สถาบันประสาทฯ เปิดมิติใหม่ Modern NIT ดูแลรักษาผู้ป่วยกว่า 2 แสนคน/ปี ได้ชีวิตใหม่หลังผ่าตัด
สถาบันประสาทฯ เปิดมิติใหม่ Modern NIT ดูแลรักษาผู้ป่วยกว่า 2 แสนคน/ปี ได้ชีวิตใหม่หลังผ่าตัด
เมื่อวันที่ 24 มกราคม นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในงาน “Modern NIT มิติใหม่การบริการทางการแพทย์” ที่สถาบันประสาทวิทยา ว่า สถาบันประสาทวิทยา มีความเป็นมายาวนานและเป็นความภาคภูมิใจของชาวกรมการแพทย์ ที่ให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคสมอง ไขสันหลังและระบบประสาทได้อย่างดีเยี่ยม มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ได้รับความชื่นชมจากผู้รับบริการมากมาย ซึ่งสถาบันประสาทวิทยาได้พัฒนาเรื่องคุณภาพการรักษาและการบริการเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและให้บริการ เช่น พัฒนาแอพพลิเคชั่น SMART OPD, NIT Plus, การใช้เทคโนโลยีเทเลเมดิซีน (Telemedicine),
การสร้างเครือข่ายดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั่วประเทศ, การผ่าตัดโรคลมชักและโรคสมองอื่นๆ ด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด, การผ่าตัดโรคกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก การผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นสมองในผู้ป่วยพาร์กินสัน โรคระบบประสาทการเคลื่อนไหวผิดปกติและโรคลมชัก, การพัฒนาชุดสิทธิประโยชน์ต่างๆ และการเข้าถึงการเบิกจ่ายค่าบริการรักษาพยาบาลโรคหลอดเลือดสมองด้วยการใส่สายสวนหลอดเลือด, จัดทำโครงการเฉลิมพระเกียรติสำหรับการรักษาโรคสมอง ไขสันหลังและโรคระบบประสาทที่ไม่สามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ และ การดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรตามนโยบายของ สธ.
ทั้งนี้ นพ.ธงชัย กล่าวว่า สถาบันประสาทวิทยามีความมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทันสมัย ก้าวทันเทคโนโลยี และยังคงพัฒนาก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งต่อไปอีกในอนาคต
“การพัฒนาแอพพ์ NIT Plus ที่ผู้ป่วยสามารถจ่ายยาผ่านแอพพ์ได้และจัดส่งยาผาานไปรษณีย์ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายการเดินทางของผู้ป่วยได้ ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะสังกัดกรมการแพทย์ ทั้งนี้ โรคสมองเจ็บแต่ไม่จบ แต่หากได้รับการดูแลที่ถูกต้อง สามารถเจ็บและจบได้กว่าร้อยละ 80 ที่ไม่เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตต่อ” นพ.ธงชัย กล่าว
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยีการรักษาผู้ป่วยโรคเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น โรคพาร์กินสัน โรคสั่น ด้วยเครื่องกระตุ้นสมองส่วนลึกด้วยไฟฟ้า (Deep Brain Stimulation) โดยสถาบันประสาทวิทยาได้ทำการผ่าตัดด้วย DBS สำเร็จเป็นแห่งแรกของ สธ.ตั้งแต่ปี 2556 และดำเนินการต่อเนื่องเรื่อยมา โดยหลังเข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยจะยังไม่หายขาด โรคยังดำเนินต่อไปแต่อาการของโรคมักดีขึ้นและความรุนแรงลดลง ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถลดความทุกข์ทรมานและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วย
ด้าน นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวว่า สถาบันประสาทวิทยา เป็นโรงพยาบาลด้านโรคสมอง ไขสันหลังและระบบประสาทของรัฐที่มีความเป็นเลิศด้านการดูแลผู้ป่วยทางสมองและประสาทเป็นอันดับต้นของประเทศมาอย่างยาวนาน โดยมีพันธกิจสำคัญ คือ พัฒนาเทคโนโลยีการบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ทันสมัย สะดวกสบาย มีสุขภาพดีและมีความสุข สำหรับงาน Modern NIT จัดขึันเป็นการนำเสนอเทคโนโลยีที่เราใช้ในสถาบันประสาทวิทยาเพื่อให้รักษาผู้ป่วยมีสุขภาพชีวิตคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อให้เป็นการแพทย์ที่มีคุณภาพสากลมีความเชี่ยวชาญขั้นสูงของระบบประสาทและไขสันหลังทั้งความเชื่อมั่นให้ประเทศและนานาชาติ
“โรคหลอดเลือดสมอง หรือ สโตรก เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิตและทุพพลภาพของผู้ป่วย ทั้งที่โรคนี้เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้จากการลดปัจจัยเสี่ยง คือ การพักผ่อน การรับประทานอาหาร การออกกำลัง โดยขณะนี้สถาบันฯ มีรถสโตรกโมบายยูนิต 2 คัน ที่คอยประสานงานร่วมกับ สายด่วน 1669 ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างทันท่วงที เพราะผู้ป่วยหลอดเลือดสมองจะต้องได้รับยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนนำส่งรักษาต่อที่สถานพยาบาล” นพ.ธนินทร์ กล่าว
นพ.ธนินทร์ กล่าวว่า ข้อมูลผู้ป่วยของสถาบันฯ เป็นผู้ป่วยใน (IPD) 8,000 รายต่อปี และผู้ป่วยนอก (OPD) 200,000 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคระบบประสาทและสมอง ซึ่งสถาบันฯ ได้พัฒนาแอพพ์ NIT Plus เพื่อให้ผู้ป่วยนัดคิว จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล จากการประเมินความพึ่งพอใจของผู้รับบริการ ระดับดีมากถึงร้อยละ 98
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งในงานดังกล่าว มีการแสดงไวโอลิน เพลง เก็บตะวัน จากผู้ป่วยของสถาบันประสาทวิทยาที่ได้รับการดูแลรักษาจนหายเป็นปกติ สามารถใช้ชีวิตและเล่นดนตรีได้
ทั้งนี้ ร.อ.กิตติพัฒน์ กัลลประวิทย์ เปิดเผยว่า ตนเคยทำงานเป็นพยาบาลทหารใน รพ.ของรัฐแห่งหนึ่ง โดยเริ่มมีอาการป่วยตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งปัจจุบันอายุ 58 ปี จึงย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว มีอาการป่วยโรคพาร์กินสัน จึงเข้ารักษาใน รพ.อื่นๆ อยู่ 3-4 ปี จนกระทั่งทราบข้อมูลเทคโนโลยีการรักษาของสถาบันประสาทวิทยา จึงเข้ารักษาที่สถาบันฯ ในปี 2559 ช่วงแรกได้รับยา และต่อมาเมื่อปี 2565 ช่วงเดือนตุลาคม ได้เปลี่ยนมาผ่าตัดด้วยวิธี BPS ซึ่งผ่านมา 3-4 เดือน ร่างกายสามารถฟื้นฟูกลับมาใช้งานได้ถึงร้อยละ 95
“เทคโนโลยีช่วยผมไว้ได้เยอะ เหมือนผมตายแล้วเกิดใหม่ ขอบคุณสถาบันประสาทวิทยาที่ทำให้ผม สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ” ร.อ.กิตติพัฒน์ กล่าว