โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรรพสามิตชงภาษีรถอีวี0% บี้ลงทุนทันทีรับสิทธิ์ยาว3ปี

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 21 ก.พ. 2562 เวลา 12.00 น.

คลังรับลูกบิ๊กตู่ปั้นไทย “ฮับอีวี” เตรียมคลอดแพ็กเกจ “อีวี 2” หั่นภาษีสรรพสามิต 0% กระตุ้นผู้ประกอบการได้ไฟเขียวบีโอไอเร่งผลิตขายภายใน 2 ปี พ่วง “ไมลด์ ไฮบริด” ชง ครม.เคาะอัตราภาษี 4% ค่ายรถยนต์เฮ “เบนซ์-บีเอ็มฯ” พร้อม ระบุปลั๊ก-อิน ไฮบริดแค่ถอดเครื่องยนต์ออก ก็คือ “เพียวอีวี”

กระแสการผลักดันแพ็กเกจกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ประกอบด้วย ไฮบริด (hybrid electric vehicle : HEV), ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (plug-in hybrid electric vehicle : PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้า (battery electric vehicle : BEV) แม้จะสิ้นสุดการยื่นรับเรื่องจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เมื่อปลายปี 2561 แต่รัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯด้านเศรษฐกิจ มีการแตกแพ็กเกจอื่น ๆ เพิ่มเติมทั้งอีโค ไฮบริด, ไมลด์ ไฮบริด หรืออีโค อีวี ซึ่งถือเป็นแพ็กเกจเร่งด่วนในรูปแบบออนท็อปเสริมเข้าไปในแพ็กเกจภาษีเดิม ตั้งใจให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน

หั่นภาษีรถอีวีเหลือ 0% 

แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิตเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงที่ประเทศไทยเผชิญปัญหาฝุ่นละอองขนาด

เล็ก PM 2.5 ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูหากลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) จากเดิม 2% ให้เหลือ 0% ทำได้หรือไม่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเร็วขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมามีเอกชนจำนวนมากสนใจขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า มาตรการลดภาษีรถยนต์อีวี ที่กระทรวงการคลังจะเสนอ ครม.พิจารณาเห็นชอบ เพื่อออกประกาศกฎกระทรวงใน 1-2 สัปดาห์นี้เป็นมาตรการต่อยอดแพ็กเกจสนับสนุนที่ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการเร่งผลิตรถยนต์อีวีทันที หากทำได้ใน 2 ปี หรือภายในปี 2564 จะได้ปรับลดภาษีสรรพสามิตให้เป็น 0%

ยกเว้นสรรพสามิต 3 ปี

“มาตรการภาษีสรรพสามิตยกเว้น 3 ปีหรือคิดที่ 0% เป็นมาตรการชั่วคราวที่ให้เพิ่มจากบีโอไอให้ 2% เราคาดการณ์ว่าตอนนี้แต่ละค่ายยื่นบีโอไอกันหมดแล้ว ปลายปี 2562 ถึงช่วงต้นปี 2563 บอร์ดบีโอไอน่าจะมีการทยอยอนุมัติ จากนั้นถ้าผู้ประกอบการเริ่มผลิตภายใน 2 ปี ก็สามารถรับสิทธิ์ยกเว้นภาษีได้เลย”

แหล่งข่าวยอมรับว่า คงต้องมีการกำหนดปริมาณการผลิตด้วย ไม่ใช่ผลิตเพียงไม่กี่คันเพื่อหวังได้ภาษีที่ลดลงเท่านั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ย้ำว่า แนวทางกระทรวงการคลังลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เหลือ 0% จะเป็นมาตรการชั่วคราวแค่กระตุ้นให้ภาคเอกชนเร่งลงมือผลิต คาดว่าเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เร็ว ๆ นี้

พ่วงภาษีไมลด์ ไฮบริด 4%

แหล่งข่าวกล่าวว่า กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาควรเสนอ ครม.อนุมัติหลักการในส่วนภาษี “ไมลด์ ไฮบริด” ในคราวเดียวกันด้วย ซึ่งมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องวันที่ 25 ก.พ.นี้ พิจารณาการกำหนดอัตราภาษี 4% ตามที่ผู้ประกอบการร้องขอเข้ามาว่าเป็นไปได้หรือไม่ โดยต้องดูไม่ให้กระทบกับการส่งเสริมรถยนต์ประเภทอื่นที่มีการส่งเสริมอยู่แล้ว ทั้งอีโคคาร์และแพ็กเกจรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 3 ประเภท

ส่วนมาตรการภาษีผลิตรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 ในประเทศไทย จากปัจจุบันยังเป็นยูโร 4 เน้นให้มีการลดราคารถยนต์แก่ผู้บริโภค โดยการผลิตรถลดฝุ่นได้ตามมาตรฐานก็จะได้ลดภาษี

