โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษไวรัส "กอง FIF" หด 16% บลจ.หวังครึ่งปีหลังกองทุนรวมฟื้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.ค. 2563 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2563 เวลา 07.29 น.

ส่องกอง FIF เงินไหลออกต่อเนื่อง “TMB Analytics” เผยตั้งแต่ต้นปีมามูลค่าการลงทุน FIF หดตัวแล้ว 16.2% “โควิด-19” ทุบซ้ำ-นักลงทุนแห่ถือเงินสด ชี้เป็นแรงหนุน “บาทแข็ง” เหตุฟันด์โฟลว์ไหลกลับเข้าประเทศต่อเนื่อง ฟากนายกสมาคม บลจ.ระบุปัจจุบันเม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้ากองทุนในประเทศโดยเฉพาะกองบอนด์ คาดครึ่งปีหลังสถานการณ์กองทุนฟื้นตัวชัดเจนขึ้น

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี (TMB Analytics) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงที่ผ่านมาแนวโน้มการลงทุนกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) ทุกประเภทชะลอตัวลง โดยมูลค่าการลงทุน ณ เดือน พ.ค. 2563 อยู่ที่ 8.45 แสนล้านบาท ลดลงไป 16.2% จากสิ้นปี 2562 ที่ผ่านมา โดยสัดส่วนการลงทุนปีนี้ลดลงมาอยู่ที่ราว 17% เมื่อเทียบกับการลงทุนในกองทุนรวมในประเทศ จากปีที่แล้วมีสัดส่วนอยู่ที่ 19% ซึ่งน่าจะเกิดจากการที่นักลงทุนหันกลับมาถือเงินสดกันมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเงินไหลกลับเข้าประเทศโดยการที่ค่าเงินบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้นช่วงที่ผ่านมา ก็มาจากปัจจัยการลงทุนกอง FIF ที่ชะลอตัวด้วยส่วนหนึ่ง

“ปีที่แล้วกอง FIF ภาพรวมทั้งปีหดตัว 4.6% แต่มาปีนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน พ.ค.หดตัวไป 16.2% โดยทิศทาง FIF ย่อตัวลงมาอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ขณะที่ภาพรวมของตลาดกองทุนรวม (total Thai mutual fund) ปีที่แล้วทั้งปีโต 6.6% มาปีนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน พ.ค.หดตัวไป 10.7% คือเงินไหลออกจากกอง FIF มากกว่ากองในประเทศ ซึ่งหลัก ๆ ก็มาจากกองตราสารหนี้ (FIFFIX) ที่ลดลงไปมากถึง 25.5% ส่วนกองหุ้น (FIFEQ) หดตัวไป 8.4% นับจากต้นปีมา” นายนริศกล่าว

นายนริศกล่าวว่า แนวโน้มระยะข้างหน้ากอง FIF ยังมีโอกาสหดตัวได้อีก เนื่องจากช่วงที่่ผ่านมาราคาพันธบัตรเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว ซึ่งน่าจะส่งผลให้มีเงินไหลกลับเข้าประเทศอีกอย่างต่อเนื่อง

“หลังจากที่ช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีเงินไหลเข้าไปอยู่ในบัญชีเงินฝากสูงถึง 5 แสนล้านบาท ช่วงนี้เริ่มเห็นกระแสเงินลงทุน (ฟันด์โฟลว์) ไหลกลับไปเข้ากองทุนรวมในประเทศมากขึ้น แต่ไม่ใช่กลับไปเข้ากอง FIF” นายนริศกล่าว

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย และในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กล่าวว่า เริ่มเห็นแนวโน้มกระแสเงินลงทุนกลับเข้ามาลงทุนในกองทุนมากขึ้น โดยนอกเหนือจากการลงทุนผ่านกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) แล้วนั้น ส่วนใหญ่ไหลเข้าลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก

ขณะที่กองทุนรวมที่มีส่วนผสมการลงทุนระหว่างตราสารหนี้ภาครัฐกับภาคเอกชน พบว่าเงินยังไหลกลับเข้ามาไม่มากนักแต่ถือว่าฟื้นตัว นอกจากนี้ กองทุนประเภทที่มีอายุโครงการ (term fund) รวมถึงกองทุน Fixed Maturity Portfo-lio (FMP) ซึ่งมีลักษณะการลงทุนคล้ายกับเทอมฟันด์ แต่มีการกำหนดอายุโครงการ 1-3 ปี เริ่มมีเงินไหลกลับเข้ามาลงทุนเช่นกัน ส่วนกองทุน FIF พบว่าปริมาณเงินที่กลับเข้าลงทุนยังทรงตัว

“เราประเมินว่าการลงทุนน่าจะพอขยับไปอีกสักระยะ จากที่ผ่านมาพอตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นดีมาก นักลงทุนจึงไปซื้อหุ้นกันเองโดยตรง แต่หลังจากนี้กองทุนที่มีส่วนผสมการลงทุนเอกชน

น่าจะได้รับการตอบรับดีขึ้น ทั้งนี้ เชื่อว่าสถานการณ์กองทุนเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางแล้ว และในไตรมาส 3 กับ 4 ที่เหลือน่าจะเห็นการลงทุนที่มากขึ้นกว่าเดิม” นายวศินกล่าว

นายพิพัฒน์ พิศณุวงรักษ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายจัดการลงทุน บลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) กล่าวว่า การลงทุนในตลาดกองทุนรวมครึ่งปีหลังคาดว่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้น แต่คงจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามภาวะของการปลดล็อกดาวน์ของแต่ละประเทศ รวมไปถึงมาตรการทางการคลังขนาดใหญ่และมาตรการทางการเงินของหลายประเทศทั่วโลกที่จะมีส่วนช่วยประคับประคองเศรษฐกิจและลดความผันผวนในตลาดเงินตลาดทุน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่จะค่อย ๆ กลับมาได้

“เหตุการณ์ที่ยังประเมินได้ยาก คือ การระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วทั้งโลก แม้ว่าไทยจะรับมือได้ค่อนข้างดีก็ตาม เนื่องจากตลาดเงินของไทยปัจจุบันใช้เงินทุนจากต่างประเทศค่อนข้างสูง ดังนั้น เมื่อนักลงทุนต่างชาติมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าออก ไม่ว่าจะเป็นในฝั่งของตลาดหุ้นหรือตลาดตราสารหนี้ก็จะมีผลกระทบตามมาได้ อย่างไรก็ดี เราเห็นแนวโน้มว่าธนาคารกลางของหลายประเทศมีการระดมใส่สภาพคล่องเข้ามาในตลาดการเงินของโลก จึงน่าจะเป็นตัวช่วยสนับสนุนเพื่อลดความผันผวนของตลาดการเงินในระยะข้างหน้า” นายพิพัฒน์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...