แอ่งน้ำมรณะ ไม่มีออกซิเจน บริเวณนอกชายฝั่งใต้ทะเลแดงที่ซาอุฯ
นักวิทยาศาสตร์พบ ‘แอ่งน้ำมรณะ’ ใต้มหาสมุทรที่ฆ่าทุกชีวิตที่ว่ายเข้าไป อาจช่วยไขความลับเรื่องการกำเนิดชีวิตบนโลก มีบันทึกข้อมูลแผ่นดินไหว และอาจเป็นยารักษาโรคในมนุษย์
การค้นพบนี้อยู่นอกชายฝั่งทะเลแดงเพียง 2 กม. ในเขตประเทศซาอุดิอาระเบีย ซึ่งบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีของซาอุฯ ได้ช่วยให้ทุนสนับสนุนการวิจัยยานหาหนะใต้น้ำควบคุมระยะไกล (remotely operated underwater vehicle) โดยมีทีมงานองค์กรสำรวจทางทะเล OceanX เป็นผู้นำการสำรวจ
สระน้ำเกลือในมหาสุมทร (deep-sea brine pools) เป็นเหมือนแอ่งที่มีความเค็มสูงมากซึ่งก่อตัวขึ้นที่ก้นทะเล ทาง NOAA บรรยายว่ามันเกิดจากกระบวนการที่เรียกว่าการเคลื่อนตัวของเกลือ หรือตะกอนเกลือขนาดใหญ่ เมื่อทะเลแห่งหนึ่งเคยถูกตัดขาดจากมหาสมุทรโลก ตะกอนที่ยังไหลมาจากเปลือกโลกจึงได้ทับถมกันเป็นก้อนใหญ่
และเมื่อมันกลับมาเชื่อมต่อกับทะเลเปิดอีกครั้ง(ด้วยกระบวนการทางธรณีวิทยา) มันจึงกลายเป็นแอ่งน้ำที่มีความเข้มข้นสูงแตกต่างจากน้ำทะเลรอบ ๆ มันกลายเป็นระบบนิเวศสุดขั้วที่ขาดออกซิเจนโดยสิ้นเชิง แต่กระนั้นมันก็เต็มไปด้วยจุลินทรีย์ที่เรียกว่า 'extremophile’ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันเป็นสภาพแวดล้อมยุคเริ่มแรกของโลกที่ยังไม่มีออกซิเจน ดังนั้นพวกเขาจึงหวังว่ามันจะช่วยให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการกำเนิดของสิ่งมีชีวิต
‘สระน้ำเกลือใต้ทะเลลึก’ ที่พบนี้มีขนาดใหญ่ประมาณ 10,000 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่า 1 สนามฟุตบอล และอยู่ลึกใต้ทะเลราว 1.77 กิโลเมตร และมันได้สร้างระบบนิเวศแปลกใหม่ขึ้นมา โดย Sam Purkis ศาสตราจารย์และประธานภาควิชาธรณีศาสตร์ทางทะเลแห่งมหาวิทยาลัยไมอามีกล่าวว่ามีสัตว์นักล่าหลายตัวคอยซุ่มอยู่รอบ ๆ เพื่อกินเหยื่อเคราะห์ร้ายที่หลงเข้าไป
"ปลา กุ้ง และปลาไหล ใช้สระน้ำเกลือในการล่า" Purkis กล่าว น้ำเกลือเข้มข้นที่ไม่มีออกซิเจนทำให้ "สัตว์ใด ๆ ที่หลงเข้าไปจะถูกทำให้มึนงงหรือเสียชีวิตทันที(เช่นเดียวกับที่มนุษย์ขาดอากาศหายใจ" จากนั้นสัตว์นักล่าที่ซุ่มอยู่ใกล้จะ "กินเหยื่อเคราะห์ร้าย"
นอกจากนี้มันยังเป็นบันทึกข้อมูลปริมาณน้ำฝน สึนามิ แผ่นดินไหว หรือภัยพิบัติอื่น ๆ เพราะว่าตะกอนที่ไหลลงมาทับถมมันนั้นจะมีความหนาแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเหมือนการศึกษาแกนน้ำแข็งที่ขั้วโลกที่บ่งบอกถึงสภาพอากาศได้ Purkis กล่าวว่าบันทึกเหล่านี้ย้อนไปได้ 1,000 ปี ซึ่งการศึกษาเบื้องต้นระบุว่ามีน้ำท่วมใหญ่ประมาณ 1 ครั้งทุก ๆ 25 ปี และมีสึนามิทุก ๆ 100 ปี
และความสำคัญของการค้นพบไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เนื่องจากจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมไร้ออกซิเจนอาจมีองค์ประกอบทางเคมีที่แปลกใหม่ ซึ่งจะสามารถช่วยในการพัฒนายารักษาใหม่ ๆ ที่มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้ รวมทั้งอาจช่วยเปิดเผยมุมมองใหม่ ๆ ต่อชีวิตนอกโลกที่อาจเกิดขึ้นในที่ที่ไม่มีออกซิเจน
“การศึกษาที่แห่งนี้จึงช่วยให้มองเห็นสภาวะที่สิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นบนโลกของเราเป็นครั้งแรก และอาจเป็นแนวทางในการค้นหาสิ่งมีชีวิตใน 'โลกน้ำ' อื่น ๆ ในระบบสุริยะของเราและที่อื่น ๆ" Purkis กล่าว
ที่มา
Live Science : 'Unlucky' creatures that enter rare Red Sea brine pools are immediately stunned to death
Nature Communications Earth and Environment : Discovery of the deep-sea NEOM Brine Pools in the Gulf of Aqaba, Red Sea
Interesting Engineering : Newly discovered deadly pools beneath the ocean kill anything that swims into them
Phys.org : Rare deep-sea brine pools discovered in Red Sea