อัพเดต! 6 วิธี จุดติดทำการตลาดบน Instagram
เปิดแนวทางเริ่มทำการตลาดบน Instagram ที่จะเป็นคู่มือฉบับล่าสุดให้ธุรกิจขนาดเล็กสามารถโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองบน Instagram ได้แบบมืออาชีพ ซึ่งต้องการส่วนประกอบอื่นมากกว่าการโพสต์ภาพแล้วรอคอยให้มีใครมาเห็น
จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการทำการตลาดบนInstagram หรือบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใดก็ตาม คือการทำความเข้าใจวิธีสร้างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งสามารถพิจารณาจากข้อมูลinsight ภาพใหญ่ของแต่ละโซเชียล
1. ทำไมต้องInstagram
กรณีของInstagram จำนวนผู้ใช้มากกว่า200 ล้านคนที่เข้ามาใช้งานInstagram ทุกวันนั้นทำให้เกิดประโยชน์มากสำหรับธุรกิจที่คิดโชว์ตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการบนInstagram สถิติพบว่ากว่า72% ของชาวInstagram เป็นกลุ่มที่ควักเงินซื้อสินค้าและบริการ ขณะที่80% ของกลุ่มผู้ใช้ มีการคลิกติดตามความเคลื่อนไหวของธุรกิจ
Instagram จึงถูกยกเป็นแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับแบรนด์ในการสร้างengagement ในกลุ่มวัยรุ่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ที่หวังดึงดูดกลุ่มผู้ชมที่เกิดความประทับใจได้จากการดูรูปภาพหรือวิดีโอ
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ต้องใช้เครื่องปรุงอื่นร่วมไปด้วย เพราะลำพัง"ภาพที่น่าดึงดูด" อาจไม่เพียงพอหากต้องการผลักดันแคมเปญการตลาดInstagram ให้ประสบความสำเร็จอย่างที่หวัง
2. ศึกษาประเภทโฆษณา
Instagram นั้นมีรูปแบบการลงโฆษณามากกว่า7 ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ผู้จัดการแบรนด์จึงควรต้องกำหนดเป้าหมายโดยรวมอย่างชัดเจน ก่อนจะตัดสินใจว่าโฆษณาประเภทใดที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะทำให้เข้าถึงวิธีสร้างโฆษณาที่โดดเด่นบนแพลตฟอร์มที่มีการแข่งขันสูงอย่างInstagram
Infographic นี้จากHeadway Capital นำเสนอเคล็ดลับสำหรับการโฆษณาบนInstagram แต่ละประเภทไว้อย่างน่าสนใจ หนึ่งในรูปแบบโฆษณาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือCarousel ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เลื่อนดูรูปภาพหลายรูป รูปแบบโฆษณานี้จึงเหมาะกับการนำเสนอคำแนะนำทีละขั้นตอนหรือstep-by-step สำหรับสินค้าของแบรนด์
3. ประเมินจุดประสงค์
นอกจากศึกษารูปแบบของโฆษณา เคล็ดลับสำคัญของมือใหม่บนInstagram คือการประเมินวัตถุประสงค์ของแคมเปญให้ดี ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างโฆษณาที่ตอบโจทย์มากที่สุด
หากต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ รูปแบบโฆษณาบนInstagram ทุกรูปแบบล้วนเหมาะกับจุดประสงค์นี้ เช่นเดียวกับแบรนด์ซึ่งต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าก็สามารถใช้รูปแบบโฆษณาได้ทั้งหมด
แต่หากแบรนด์ที่ต้องการสร้างทราฟฟิกให้เว็บไซต์ตัวเอง รูปแบบInstagram Experience จะไม่เหมาะกับจุดประสงค์นี้ เช่นเดียวกับแบรนด์ซึ่งต้องการให้กลุ่มลูกค้าติดตั้งแอปพลิเคชัน ก็ไม่เหมาะกับรูปแบบโฆษณานี้ ซึ่งทั้งหมดต้องศึกษาเป็นรายกรณีไป
4. จัดการโฆษณาInstagram บนFacebook
สิ่งที่แบรนด์ควรทำมากที่สุดหลังจากเริ่มทำแคมเปญบนInstagram แล้ว คือการตั้งค่าในเพจFacebook ของตัวเอง ซึ่งทำได้ผ่านระบบFacebook Ads Manager
คลิกที่ปุ่มCreate แล้วเลือกAd จากเมนูเพื่อเข้าเมนูFacebook Ads Manager ผู้จัดการแบรนด์จะสามารถแจ้งกับระบบได้ว่าต้องการให้แคมเปญนี้ตอบโจทย์ด้านใด เมื่อกรอกรายละเอียดแคมเปญแล้วจะทำให้ระบบสามารถแนะนำกระบวนการตามงบประมาณที่ตั้งไว้ได้
รายละเอียดของแคมเปญนั้นมีจุดที่ต้องใส่ใจสูง ตัวอย่างเช่น แบรนด์ที่อยากเพิ่มการเข้าถึง ให้ลูกค้าเดินทางมาใช้บริการที่ร้าน ก็ควรเน้นที่ตำแหน่งสถานที่อยู่ของกลุ่มเป้าหมาย มากกว่าการเน้นที่ความสนใจเพราะหากไม่ได้อยู่ใกล้ โอกาสที่กลุ่มเป้าหมายจะเดินทางมาที่ร้านนั้นมีน้อยกว่า
5. ออกแบบโฆษณาให้"น้อยแต่มาก"
หลักการสร้างโฆษณาที่ดูมืออาชีพนั้นมีไม่กี่ข้อ ที่สำคัญคือขอให้มีข้อความอย่าเยอะ ใช้ภาพความละเอียดสูง และอย่าลืมติดปุ่มเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายลุกขึ้นมาตอบสนองตามจุดประสงค์ที่แคมเปญตั้งไว้(Call to action button) ทางที่ดีควรจะมีป้ายคำhashtag ทรงพลังติดไว้ด้วย
6. ทำโฆษณาให้เด่น
การทำโฆษณาให้เด่น มีปัจจัยหลายด้านประกอบกัน หนึ่งในนั้นคือการเลือกเวลาโพสต์ให้เหมาะสม ซึ่งหากเลือกได้ดี โอกาสที่จะมีชัยก็สูงตามไปด้วย
ช่วงเวลาพีคที่การโพสต์มักได้รับคะแนนengagement หรือการมีส่วนร่วมที่ดีที่สุดคือวันพุธเวลา15.00 น. หากเป็นวันพฤหัสบดี คือเวลา5:00 น., 11:00 น. และเวลา15.00 น. ถึง16:00 น. สำหรับวันศุกร์คือเวลา17.00 น.
อินโฟกราฟิกจากheadwaycapital ย้ำว่าข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่อัปเดทล่าสุดช่วงปี2018 ที่ผ่านมา ดังนั้นจึงมั่นใจว่าทั้งหมดจะเป็นแนวทางที่ทันสมัยที่สุดสำหรับปี2019.
ที่มา: https://www.headwaycapital.com/blog/small-business-guide-advertising-instagram/