โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หงษ์ทองเอ็นเตอร์ไพร์ส ขยายฐานธุรกิจ-ลดความเสี่ยงระยะยาว

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 20 ม.ค. 2562 เวลา 16.02 น.

หลังจากสัดส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระทั่งครองสัดส่วนในตลาดการท่องเที่ยวมากกว่าครึ่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในภาคส่วนต่าง ๆ ของไทยต้องปรับตัวรับแนวโน้มที่เกิดขึ้นกันอย่างชัดเจน

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “จิระเดช ห้วยหงษ์ทอง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท หงษ์ทองเอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด ผู้ให้บริการเช่ารถบัสนำเที่ยวรายใหญ่ของไทยถึงแนวทางและทิศทางการปรับตัวของธุรกิจไว้ดังนี้

“จิระเดช” บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมาเทรนด์การท่องเที่ยวเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมีนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) มีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนแซงจำนวนของนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ไปเรียบร้อยแล้ว จากในอดีตที่เคยอยู่ในสัดส่วน 50 : 50 ปัจจุบันมาเป็น 60 : 40

“แม้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์จะมีสัดส่วนที่น้อยกว่า และมีแนวโน้มครองสัดส่วนที่น้อยลงเรื่อย ๆ แต่จากตัวเลขการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ก็ไม่ได้ลดปริมาณลงแต่อย่างใด และผู้ประกอบการรถโดยสารนำเที่ยวเองก็ยังสามารถประกอบกิจการรถโดยสารนำเที่ยวซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยวกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ได้อยู่เช่นเดิม”

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบาลานซ์ความเสี่ยงทางธุรกิจของกลุ่มหงษ์ทองเอ็นเตอร์ไพร์ส “จิระเดช” จึงเริ่มหันมาทำตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT มากขึ้น ผ่านการเพิ่มประเภทรถโดยสารนำเที่ยวให้มีขนาดที่หลากหลาย สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่แตกต่าง

โดยล่าสุดได้ใช้ระยะเวลาเตรียมพร้อมถึง 8 เดือน เพื่อคลอดโปรเจ็กต์สำคัญที่มีการลงทุนสูงอย่างสยามฮอป

“จิระเดช” บอกว่า แนวคิดของ “สยามฮอป” นั้นมีที่มาจากโมเดล “big bus” รถนำเที่ยวของฝั่งยุโรป ที่วิ่งให้บริการนักท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญรอบเมือง โดย “หงษ์ทองเอ็นเตอร์ไพร์ส” ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของโมเดลบางส่วนเพื่อให้เหมาะกับประเทศไทย

โดยทุ่มงบฯลงทุนกว่า 400 ล้านบาท จัดซื้อรถโดยสารนำเที่ยว 45 คันมา Hop-on Hop-off ทั่วสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมติดระบบจีพีเอสและสร้างแอปพลิเคชั่นเฉพาะเพื่อเป็นคู่มือในการแสดงที่ตั้งของรถโดยสาร ให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ระยะทางและเวลาในการเดินทาง

ทั้งนี้ บริการของ “สยามฮอป” จะครอบคลุมเส้นทางท่องเที่ยวทั้งหมด 4 เส้นทาง ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มกราคม 2562 นี้ อาทิ เส้นทาง heritage ซึ่งประกอบด้วย พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว วัดไตรมิตร วัดโพธิ์ วัดสุทัศน์ วัดราชนัดดาวัดเบญจมบพิตร ฯลฯ เส้นทาง CBD ซึ่งประกอบด้วย ถนนสีลม เจริญกรุง เอเชียทีค ตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร ฯลฯ

เส้นทาง entertainment บนถนนรัชดาภิเษกที่จะพานักท่องเที่ยวสัมผัสกับชีวิตกลางคืนของกรุงเทพฯ ซึ่งประกอบด้วย แซ็กโซโฟนผับ ตลาดนัดรถไฟรัชดา ตลาดนัดจตุจักร ฯลฯ

เส้นทาง shopping ซึ่งจะประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเอ็มบีเค เซ็นทรัลเวิลด์ เอ็มโพเรียม เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเทอร์มินอล 21 ซึ่งทุกเส้นทางมีจุดเชื่อมต่อกับเส้นทางอื่น ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนเส้นทางได้ตามต้องการ เป็นต้น

โดยมีบัตร 3 ประเภท ได้แก่ บัตรวันเดียว ผู้ใหญ่ราคา 799 บาท เด็กราคา 400 บาท บัตรสองวัน ผู้ใหญ่ราคา 1,300 บาท เด็กราคา 700 บาท และบัตรสามวัน ผู้ใหญ่ราคา 1,700 บาทเด็กราคา 900 บาท

นอกจากนั้นยังได้เริ่มค้นหาแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่อยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ ชุมชนเก่าแก่ กลุ่มหัตถศิลป์ พื้นที่ทางศิลปะ ร้านอาหารท้องถิ่น ร้านอาหารมิชลิน เพื่อนำมาเพิ่มเติมในแผนที่ท่องเที่ยวของแอปพลิเคชั่นสยามฮอปต่อไป

“จิระเดช” ยังบอกอีกว่า ที่ผ่านมา “สยามฮอป” เริ่มทำตลาดแล้วผ่านทางเอเย่นต์จากทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงมีการประสานความร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านกิจกรรมท่องเที่ยวบนออนไลน์ (online travel agency หรือ OTA) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT เพื่อนำสยามฮอปไปทำความรู้จักกับลูกค้าทั่วโลก โดยเริ่มเปิดตัวแล้วในบาง OTA ก่อนจะเปิดตัวในทุกเจ้าอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้

ไม่เพียงเท่านี้ “จิระเดช” ยังมองด้วยว่า ในยุคที่ตลาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจะต้องมองการปรับตัวทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้รอบคอบ โดยเฉพาะการเตรียมการรองรับการมาของรถไฟความเร็วสูงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า รวมถึงปรากฏการณ์ของสายการบินต้นทุนต่ำที่เริ่มปักหมุดในเมืองรอง

พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า สำหรับกลุ่ม “หงษ์ทองเอ็นเตอร์ไพร์ส” นั้นกำลังจับตาดูสถานการณ์เหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง และได้เริ่มขยายสาขาไปตามจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เริ่มขยับตัวไปบ้างแล้ว เช่น ขอนแก่น อู่ตะเภา ฯลฯ หรือให้บริการระยะสั้นจากสนามบินและสถานีรถไฟที่เป็นเกตเวย์ต่าง ๆ ต่อไป

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...