โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พารามีเซียมติดอาวุธปราบไวรัส | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 23 ส.ค. 2566 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2566 เวลา 17.21 น.

กล้องจุลทรรศน์เป็นหนึ่งในฐานกิจกรรมเปิดโลกวิทยาศาสตร์ที่ผมชอบที่สุดสมัยเด็กๆ หยดน้ำบ่อขุ่นๆ บนกระจกสไลด์ซ่อนโลกที่วุ่นวายของตัวประหลาดไซด์จิ๋ว อะมีบาก้อนหนืดๆ คลานอุ้ยอ้าย สเตนเตอร์แกว่งปากกรวยดักจับอาหาร หนอนตัวกลมเลื้อยทะลุตะกอนดินสวนทางกับหมีน้ำแปดขาอ้วนๆ เดินต้วมเตี้ยม

สมาชิกอีกตัวที่เห็นหน้าค่าตากันประจำคือพารามีเซียม (Paramecium) สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวกลุ่มโปรโตซัวรูปร่างเหมือนรองเท้าแตะปกคลุมด้วยขนปุยๆ ใช้เคลื่อนไหวและพัดโบกอาหารเข้าปาก ด้วยความยาวตัวหลักร้อยไมครอนพารามีเซียมจัดว่าเป็นยักษ์ในโลกสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวใหญ่จนเราแทบเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถ้าเราสเกลขนาดแบคทีเรียขึ้นมาเท่าขนาดมนุษย์พารามีเซียมก็จะมีขนาดพอๆ กับเรือไททานิก

พารามีเซียมกรองจุลินทรีย์ที่ตัวเล็กกว่าอย่างแบคทีเรียและไวรัสเข้าไปกินเป็นอาหาร พวกมันก็เลยมีบทบาทสำคัญในการควบคุมประชากรจุลินทรีย์พวกนี้ตามธรรมชาติ นักวิจัยหัวใสบางคนปิ๊งไอเดียว่าเราน่าจะเอาพารามีเซียมมาใช้ในงานบำบัดน้ำเสียโดยเฉพาะการกำจัดจุลินทรีย์ก่อโรคที่ปนเปื้อน

พารามีเซียมอยู่ได้สบายในน้ำสกปรก เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว แถมแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ไวภายในไม่กี่ชั่วโมงต่อรอบ

แม้ว่าก่อนหน้านี้งานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าพารามีเซียมสามารถกินไวรัสเป็นอาหารได้ แต่การจะเอาไปใช้งานจริงยังมีข้อกังวลหลายอย่าง พารามีเซียมตามธรรมชาติเลือกกินไวรัสแค่บางชนิด ประสิทธิภาพการกินไม่ได้สูงมาก ซ้ำร้ายบางทีไวรัสที่กินเข้าไปก็ไม่ได้ตายทำให้พารามีเซียมกลายเป็นแหล่งกบดานของไวรัส วันดีคืนดีไวรัสพวกนี้ก็อาจจะถูกปล่อยกลับออกมาสู่สิ่งแวดล้อมอีก

ทีมวิจัยของรุยคังถัง (Ruikang Tang) จากมหาวิทยาลัยซีเจียง (Zhejiang University) ประเทศจีนคิดต่อว่าเราอาจจะลองติดอาวุธเพิ่มเติมให้พารามีเซียมกินและทำลายไวรัสที่ดีขึ้นกว่าเดิม

พื้นเพเดิมของทีมวิจัยนี้ชำนาญเกี่ยวกับอนุภาคนาโน การตกผลึกแร่ และปฏิสัมพันธ์ของพวกมันกับเซลล์สิ่งมีชีวิต ตัวอย่างในธรรมชาติที่มีการศึกษากันมาดีที่สุดคือผลึกแร่แม่เหล็กในแบคทีเรียกลุ่ม Magnetotactic (MTB) แบคทีเรียกลุ่มนี้สามารถประกอบผลึกแร่แมกนีไทต์ (Fe3O4) ภายในเซลล์เพื่อใช้เป็นเข็มทิศนำทางการเคลื่อนที่ตามสนามแม่เหล็กโลก

ในทางนาโนเทคโนโลยีเราสามารถเอาผลึกแร่แมกนีไทต์มาตกแต่งพื้นผิวด้วยโมเลกุลอื่นๆ ให้มีคุณสมบัติเพิ่มเติม นอกจากนี้ โมเลกุลแมกนีไทต์เองยังสามารถเร่งปฏิกิริยาการสร้างอนุมูลอิสระ (free radical) สำหรับฆ่าเชื้อในการบำบัดน้ำเสีย

สําหรับงานล่าสุดนี้ทีมวิจัยผลิตอนุภาคนาโนจากแมกนีไทต์ (Magnetic Nano Particles, MNPs) ขนาดร้อยกว่านาโนเมตรและตกแต่งพื้นผิวด้วยแอนติบอดี้ (โปรตีนจากระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถจับกับเชื้อโรคหรือโมเลกุลแปลกปลอม) ที่จำเพาะกับไวรัส เบื้องต้นทีมวิจัยใช้แอนติบอดีที่จำเพาะต่อไวรัส EV71 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมือเท้าปาก (HFMD) รุนแรงในเด็กและพบปนเปื้อนได้ในน้ำเสีย

