โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'พงษ์ศักดิ์' ปลุกกระจายอำนาจ ชี้รบ.ส่วนกลางไม่รู้ปัญหาท้องถิ่น ย้อนไม่ต้องถามปชช.พร้อมหรือยัง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 ส.ค. 2566 เวลา 12.18 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2566 เวลา 11.49 น.

‘พงษ์ศักดิ์’ ปลุกกระจายอำนาจ ชี้รบ.ส่วนกลางไม่รู้ปัญหาท้องถิ่น ย้อนไม่ต้องถามปชช.พร้อมหรือยัง ยกโมเดลจีน ให้อำนาจท้องถิ่น 70:30%

เมื่อเวลา 14.25 น. วันที่ 23 สิงหาคม ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กรุงเทพมหานคร หนังสือพิมพ์มติชนเปิดเวที Talks for Thailand รัฐ ลวง ลึก โดยเลือกสรรวิทยากรชั้นนำระดับแถวหน้าของแต่ละปัญหามาสะท้อนภาพให้มองเห็นแบบเจาะลึก ทั้งปัญหาการเมือง ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ปัญหาอำนาจไม่ยอมกระจาย ปัญหาลับ ลวง ล่อ ปัญหาความมั่นคงหลงทิศ และปัญหาความยุติธรรม วิทยากรจะร่วมฉายภาพสิ่งที่เกิดขึ้นและบั่นทอนความอดทนของคนไทย เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักและเร่งสกัดมิให้บานปลายไปมากกว่านี้

โดยนายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวบรรยายในหัวข้อ “การกระจายอำนาจ ทะลุมิติ” ว่าประเด็นทำไมจึงต้องมีการกระจายอำนาจนั้น การกระจายอำนาจคือการแก้ปัญหาโดยตรงและรวดเร็วและประหยัดทรัพยากรโดยเฉพาะ เวลา ยิ่งเวลายิ่งเนิ่นนานความเสียหายยิ่งมากขึ้น

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างกรณีของจังหวัดยะลาที่เกิดขึ้น อาทิ โรคใบร่วง และโรคกล้วยหิน เกิดมานานกว่า 5 ปี แต่ยังไม่มีใครแก้ไขได้ พอเรามานั่งคิดว่าทำไมมันจึงเกิดขึ้น ปัญหาของรัฐส่วนกลางอาจจะไม่ได้เป็นปัญหาของท้องถิ่น และปัญหาของท้องถิ่นเองก็อาจจะไม่ได้เป็นปัญหาของรัฐกลาง

“นั่นหมายถึงการที่จะให้รัฐบาลกลางมาดูแลกล้วยหินซึ่งเป็นพืช GI ของยะลา ก็อาจจะมีความรู้สึกว่า เขาไม่มีคน หรือเวลาเพียงพอในการที่จะให้รัฐไปช่วย ในเรื่องของยางพารา เขาก็อาจจะคิดว่าวันนี้เขาไม่ได้ต้องการส่งเสริมให้มีการปลูกยางพาราแล้ว เพราะมัน oversupply เพราะฉะนั้น ตายไปก็ดี เพราะว่าจะได้ไปปลูกพืชชนิดอื่น แต่เขาลืมไปว่ายังมีชาวสวนรายเล็กอีกจำนวนมากที่ไม่มีแม้กระทั่งที่ เมื่อยางตายแล้วจะต้องไปปลูกทุเรียน ต้องรอใช้เวลารออีก 5 ปี สุดท้ายก็การขายสวนทิ้งไปเป็นแรงงาน ความยากจนก็กลับมา” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ต้องยอมรับว่าแต่ละท้องถิ่นมีจัดเด่นมากมาย มีทุนที่มหาศาล แต่วันนี้เราแทบจะไม่ได้ใช้ จริงๆ อยากจะเรียนว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นพรรคแรกที่พูดเรื่องนี้ คือ โอทอป แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้ทำนั้น เพียงแต่ยังไม่ได้สุดซอยเท่าพรรคก้าวไกล เช่น กรณีการปลดล็อกการผูกขาดสุราก้าวหน้า ซึ่งนั่นก็คือโอทอปอย่างหนึ่ง

