี้

“พ.ร.ก.นี้เข้าสู่วาระ ครม.แล้ว แต่ถอดออกไปก่อน เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายยังมองว่าด้วยเนื้อหาและอำนาจ ควรตราเป็นพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายแม่หรือไม่ เพราะอาจไม่ใช่เหตุเร่งด่วนที่จะใช้การตราด้วยพระราชกำหนด แต่ผมก็ได้มีการชี้แจงและยืนยันไปว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน และสร้างความเสียหายกับประชาชนเป็นวงกว้าง จึงต้องให้เป็น พ.ร.ก.นี้ผ่าน ทุกฝ่ายรวมถึงนายกฯก็เห็นด้วย จึงจะให้มีการนำเข้า ครม.อีกครั้งปลายเดือน ม.ค.นี้”

โดยการเพิ่มเติมกฎหมายจะมี 11 มาตรา ประเด็นสำคัญ คือ การมีส่วนร่วมรับผิดชอบของธนาคารและค่ายมือถือ เพราะก่อนหน้านี้ การจะบังคับให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสืบสวนอาชญากรรมทำได้ยาก ซึ่งการแก้ไขส่วนหนึ่งเพื่อให้มีกฎหมายบังคับแลกเปลี่ยนข้อมูล รวมถึงกำกับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตเคอร์เรนซี ที่มีความเสี่ยง ตลอดจนข้อมูลจากค่ายมือถือได้ด้วย จะทำให้กระทรวงดีอีเข้าถึงข้อมูล และมีบทบาทที่สำคัญยิ่งกว่าการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ลุยคุมซอฟต์แวร์มือถือ

“ประเสริฐ” กล่าวถึงกรณีล่าสุด ที่ผู้ผลิตอุปกรณ์มีการฝังแอปพลิเคชั่นเงินกู้เข้ามาในสมาร์ทโฟน OPPO และ realme ซึ่งเป็นกรณีที่ใหม่ และยังไม่มีกฎหมายใดเข้าไปดูแลได้ เพราะตัวอุปกรณ์ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีหน้าที่ดูเรื่องคลื่นที่อุปกรณ์นั้น ๆ ใช้ ดังนั้นตอนนี้ความผิดที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ภายใต้กระทรวงดีอี กำลังสอบสวนอยู่

อย่างไรก็ตาม ตัวแอปพลิเคชั่นหรือซอฟต์แวร์ที่เข้ามาติดตั้ง ไม่มีใครเข้าไปดูแล ในเบื้องต้นตนจึงได้ให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA หาแนวทางว่าจะสามารถกำกับซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์อย่างไรได้บ้าง และในปลายเดือน ม.ค.นี้จะมีการหารือร่วมกันว่าจะมีหลักเกณฑ์ หรือให้มีกฎหมายรอง เพื่อให้สามารถเข้าไปตรวจสอบดูแลเรื่องของซอฟต์แวร์ในระบบปฏิบัติการมือถือได้

“แอปพลิเคชั่นต้องได้รับการอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้ถูกต้องก่อน และจะต้องมีการตรวจสอบมือถือรุ่นอื่น ๆ ที่มีการวางขายด้วย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พลิก “ดีอี” สู่กระทรวงเกรดเอ เพิ่มอำนาจไล่ล่าภัยไซเบอร์ ต้อน “พนันออนไลน์” เข้าระบบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...