ชุดเฉพาะกิจ ศปอส.ตร. ลงพื้นที่ รวบรวมหลักฐาน เอาผิด ผู้โสต์ข่าว-แชร์ข่าวปลอม เชื้อไวรัสโคโรนา
วันที่ 31 มกราคม 2563 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และเจ้าหน้าที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตรวจค้น 15 จุด ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่โพสต์ข่าวและแชร์ข่าวปลอม เรื่องเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดในไทย ทำให้สังคมเกิดความสับสนตื่นตระหนก เข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องจริง วานนี้ (30 ม.ค.) ว่า ได้ให้นโยบายกับตำรวจสืบสวนสอบสวนที่รับผิดชอบทำคดีนี้ ให้ดำเนินคดีไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งทราบว่า การจะพิจารณาดำเนินคดีกับใครบ้างนั้น จะนำเข้าที่ประชุมพิจารณาร่วมกันก่อน เช่น กรณีของผู้ต้องหาที่จับกุมได้ที่บ้านพักย่านมีนบุรี วานนี้ พบการกระทำผิดชัดเจน และเจ้าตัวก็ให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ก่อนจะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามที่ผู้ต้องหายื่นขอประกันตัว ส่วนบางรายที่ตรวจพบแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินคดี เนื่องจากลักษณะล่อแหลมต่อการเข้าข่ายกระทำผิด แต่จะครบองค์ประกอบหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบขยายผลจากหลักฐานที่ตรวจยึดได้ก่อน
ด้าน พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่โพสต์ข่าวและแชร์ข่าวปลอม เรื่องเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดในไทย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่, ภูเก็ต, เพชรบุรี, ขอนแก่น และจังหวัดสุรินทร์ ทยอยส่งข้อมูลกลับมาศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. เพื่อพิจารณาหากพบว่า เข้าข่ายกระทำผิด ก็จะให้พนักงานสอบสวนรับเรื่องไปพิจารณาดำเนินการในภายหลังต่อไป