“รัฐบาลต้องการให้ราคารถถูกลง เพื่อจะได้จูงใจผู้บริโภคทำให้อยากซื้อ ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิตเร่งผลิตรถที่กรองฝุ่นออกมาได้ด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

คลอดภาษีสรรพสามิตรับยูโร 5

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ใน 1-2 สัปดาห์นี้ กระทรวงการคลังเสนอ ครม.พิจารณามาตรการภาษีสรรพสามิตส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์มาตรฐานยูโร 5 โดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อาจเสนอแพ็กเกจภาษีรถยนต์ไฟฟ้าประเภทอื่น ๆ หรือแพ็กเกจอีวี 2 ไปในคราวเดียวกันด้วย

โดยมาตรการแพ็กเกจเสริมรถอีวีอาทิ ไมลด์ ไฮบริด อีโค อีวี ต้องทำให้สอดคล้องกับการส่งเสริมบีโอไอ หลักการที่ต่างไปจากมาตรการที่เคยสนับสนุนผ่านบีโอไอ คือ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นพิเศษ แต่อยู่บนเงื่อนไขว่าต้องไปสู่แบตเตอรี่เพียว ๆ ภายในกำหนด เช่น ถ้าลดภาษีให้ 7% เหลือ 2% หรือลดจาก 10% เหลือ 5% (ตัวเลขสมมุติ) เมื่อครบ 3 ปีต้องผลิตให้ได้ตามเงื่อนไข หากทำไม่ได้จะถูกเรียกเก็บภาษีคืน เป็นต้น

“เรามุ่งจูงใจผู้บริโภค แล้วไปกดดันผู้ผลิตเร่งผลิตมาขาย ไม่ได้ไปขึ้นภาษีของเก่า แต่ถ้าทำของใหม่ได้ดีกว่า สามารถลดฝุ่นละอองได้ ก็จะได้อัตราภาษีที่ลดลง”

ปล่อยฝุ่นน้อยภาษีถูกลงอีก

นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการ สำนักแผนภาษี กรมสรรพสามิต กล่าวว่าปัจจุบันรถยนต์ดีเซล ยูโร 4 ค่าฝุ่นอยู่ที่ 0.025 มิลลิกรัมต่อ ลบ.ม. ส่วนยูโร 5 อยู่ที่ 0.005 มิลลิกรัมต่อ ลบ.ม. ซึ่งต่ำกว่ามาก โดยกระทรวงอุตสาหกรรมต้องการให้เกิดการเร่งผลิตยูโร 5 ให้เร็วขึ้นภายใน 3 ปีหน้า จึงใช้มาตรการทางภาษีสนับสนุนให้เกิดเร็วขึ้น

“คงไม่ถึงกับต้องทำยูโร 5 ทั้งระบบ แต่ถ้าเราบังคับว่า ค่าฝุ่นต้องไม่เกิน 0.005 มิลลิกรัมต่อ ลบ.ม. ก็สามารถติดตัวกรองฝุ่นเข้าไปได้ ทำให้ฝุ่นน้อยลง โดยใช้มาตรการภาษี”

นอกจากนี้ ในส่วนการขอรับส่งเสริมรถอีวีจากบีโอไอว่า ต้องมี 4 องค์ประกอบหลัก1.แบตเตอรี่ 2.แผนกำจัดซากแบตเตอรี่ 3.ระบบมอเตอร์ 4.ระบบไฟ ซึ่งส่งเสริมให้มีการผลิตในประเทศ

ปัจจุบันราคารถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยังสูงถึงคันละเกือบ 2 ล้านบาท แม้ได้สิทธิประโยชน์ภาษีจากบีโอไอ ราคาก็ไม่ได้ลดลงมาก ทางบีโอไอกับกระทรวงอุตฯ จึงผลักดันรถอีโค อีวี เพื่อให้ประหยัดต้นทุนต่อขนาด

ค่ายรถยังตั้งตัวไม่ติด

“ประชาชาติธุรกิจ” สอบถามไปยังค่ายรถยนต์หลายยี่ห้อ ผู้บริหารส่วนใหญ่แจ้งว่า ยังไม่ทราบเรื่อง บางรายมองเป็นเรื่องดี กระตุ้นให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในบ้านเราเร็วขึ้น แต่บางรายห่วงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานยังไม่พร้อม แม้ว่าระยะหลังทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันติดตั้งสถานีชาร์จแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ไม่น่าเพียงพอ ส่วนเมื่อผลิตแล้วตลาดมีความต้องการมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับการลงทุนขึ้นไลน์ผลิต และวอลุ่มการใช้ชิ้นส่วนด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการบางยี่ห้อมองว่ารัฐบาลปัจจุบันเร่งทำทุกอย่างน่าจะมีผลกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวเสริมว่า เมื่อวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ ทางผู้บริหารโตโยต้ามีนัดหมายเข้าพบรองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าประเด็นเรื่องผลักดันแพ็กเกจเสริมน่าจะได้มีการหารือกันเพิ่มเติมด้วย