ทีมวิจัยเอา MNPs ผสมลงน้ำให้พารามีเซียมกินเข้าไป ด้วยคุณสมบัติพิเศษของ MNPs ที่ต่างจากสารอินทรีย์ทั่วไปทำให้มันไม่ถูกขับออกจากเซลล์แต่สะสมภายในกระเปาะถุงของระบบย่อยอาหาร กระนั้นมันก็ไม่ได้ทำอันตรายอะไรกับตัวพารามีเซียม อัตราการอยู่รอดและความเร็วการเคลื่อนไหวของพารามีเซียมยังเป็นปกติ

ทีมวิจัยนำพารามีเซียมพวกนี้ไปทดสอบกับไวรัส EV71 ทีมวิจัยผสมพารามีเซียมติด MNPs ที่ความหนาแน่น 60,000 กว่าตัวต่อมิลลิลิตรกับอนุภาคไวรัสที่ความหนาแน่นกว่า 300,000,000 อนุภาคต่อมิลลิลิตร ทิ้งไว้แค่วันเดียวไวรัสหายเกลี้ยงจนตรวจไม่เจอ นั่นแปลว่าโดยเฉลี่ยแล้วพารามีเซียมตัวหนึ่งๆ เขมือบไวรัสเข้าไปได้ถึง 5,000 ตัว ส่วนพารามีเซียมปกติที่ไม่ได้ติดตั้ง MNPs ยังคงปล่อยไวรัสหลงเหลืออยู่เกินหลัก 10,000,000 อนุภาคต่อมิลลิลิตรในระยะเวลาเท่ากัน ความสามารถลดปริมาณไวรัสลงกว่าร้อยล้านเท่าภายในวันเดียวนี้ถือว่าเกินมาตรฐานขั้นต่ำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ในการบำบัดน้ำเสียซึ่งกำหนดไว้ที่หมื่นเท่าไปไกล

แอนติบอดี้จับกับไวรัสแบบเจาะจง อาจจะไม่เหมาะกับการประยุกต์ใช้ที่ต้องจัดการกับไวรัสหลายๆ ประเภท ทีมวิจัยเลยลองติดอาวุธแบบใหม่เป็นโมเลกุลเคมีที่จับกับไวรัสได้กลุ่มกว้างๆ อย่างกรดเซียลิก (sialic acid) ซึ่งตามธรรมชาติอยู่บนผิวเซลล์ตรงทางเข้าของไวรัส ทีมวิจัยใช้พารามีเซียมติดอาวุธด้วย MNPs เคลือบโมเลกุลนี้กำจัดได้ทั้งไวรัส EV71, ไวรัส Ad5 และไวรัส H1N1 (ไข้หวัดหมู)

ทีมวิจัยยังได้ทดสอบยืนยันว่าไวรัสที่ถูกกินเข้าไปไม่ได้โดนพารามีเซียมเอาไปเก็บไว้เฉยๆ แต่ว่าถูกทำลายทิ้งจริงๆ

จากการศึกษาเส้นทางของไวรัสในตัวพารามีเซียมนี้พบว่าไวรัสที่ถูกกินเข้าไปถูกเอาไปรวมกับกระเปาะเก็บ MNPs การวิเคราะห์ทางเคมีพบว่าแมกนีไทต์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของ MNPs สามารถทำปฏิกิริยากับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่ประจำอยู่ในกระเปาะอาหารนี้อยู่แล้วทำให้เกิดเป็นอนุมูลอิสระทำลายโมเลกุลอินทรีย์ที่อยู่ข้างเคียงรวมทั้งไวรัสด้วย เมื่อทีมวิจัยลองสลายเซลล์พารามีเซียมและเอาไวรัสในนั้นมาทดสอบดูก็พบว่าไวรัสสูญเสียความสามารถในการติดเชื้อไปหมดแล้ว

ส่วนพารามีเซียมธรรมดาที่ไม่มี MNPs ยังเหลือไวรัสอีกราวๆ 30% ที่ยังคงความสามารถก่อโรคอยู่

ความเจ๋งอีกอย่างของระบบนี้คือทีมวิจัยสามารถจะรีไซเคิลพารามีเซียมได้ด้วยแทนที่จะปล่อยพารามีเซียมให้กินไวรัสไปตามมีตามเกิด แม้ว่าพารามีเซียมจะไม่ก่อโรคอะไรแต่ก็อาจจะส่งผลกับสิ่งแวดล้อมหรือภาพลักษณ์ต่อผู้บริโภคในการบำบัดน้ำเสียได้ โชคดีที่ MNPs เป็นอนุภาคโลหะที่ตอบสนองกับแม่เหล็ก ทีมวิจัยก็แค่ใช้แม่เหล็กแรงๆ ดูดแยกพารามีเซียมพวกนี้ออกจากน้ำ เอาพารามีเซียมไปเลี้ยงพักพื้น และเติมอนุภาคนาโนเข้าไปเพิ่มตามจำเป็น แล้วก็เอามาใช้ใหม่ได้อีกเรื่อยๆ ไม่ต่ำกว่าสิบรอบโดยที่ประสิทธิภาพไม่ได้ลดลง

เมื่อพารามีเซียมที่เราหลายคนคุ้นเคยถูกเอามาติดอาวุธนิดหน่อยก็สามารถเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับการบำบัดน้ำเสียปนเปื้อนไวรัสซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่มนุษยชาติเผชิญ สารพัดไอเดียใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ บวกกับเทคนิคเคมีวิศวกรรมและความคิดสร้างสรรค์จะพาเราไปได้อีกไกล

ในอนาคตคงจะมีเซลล์จุลินทรีย์กึ่งสังเคราะห์เวอร์ชั่นใหม่ๆ อะไรออกมาให้เราได้เล่นกันอีกหลายตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...