“นี่คือจุดแข็งที่เคยสร้างขึ้นมาในอดีต แต่สามารถสร้างให้มูลค่าเพิ่มในภาวะโลกปัจจุบันได้ ขณะเดียวกันศักยภาพในเชิงพื้นที่ ผมคิดว่ามันมีอย่างมากมาย คนที่รู้ดีที่สุดไม่มีใครรู้ดีเท่าท้องถิ่น เฉะนั้นถ้าท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นสามารถมีการวิจัยขึ้นมาแล้วทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็น มีมูลค่า ผมคิดว่ามันมีค่ามหาศาลแล้วมาต่อยอด มันก็จะทำให้ประเทศชาติมีจุดแข็งอีกมากมายที่จะเกิดขึ้น” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า หากยกตัวอย่างประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะเขาต้องแข่งกันตลอดเวลา ด้วยประชากรที่มากก็ดี หรือด้วยเมืองแต่ละเมืองที่ต้องแข่งกันก็ดี สิ่งที่ทำให้จีนประสบความสำเร็จก็คือ 1.มีการเลือกตั้งจากกรรมการหมู่บ้านในปี ค.ศ. 1998 2. คือ การกระจายอำนาจทางการคลังลงในพื้นที่ ซึ่งในอดีตก่อนที่จะมีการกระจายอำนาจไม่ได้ต่างกับรัฐบาลไทยในปัจจุบันที่ให้ท้องถิ่นประมาณ 29.6% ซึ่งประเทศจีนในยุคนั้นก็เช่นเดียวกัน แต่ในปัจจุบันจีนลงเม็ดเงินเข้ามาในท้องถิ่นประมาณ 70% รัฐบาลกลางเหลือเพียง 30%

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ทุกท้องถิ่นต้องแข่งกัน วันนี้ในโลกโซเชียล ผมทำ แต่นายกฯปัตตานีไม่ทำ นายกฯปัตตานีอยู่ไม่ได้ ผมทำหาดใหญ่ไม่ทำนายกหาดใหญ่อยู่ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายประชาชนเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันเราต้องยอมรับว่าสิ่งที่มันเป็นปัญหาในปัจจุบัน

“ถ้าเรานึกภาพก่อนเลือกตั้ง ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนามแล้วกัน แต่ท่านคงเห็นบางพรรคการเมืองบอกว่า ถ้าคุณกวาด ส.ส. ในจังหวัดนี้ได้ผมให้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง ท่านลองนึกภาพว่าถ้าเป็นแบบนี้นาน ๆ อะไรจะเกิดขึ้น วันนี้ทรัพยากรอยู่ที่ส่วนกลาง การที่ได้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือการเข้าไปเอาทรัพยากรจากส่วนกลางลงไปพัฒนาบ้านตัวเอง” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ในอนาคตถ้าเป็นแบบนี้นานๆ จะเกิดพรรคเชียงใหม่ พรรคโคราช สุดท้ายประเทศที่รัฐธรรมนูญไทยบอกว่าเป็นรัฐเดี่ยวแบ่งแยกไม่ได้นั้นเป็นเพียงคำพูด สุดท้ายทุกคนเอาเข้าบ้านตัวเอง ยิ่งเกิดความเหลื่อมล้ำที่ตามมา แต่ตราบใดก็ตามมีการกระจายอำนาจที่เกิดขึ้น มีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมแล้ววัดฝีมือผู้บริหาร ถ้าผู้บริหารเมืองไหนที่เก่ง ก็จะพาบ้านเมืองเดินไปได้ ในขณะเดียวกันผู้บริหารที่อาจจะไม่มีความสามารถที่จะแข่งขันพอ 4 ปี ถึงเวลาก็จะเปลี่ยนไป ประชาชนเขารับรู้มาโดยตลอดว่าเขาจะเลือกผู้นำแบบไหนในการนำพาบ้านเมืองเขาเดินไปได้

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เข้าใจว่าวันนี้ประเทศไทยเราขาดผู้นำอย่างมาก เราเห็นจีนมีการสร้างผู้นำตั้งแต่ระกับล่าง วันนี้สิงคโปร์เองมีการสร้างผู้นำขึ้นมา ก็เริ่มไต่เต้าขึ้นมาจากผู้นำท้องถิ่นทแม้กระทั่งสีจิ้นผิง ก็เคยเป็นนายกเทศมนตรี ฉะนั้นการที่เรามีการกระจายอำนาจ ก็เหมือนกับโรงเรียนฝึกผู้นำในการสร้างผู้นำให้กับประเทศเราต่อไปในอนาคต ถ้าเราทำแบบนี้มันจะไม่มีทางลัด ทุกคนจะมาด้วยความสามารถแล้วก็พาประเทศไทยไปตามครรลองที่ควรจะไป

