โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เก่ง" ถามรัฐบาล ตั้งการ์ดเข้มคนไทย ทำไมปล่อยทหารต่างชาติแพร่เชื้อ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ก.ค. 2563 เวลา 09.02 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 08.23 น.

“เก่ง” ถามรัฐบาล ตั้งการ์ดเข้มคนไทย ทำไมปล่อยทหารต่างชาติแพร่เชื้อ “โรม” อัด รัฐการ์ดตกเอง จะให้ตามเช็ดตามล้างไปถึงไหน

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความแสดงความเห็น กรณี ศบค.เปิดเผยว่า มีการตรวจสอบพบ ผู้ติดเชื้อชาวอิยิปต์ ซึ่งโดยสารเข้าประเทศด้วยข้อยกเว้นทางการทูตผ่านเครื่องบินทหาร ล่าสุดได้รับการตรวจสอบว่าติดเชื้อโควิด 19 ปัจจุบันได้กลับประเทศไปแล้วนั้น

นายการุณ แสดงความเห็น ระบุว่า “ลุงข้างบ้าน ปล่อยทหารต่างชาติ ลุยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ไปเที่ยวสารพัดที่ สุดท้ายพบติดเชื้อโควิด เกิดเหตุที่ระยองและกรุงเทพฯ งานเข้าโควิดรอระบาดรอบ2 ลุงได้แต่กรอกตาไปมา ท่องคำว่าการ์ดอย่าตก# งามหน้าครับรัฐปล่อยต่างชาติแพร่เชื้อ ตั้งการ์ดเข้มคนไทย แต่ไหงปล่อยทหารต่างชาติแพร่เชื้อ”

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ระบุว่า “สั่งประชาชนว่าการ์ดอย่าตกให้ประชาชนต้องเสียสละมากมาย หลายคนเสียรายได้ สูญโอกาสทำมากิน กดดันจนฆ่าตัวตายเด็กหลายคนเสียสุขภาพจิต ไม่ได้ไปเรียนหนังสืออยู่นาน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกฝ่ายลงแรงไปอีกมากมาวันนี้ทหาร ‘การ์ดตก’ รอบสองจะให้ประชาชนตามเช็ดตามล้างไปถึงไหนอีกครับ”

สำหรับเรื่องนี้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ​ หรือ ศบค. แถลงวันนี้ (13 ก.ค.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวัน โดยระบุถึงกรณี ผู้ติดเชื้อรายที่ 3 ชาวอียิปต์ ซึ่งเป็นทหาร เดินทางเข้ามายังประเทศไทยในวันที่ 8 ก.ค. และเข้าพักที่โรงแรมที่เป็น State Quarantine ใน จ.ระยอง   ในวันรุ่งขึ้น 9 ก.ค. ได้เดินทางออกจากโรงแรม ไปทำภารกิจทางทหารที่ประเทศจีน และกลับมาประเทศไทยในวันเดียวกัน และเข้าพักที่โรงแรมแห่งเดิม ใน จ.ระยอง

ผลตรวจวันที่ 10 ได้ตรวจพบเชื้อ ส่วนอีก 30 รายที่มาด้วยกันซึ่งเป็นลูกเรือทั้งหมด ไม่พบเชื้อ เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ 11 ก.ค. ซึ่งเป็นวันที่เจ้าตัวเดินทางกลับออกจากประเทศไทย และผลตรวจออกในวันที่ 12 ก.ค. คือ พบว่า ติดเชื้อโควิด-19

แม้ว่าทหารท่านนี้จะเดินทางเข้ามาในลักษณะของ “ลูกเรือ” ซึ่งแนวปฏิบัติตามข้อกำหนด มาตรา 9 ให้คน “11 กลุ่ม” ที่ยกเว้นให้เดินทางเข้าประเทศไทยได้ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ผู้ควบคุมยานพาหนะ หรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะ ที่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาในประเทศ เพื่อทำภารกิจ และมีแผนการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่ชัดเจน   กลุ่มเหล่านี้ มีโรงแรมที่พักให้ ซึ่งปกติ จัดให้ใกล้กับสุวรรณภูมิ แต่ทหารและลูกเรือชุดนี้เดินทางเข้ามานั้น ได้เดินทางบินมาลงที่อู่ตะเภา โดยมีไทม์ไลน์ดังนี้

– วันที่ 6 ก.ค. เดินทางจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปยังยูเออี
– วันที่ 7 ก.ค. เดินทางจาก ยูเออี ไปปากีสถาน
– วันที่ 8 ก.ค. เดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ใน จ.ระยอง
– วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรมไปท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อทำภารกิจทางทหารที่เฉิงตู ประเทศจีน และกลับมาในวันเดียวกัน และเข้าพักที่โรงแรมเดิม
– วันที่ 10 ก.ค. เจ้าหน้าที่เข้าไปทำการตรวจคัดกรองทั้งคณะ จำนวน 31 ราย
– วันที่ 11 ก.ค. เดินทางกลับช่วงสาย โดยผลการตรวจที่ออกมาในวันนั้น ยังกำกวม ไม่แน่ชัด จึงส่งตรวจซ้ำอีกครั้ง ผลออกวันที่ 12

นพ.ทวีศิลป์ เปิดเผยต่อว่า ในที่ประชุม ศบค. ได้ถกกันอย่างมากในประเด็นนี้ เนื่องจากถึงแม้จะเป็นลูกเรือต่างชาติที่เข้ามาในประเทศตามข้อกำหนดที่เป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งตามปกติสถานที่ที่จัดไว้ให้พักจะเป็นที่สุวรรณภูมิ แต่สำหรับเคสนี้ บินมาลงที่อู่ตะเภา ทำให้มาตรการคุมเข้มเรื่องนี้มีข้อที่ต้องทบทวนและปฏิบัติกันใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...