โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลังปรับแผนชิมช้อปใช้เฟส 3 ดึงกรุงไทยช่วยลงทะเบียนผู้สูงอายุให้ครบ 5 แสนราย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ย. 2562 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 16.56 น.

 

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เปิดเผยว่า มาตรการชิมช้อปใช้เฟสที่ 3 ไม่คึกคัดเท่ากับเฟส 1 และ 2 แต่เท่าที่ประเมินเสียงตอบรับก็พอใช้ได้ ซึ่งเฟส 3 เป็นมาตรการที่ต่อยอดจากเฟส 1 และ 2 อยากให้การดำเนินการของมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 3 เดินหน้าต่อไป อย่าไปคิดว่า ไม่ประสบสำเร็จ ต้องให้โอกาสดำเนินการ อะไรที่สมควรปรับก็ปรับไป มองต่อเนื่อง อย่าเพิ่งไปตกใจ เหมือนตอนที่เริ่มเฟส 1 ก็บอกว่าจะมีปัญหา เพราะมีเรื่องติดขัด แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นมาได้

“เสียงตอบรับชิมช้อปใช้เฟส 3 ใช้ได้ แต่แตกต่างจากเฟสแรกๆ ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะว่ากระทรวงการคลังวางแผนแต่ต้นว่า เฟส 3 เป็นการขยายต่อยอดเฟส 1 และ 2 ดังนั้นอยากให้มองในภาพรวมอย่าดูเป็นเฟสๆ โดยตั้งใจให้มาตรการดังกล่าวส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ”นายอุตตมกล่าว

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การลงทะเบียนชิมช้อปใช้เฟส 3  สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 5 แสนราย เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน  จนถึงล่าสุดมีผู้มาลงทะเบียน 9 หมื่นราย กระทรวงการคลังประเมินไว้แล้วว่าการลงทะเบียนในกลุ่มผู้สูงอายุคงไม่หวือหวาเท่ากับกลุ่มบุคคลทั่วไป ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดปิดลงทะเบียนและจะเปิดให้ลงทะเบียนจนกว่าจะเต็มจำนวน 5 แสนราย

นายลวรณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเท่าที่ประเมินการลงทะเบียนของกลุ่มผู้สูงอายุอาจะเกิดปัญหาลงทะเบียนอาจไม่ถนัดเทคโนโลยี ดังนั้นจะให้สาขากรุงไทยอำนวยความสะดวกช่วยลงทะเบียนให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตามมีตัวเลขที่น่าสนใจว่าการลงทะเบียนชิมช้อปใช้เฟส 3 รอบแรก 1.5 ล้านราย มีกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีมาลงทะเบียน 1.45 แสนราย และเมื่อรวมกับยอดลงทะเบียนล่าสุดรอบพิเศษ มีจำนวนผู้สูงอายุมาลงทะเบียนเกือบ 2.5 แสนราย ดังนั้นคลังประเมินว่าการลงทะเบียนผู้สูงอายุชิมช้อปใช้ ได้ตามเป้า 5 แสนราย

“การลงทะเบียนรอบพิเศษชิมช้อปใช้ในกลุ่มผู้สูงอายุ กระทรวงการคลังประเมินไว้แล้วคงไม่หวือหวาเหมือนรอบปกติ และประเมินว่าจะมีผู้สูงอายุลงทะเบียนประมาณ 5 แสนราย ซึ่งการเปิดรอบพิเศษให้กลุ่มผู้สูงอายุ เพราะอยากให้คนกลุ่มคนนี้เรียนรู้เกี่ยวกับสังคมไร้เงินสด ได้เรียนรู้เทคโนโลยี นอกจากนี้เป็นการตอบรับหลังจากได้รับเสียงบ่นว่ากลุ่มผู้สูงอายุลงทะเบียนไม่ทันคนหนุ่มสาวเมื่อ 2 รอบแรก ซึ่งการเปิดให้ลงทะเบียนกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว”นายลวรณ กล่าว

นายลวรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 1 และ 2 ที่ผ่านมา ช่วยทำให้เงินลงไปสู่ระบบแล้วกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท อยู่ในส่วนกระเป๋า 1 ที่รัฐบาลแจกให้คนละ 1 พันบาทจำนวนกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท และในส่วนกระเป๋า 2 กว่า 1.5 พันล้านบาท พบว่าหลังจากผู้ลงทะเบียนใช้กระเป๋า 1 ไปหมดแล้ว เริ่มใช้กระเป๋า 2 มากขึ้น พบผู้ลงทะเบียนหลายราย ใช้เงินกระเป๋า 2 ไปแล้วในระดับ 1 แสนบาทเกินกว่าที่รัฐบาลคืนเงินให้กำหนดไว้ 5 หมื่นบาท ซึ่งคนกลุ่มที่ใช้เงินกระเป๋า 2 เกินที่รัฐบาลกำหนดไว้เนื่องจากอาจเห็นว่าการชำระเงินด้วยวิธีดังกล่าวสะดวกสบาย

นายลวรณ กล่าวว่า โครงการชิมช้อปใช้เฟส 1 และ 2 ช่วยกระตุ้นเศรฐกิจชุมชน ทำให้ร้านค้าขนาดเล็กมีเงินหมุนเวียน เพราะการใช้จ่ายขณะนี้เงินลงไปในร้านค้าขนาดเล็กและร้านค้าชุมชนกว่า 84% ที่เหลือ 16% เป็นร้านค้าขนาดใหญ่ ซึ่งสัดส่วนลดลงเรื่อยๆ จากช่วงแรกอยู่ที่ระดับ 22%

นายลวรณ กล่าวต่อว่า กระทรวงการคลังปรับปรุงเงื่อนไขชิมช้อปใช้ เฟส 3 โดยให้การใช้จ่ายผ่านกระเป๋าตัง 2 สะดวกมากขึ้น โดยสามารถใช้จ่ายได้ทุกจังหวัดรวมทั้งจังหวัดตามทะเบียนบ้าน และขยายระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2563 ซึ่งรวมถึงผู้ได้รับสิทธิ์เดิมด้วย และการใช้จ่าย จะได้รับเงินคืน โดยไม่ต้องรอจนถึงสิ้นสุดโครงการ กล่าวคือ ตั้งแต่เริ่มมาตรการจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2562 จะได้รับเงินชดเชยในเดือนธันวาคม 2562 สำหรับการใช้จ่ายในเดือนธันวาคม 2562 และมกราคม 2563 จะได้รับเงินชดเชยในเดือนมกราคม 2563 และกุมภาพันธ์ 2563 ตามลำดับ ทั้งนี้ ร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการสามารถสมัครได้ที่กรมบัญชีกลางและสำนักงานคลังจังหวัดทั่วประเทศจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...