“ตราบใดถ้าเรายังอยู่แบบนี้ ผมถามว่า วันนี้การที่เราทำอีอีซี สุดท้ายเราแก้ปัญหาการกระจายรายได้ได้ไหม ไม่มีทาง สุดท้ายก็จะรวยกระจุกตัวอยู่ใน 5 จังหวัดที่เกิดอีซีซี แต่อีก 70 จังหวัดก็ยังยากจนเหมือนเดิม แล้วเกิดการแรงงานที่ไหลกันกลับเข้าไป แต่ทำไมเราไม่ทำในสิ่งที่บอกว่าเรากระจายความเจริญเข้ามาใช้ศักยภาพของท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่ แล้งทำให้มันเกิดการแข่งขันสุดท้ายมันก็มีการกระจายความเจริญอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเราพูดถึงการกระจายอำนาจก็มีวาทกรรมที่ว่า “ประชาชนมีความพร้อมหรือยัง” มีโอกาสไปชี้แจงในสภาในวันที่แก้ไขรัฐธรรมนูญจะมี 2 คำพูด คือ 1. ท้องถิ่นไม่พร้อม 2.ประชาชาไม่พร้อม

“วันนี้การเลือกตั้งที่ผ่านมามันพิสูจน์อะไรเยอะมาก การที่ประชาชนเลือกตั้งครั้งนี้ เขามองในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ตอบแทนเฉพาะหน้าหรือเขามองในแง่ของการปรับโครงสร้างที่จะทำให้ชีวิตเขามีความหวังในวันข้างหน้า ผมคิดว่ามันเห็นภาพที่ชัดเจน การเลือกตั้งที่ผ่านมา ผมว่าชาวบ้านไม่ได้ไปสนใจว่าคุณจะลดแลกแจกแถมอย่างไร แต่วันนี้สิ่งที่เขาคิด คือ อนาคตของเขา ลูกหลานเขา จะเป็นอย่างไรมากกว่า ฉะนั้นมันไม่ต้องตอบหรอกว่าประชาชนมีความพร้อมหรือยัง ปัญหาวันนี้ท่านพร้อมที่จะให้อำนาจประชาชนหรือยัง ผมคิดว่ามันอยู่ตรงนี้มากกว่า”นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า วาทกรรมอีกอันหนึ่งที่ถูกพูดถึงตลอด คือ ท้องถิ่นทุจริต โดยจะเห็นว่ารายงานความเสียหายที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เกิดขึ้นในปี 64 มีมูลค่าเสียหายประมาณ 4,200 บาท แต่ท้องถิ่นเสียหายประมาณ 718 ล้านบาท ราชการส่วนกลาง ภูมิภาค เสียหายประมาณ 3,500 ล้านบาท ขณะเดียวกันการสอบของสตง.ที่ผ่านมาท้องถิ่นสอบผ่านรายงานการเงินถึง 92% นับเป็ส 7,216 รายงาน จาก 7,849 รายงาน ขณะเดียวกันข้าราชการส่วนกลางภูมิภาคผ่านเพียง 58.5% โดยมีเพียง 186 รายงาน

ฉะนั้น วันนี้การที่หลายคนจะบอกว่าท้องถิ่นทุจริตมากเป็นเพราะท้องถิ่นมันเป็นสังคมที่เปิดกว้าง มันเกิดกระบวนการร้องเรียนทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น ต่าง ๆ อีกทั้งประชาชนอยู่ใกล้ชิดจึงทำให้มีเรื่องของการร้องเรียนได้ง่าย แต่การร้องเรียนเหล่านั้นมันก็ไม่ได้เป็นข้อสรุปว่าทุกเรื่องทุจริต แต่นี่คือสิ่งที่ทาง สตง.ได้สรุปออกมาเท่านั้น

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวถึงสิ่งที่ได้ทำในพื้นที่จังหวัดยะลาว่า ได้ฟื้นฟูยะลาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยใช้ทุนท้องถิ่น ได้แก่ 1. ทุนความสะอาด 2. ทุนสิ่งแวดล้อม 3.ทุนความเป็นระเบียบเรียบร้อยจากการที่เราเป็นเมืองที่ผังเมืองดีที่สุดในประเทศไทย 4.ทุนวัฒนธรรม และ 5.ทุนการศึกษา