สำหรับการยื่นขอรับส่งเสริมแพ็กเกจรถยนต์ไฟฟ้ากับทางบีโอไอ ขณะนี้มีค่ายยุโรป 2 ยี่ห้อ คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยูเท่านั้นที่ได้รับอนุมัติในหมวดรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนค่ายอื่น ๆ แม้ว่ายื่นขอรับส่งเสริมเกือบทุกค่าย

แต่เป็นแค่แพ็กเกจกลุ่มรถยนต์ไฮบริดเท่านั้น เมื่อดูจากความพร้อม เมอร์เซเดส-เบนซ์น่าจะมีความพร้อมมากที่สุด ตั้งแต่การนำรถยนต์ที่เป็นเพียวอีวี ในชื่อรุ่น “อีคิวซี” เข้ามาทำตลาดในไทย การใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 100 ล้านยูโร สร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งใหม่ในโรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ สมุทรปราการ พร้อมทั้งประกาศว่าภายในปี 2565 จะผลิตรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างน้อย 1 รุ่น

ผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยระบุชัดเจนว่า รถยนต์กลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่จำหน่ายในปัจจุบัน มีคุณสมบัติเทียบเท่ารถยนต์ไฟฟ้าเพียงแต่ต้องมีเครื่องยนต์ไว้เพราะโครงสร้างพื้นฐานไทยยังไม่พร้อม จึงจำเป็นต้องมีเครื่องยนต์ไว้ช่วยเหลือกรณีไฟฟ้าจากแบตเตอรี่หมด

บิ๊กตู่ดันไทยฮับอีวี 

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ส่วนหนึ่งของมาตรการระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ที่กำลังเป็นทิศทางการพัฒนาของโลก ก็คือการพัฒนาไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันสิ่งที่แพงที่สุดในรถยนต์ไฟฟ้า คือ แบตเตอรี่ ซึ่งต้องเร่งพัฒนาให้มากยิ่งขึ้น โดยต่างประเทศก็มีปัญหาในเรื่องของอายุการใช้งานเช่นกัน

“จะเห็นได้ว่ามีแบตราคาถูก ราคาแพงถ้าราคาถูกคุณภาพก็ด้อยกว่า ราคาแพงบางทีก็แพงเกินไป เพราะฉะนั้น ประเทศไทยกำลังพัฒนาเรื่องนี้ในพื้นที่ EEC เรื่องแบตเตอรี่และรถไฟฟ้า เป็นหนึ่งในโครงการ fast track ของเราด้วย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

โดยในรายการได้นำเสนอ roadmap ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเป็น “EV Hub” ของภูมิภาค และของโลก รวมถึงมีการผลักดันโครงการวิจัยและพัฒนาที่ร่วมกันระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการดัดแปลงรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้า ในราคาไม่เกิน 2 แสนบาท (ไม่รวมราคาแบตเตอรี่) หรือถูกลงเรื่อย ๆ ให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สามารถซื้อรถใหม่เป็น EV ที่ยังแพงอยู่

ทั้งนี้ ในปี 2563 กฟผ.ตั้งเป้าพัฒนาศูนย์บริการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับเอกชน เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาสร้างรถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกให้คนไทยได้ใช้งานในอนาคต

ขณะเดียวกันในรายการดังกล่าว ยังได้รายงานถึงการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมรถยนต์ EV ของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา โดยที่ผ่านมาได้มีมาตรการส่งเสริมรถยนต์ EV รอบที่ 1 ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการได้รับการส่งเสริมการลงทุน จำนวน 7 ราย ที่ผลิตรถยนต์ HEV และ PHEV ที่มีกำลังการผลิตรวมกว่า 269,700 คันต่อปี เงินลงทุนรวม 29,459 ล้านบาท โดยได้เริ่มผลิตรถยนต์ดังกล่าวแล้ว

นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังจะออกมาตรการส่งเสริม EV รอบที่ 2 ทั้งนี้ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และ BOI ร่วมกันปรับปรุงมาตรการภาษีสรรพสามิตรถยนต์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสร้างและพัฒนาฐานการผลิตยานยนต์ไปสู่ฐานการผลิตชิ้นส่วนที่เป็นเทคโนโลยีหลัก (core technology) ของรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดฐานการผลิตรถยนต์ BEV และ EV ประเภทต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยมาตรการส่งเสริม EV รอบที่ 2 นี้ จะแล้วเสร็จและมีผลภายในรัฐบาลนี้

คลิกอ่าน…“มิตซูบิชิ” ฟันธง ปลั๊ก-อินไฮบริด แมตช์กับเมืองไทยที่สุด

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...