โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อบุญธรรมครวญ ถูกโซเชียลพิพากษา กล่าวหาเลี้ยงต้อย ทำประเด็นผิดเพี้ยน แท้จริงคือเรื่องหนี้

Khaosod

อัพเดต 16 มิ.ย. 2564 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2564 เวลา 09.27 น.

พ่อบุญธรรมครวญ ถูกโซเชียลพิพากษา กล่าวหาเลี้ยงต้อย ทำประเด็นผิดเพี้ยน แท้จริงคือเรื่องหนี้สิน แค่อยากให้อดีตภรรยาและอดีตลูกบุญธรรม แบ่งเบาหนี้สินบ้าง

จากกรณี ดร.ณัฐพงศ์ หรือ พัทธนันท์ พุดหล้า อาจารย์ประจำหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นพ่อบุญธรรมของ “ทาเคชิ” หรือชื่อเดิม นายชนะศักดิ์พงศ์ พุดหล้า ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น นายชนะศักดิ์ สุทธะพินทุ ดารานักแสดงและพิธีกรชื่อดัง ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความขัดแย้งภายในครอบครัว จนถึงขั้นตัดความสัมพันธ์ความเป็นพ่อลูกบุญธรรมระหว่างกัน รวมถึงการเซ็นหย่าร้างกับภรรยา โดยยังมีภาระหนี้สินที่ถูกทิ้งไว้ให้ ดร.ณัฐพงศ์ ต้องแบกรับเพียงลำพัง

ล่าสุดวันที่ 16 มิ.ย.64 ดร.ณัฐพงศ์ ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจนเป็นกระแสในโซเชียลขณะนี้ว่า การตัดต่อคลิปเสียงของสื่อดังกล่าว ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายอย่างมาก เนื่องจาก ผิดเพี้ยนไปจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นจนทำให้ผิดวัตถุประสงค์จริงที่ตนต้องการออกมาเรียกร้องผ่านสื่อ เพราะทุกคำพูดที่ตนให้สัมภาษณ์ไปนั้น เป็นการยกตัวอย่างเปรียบเปรยกรณีที่มีหลายคนเข้าใจผิดคิดว่า ตนประสงค์จะเลี้ยงต้อยลูกบุญธรรมเท่านั้น

ความจริงตนไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนั้น ไม่เคยมีอะไรกับคนที่อยู่ในความดูแล และไม่เคยมีพฤติกรรมอยากกินหรืออยากมีอะไรกับเด็กนิสิต-นักศึกษา เพราะตนก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เคยแต่งงานมีภรรยา ไม่เคยมีรสนิยมแบบนั้น จึงอยากวิงวอนให้สื่อทั้งหลาย รวมถึงเกรียนคีย์บอร์ด ได้เข้าใจเสียใหม่ว่า ตนไม่ได้มีพฤติกรรมหรือรสนิยมไปในทางที่หลายคนกำลังกล่าวถึง กล่าวหา หรือแม้แต่พิพากษาตนไปแล้ว

ซึ่งประเด็นจริงๆ ที่ตนออกมาเรียกร้อง คือต้องการให้คนที่ตนเคยเลี้ยงดูมา เข้ามาพูดคุยช่วยกันแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นร่วมกันทั้งหมด เพราะตอนนี้ตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องแบกรับปัญหาอยู่เพียงลำพัง จึงขอวิงวอนไปถึงนักเลงคีย์บอร์ด รวมถึงชาวโซเชียลทั้งหลายได้เข้าใจให้ถูกต้อง และขอพื้นที่ส่วนตัว อย่าก้าวล่วงจนทำให้เกิดความเสียหายขึ้น จนถึงขั้นต้องแจ้งดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากวัตถุประสงค์จริงของตน ไม่ได้ต้องการจะขอคืนดีกับอดีตภรรยา หรือขอคืนดีกับอดีตลูกบุญธรรม

เพราะได้ตัดสินใจขออยู่ตัวคนเดียว ใช้ชีวิตอยู่กับมารดาและญาติพี่น้องของตนก็เพียงพอแล้ว ไม่ได้ต้องการจะยื้อเรียกร้องให้อดีตภรรยาและลูกบุญธรรมกลับมา มีเพียงประเด็นเดียวเท่านั้นคือ ต้องการให้อดีตภรรยาและลูกบุญธรรมได้หันกลับมามองดูปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนว่า มีปัญหาหนี้สินมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้ช่วยกันแบ่งเบาภาระบ้าง เพราะหนี้สินที่มีอยู่ตอนนี้จะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงส่งเสียลูกบุญธรรมให้เล่าเรียนหนังสือทั้งที่จังหวัดมหาสารคามและที่กรุงเทพมหานคร จึงขอให้โฟกัสไปที่ประเด็นนี้เท่านั้น ไม่ต้องการให้โยงผิดเพี้ยนไปจากประเด็นที่แท้จริง ตนต้องการอยู่อย่างสงบ ส่วนเหตุผลที่ต้องออกมาร้องผ่านสื่อ เพราะเคยติดต่อเพื่อจะเจรจาพูดคุยเรื่องหนี้สินกันแล้ว แต่ไม่เป็นผล ไม่มีการสื่อสารโต้ตอบกลับมาจากอีกฝ่าย จึงยังเป็นภาระคาราคาซังอยู่แบบนี้

และการออกมาชี้แจงของตนในครั้งนี้ เป็นการแก้ข่าว ไม่ใช่การแก้ตัว เพราะการถูกบูลลี่จากคนอื่นโดยไม่ใช่เรื่องจริง ถ้าไม่เจอกับตัวเอง ย่อมจะไม่รู้ว่าตนรู้สึกอย่างไร จึงขอวอนไปถึงชาวโซเชียลได้เข้าใจข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย ขอให้ตระหนักและอย่าออกมาวิจารณ์โดยที่ไม่รู้ความจริง จนทำให้คนอื่นเกิดความเสื่อมเสียไปด้วย ที่สำคัญ ขอวิงวอนไปถึงสื่อทั้งหลาย ขอให้นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา อย่าเบี่ยงประเด็นเพื่อสร้างกระแสจนเกิดความเสียหายเกิดกับตนโดยตรง เพราะตนต้องการขอความช่วยเหลือจากสื่อ ได้ช่วยเป็นกระบอกเสียง สื่อสารไปถึงอดีตภรรยาและลูกบุญธรรมให้เข้ามาเหลียวแลแบ่งเบาภาระหนี้สินของตนบ้างเท่านั้น ต้องขอความเมตตาจากทุกสื่อฯ ได้ช่วยนำเสนอข่าวอย่างเป็นธรรมกับตนด้วย

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...