“เราแนะแนวเด็กเป็นรายบุคคล เรารู้ว่าเด็กคนไหนควรเรียนอะไร ไม่เลือกโรงเรียนเราดูแลทุกสังกัด ฉะนั้นเราจึงรู้หมดว่าคนของเราเป็นอย่างไร ในการที่เราจะสร้างเขาต่อเป็นอย่างไร เราสอบ IQ test EQ test ทั้งหมดเหมือนกับที่โรงเรียนคนรายในกรุงเทพเขาทำกัน เรากำลังสร้างฉากทัศน์ 10 ปีข้างหน้า ผมไม่กล้าคิดไกล 20 ปีเพราะผมมีความสามารถไม่พอ” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า จากการที่เราต้องการสร้างสมรรถนะของการแข่งขัน เราจึงนำทุนที่เรามีมาทำเป็นฉากทัศน์ หลังจากนั้นเราได้สอบถามประชาชนใน 9 มิติของชีวิต คือ การอยู่อาศัย, การคมนาคม, การบริโภค, งาน, เรียนรู้, สังคม, เอ็นเตอร์เทนสื่อบันเทิง, สุขภาพ และ การเงิน

“เราเก็บข้อข้อมูลเด็กทั้งหมดทั้ง 9 มิติ มาดูว่าแต่ละคนมีมุมมองอย่างไร แล้วสุดท้ายเราก็เอามาควบรวมต่อไปซึ่งวันนี้ เรารูัว่าจังหวัดเราอยู่ในจังหวัดที่ยากจน อนาคตถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เมืองจะเกิดอะไรขึ้น วันนี้เราพึ่งภาครัฐมากเกินไป พื้นที่สีเขียวในเมืองเราน้อยลงเพราะเอกชนตัดมากขึ้น ฉะนั้นเราจึงกำหนดฉากทัศน์ 10 ปีขึ้นมา เพื่อที่เราจะสร้างและเรามองเมืองอนาคตที่เราจะไปจะต้องใช้อะไรบ้าง สิ่งที่เราต้องการก็คือการเพิ่มรายได้ต่อหัวต่อคน จาก 1 แสนบาทเป็น 2 แสนบาทต่อปี

“วันนี้ยะลาต้องโต 10% ต่อปีในเขตเทศบาลเมือง และต้องเพิ่มประชากรที่มีคุณภาพจาก 60,000 เป็น 100,000 คน เราจะรวมกับอีก 3 จังหวัดโดยใช้ยะลาเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนและกำหนดเส้นทางเดินของแต่ละปี” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้หากตนจะทำสิ่งเหล่านี้ สอ่งที่ผมจะต้องเจอแน่ ๆ คือ อำนาจหน้าที่ ตนจะติดอุปสรรคไปทั้งหมด เพราะวันนี้อำนาจหน้าที่ พ.ร.บ. เทศบาลใช้มา 40-50 ปีที่แล้ว ยังไม่เคยมีการแก้หรือมอบอำนาจหน้าที่ ซึ่งมันควรที่จะปลดล็อก เพราะมันมีวิจารณญาณของผู้บริหารของท้องถิ่นแต่ละคน เขาจะคิดได้ว่าเขาควรทำอะไร และไม่ควรทำอะไร

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้ถ้ามีทั้งอำนาจหน้าที่และความอิสระในการบริหาร ตนคิดว่าบางครั้งความเข้มแข็งของทุกท้องถิ่น มันเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ตัวเล็กที่ต่อตัว และมันจะทำให้ประเทศซึ่งเป็นศูนย์กลางมั่งคั่งด้วยตัวของมันเอง ไม่ต่างกับการที่เราเปิดสำนักงานย่อยต่าง ๆ สาขาย่อยต่าง ๆ ซึ่งทุกสาขาทำกำไรได้ สุดท้ายบริษัทแม่ก็มีกำไร วันนี้บริษัทแม่ก็จะเจ๊ง และบริษัทลูกก็จะเจ๊งไปด้วย

“วันนี้มันถึงเวลาแล้วที่ควรจะต้องมีการกระจายอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเชื่อว่าถ้าเมื่อไหร่มีการกระจายอำนาจเกิดขึ้น เราอาจจะได้ผู้นำในการที่จะสร้างบ้าน สร้างเมืองต่อไปในอนาคตด้วยผลงานที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจน” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...