AP-แสนสิริ-ศุภาลัย-SC ครึ่งปีโกยรายได้พุ่ง 6.7 หมื่นล. ลุยเปิดอีก121 โครงการแสนล้าน
AP-แสนสิริ-ศุภาลัย-SC ครึ่งปีโกยรายได้พุ่ง 6.7 หมื่นล. ลุยเปิดอีก121 โครงการแสนล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส2 ของปี 2566 โดย 4 บริษัทรายใหญ่ในวงการ เปิดผลการดำเนินงาน โดยมีรายได้รวม 67,338 ล้านบาท และลุยเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลังอีกจำนวน 121 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 164,250 ล้านบาท
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและ การสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจ โดยมีรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ คอนโดมิเนียมและธุรกิจอื่นๆได้ถึง 23,856 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,023 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถสร้างรายได้รวม 12,051 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 11,805 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิรวมเท่ากับ 1,478 ล้านบาท เท่ากับ 4.5%
ในครึ่งปีแรกสินค้ากลุ่มแนวราบทาวน์โฮมและบ้านเดี่ยวมีรายได้ 17,358 ล้านบาท หรือคิดเป็น 73% ของสัดส่วนรายได้รวมทั้งหมด สำหรับคอนโดมิเนียม ภาพรวมธุรกิจเริ่มมีแนวโน้มเป็นบวก ประกอบกับสัญญาณการโอนกรรมสิทธิ์เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยรับรู้รายได้จาก ASPIRE รัตนาธิเบศร์ เวสต์ตัน, ASPIRE เอราวัณ ไพร์ม และคอนโดมิเนียมร่วมทุนอย่าง RHYTHM เจริญกรุง พาวิลเลี่ยน ที่ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องในไตรมาสที่ผ่านมา ณ 31 กรกฎาคม บริษัทมียอดขายรวมกว่า 46,819 ล้านบาท
ส่วนในครึ่งปีหลังบริษัทเตรียมเปิดตัว 40 โครงการใหม่ มูลค่า 55,940 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮม 19 โครงการ มูลค่า 19,550 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 14 โครงการ มูลค่า 24,750 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 3 โครงการ มูลค่า 8,300 ล้านบาท และต่างจังหวัด 4 โครงการ มูลค่า 3,340 ล้านบาท ส่งผลให้ตลอดครึ่งปีหลังเอพีจะมีโครงการพร้อมขายทั้ง กทม. และต่างจังหวัดมากกว่า 179 โครงการ มูลค่ากว่า 143,367 ล้านบาท
นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือSIRI กล่าวว่า แสนสิริมียอดขายรวมในช่วง 7 เดือน อยู่ที่ 27,000 ล้านบาท หรือเกือบ 50% จากเป้าหมายยอดขาย 55,000 ล้านบาท จากการ Sold Out 10 โครงการ มูลค่ารวม 20,200 ล้านบาท เป็นแนวราบ 7 โครงการ และ คอนโดมิเนียม 3 โครงการและมียอดโอนโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภทที่สร้างเสร็จสมบูรณ์และส่งมอบให้กับลูกค้าไปแล้วถึง 19,000 ล้านบาท หรือ 46% จากเป้าหมายยอดโอน 41,000 ล้านบาท
“ครึ่งปีหลังเตรียมโอนอีก 3 โครงการแนวสูง – แนวราบ มูลค่ารวม 3,100 ล้านบาท ได้แก่ เฮย์ หัวหิน
และ เนีย บาย แสนสิริ รวมถึงบ้านเดี่ยวพร้อมโอน “บูก้าน พัฒนาการ”จำนวน 17 ยูนิตราคา 65 – 115 ล้านบาท จ่อคิวเปิดตัวปลายกันยายน ที่จะรองรับการรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง ล่าสุดแสนสิริมีรายได้ในมือที่รองรับแล้วถึง 29,700 ล้านบาท หรือกว่า 70% จากเป้าหมายรายได้จากการขายที่วางไว้ในปีนี้ 41,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทำได้ตามเป้ารายได้ที่วางไว้อย่างแน่นอน”นายอุทัยกล่าว
นายอุทัยกล่าว ในครึ่งปีหลังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 39 โครงการ มูลค่ารวม 56,700 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 23 โครงการ มูลค่ารวม 35,900 ล้านบาท ไฮไลท์แบรนด์ เศรษฐสิริ 10 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 21,900 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมอีก 16 โครงการ มูลค่ารวม 20,800 ล้านบาท ไฮไลท์เปิดตัว New Luxury Condominium ในสุดยอดทำเลราชเทวีและ อารีย์
“ผลงานยอดขายที่ดีตั้งแต่ต้นปี มาจากความเชื่อมั่นของลูกค้าในการเป็น แบรนด์อันดับหนึ่งของคนอยากมีบ้านส่งผลยอดขายและการทยอยรับรู้รายได้ที่ดี ขณะที่ผู้ถือหุ้นให้ความเชื่อมั่นสูง สะท้อนจากหุ้น SIRI ที่แข็งแกร่ง ได้รับคัดเลือกให้เป็นหุ้นที่ถูกรวมอยู่ในดัชนี SETHD จากการเป็นหุ้นที่มี Market cap สูง, Liquidity สม่ำเสมอ และจ่ายปันผลสูงต่อเนื่องอีกด้วย” นายอุทัย กล่าว
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีแรก 2566 บริษัทยังคงรักษาการเติบโตที่มั่นคงต่อเนื่องและอยู่ในระดับที่น่าพอใจสามารถสร้าง รายได้รวม 14,346 ล้านบาท มาจากการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค แบ่งเป็นรายได้กลุ่มสินค้าแนวราบ 65% ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างรายได้และรายได้กลุ่มคอนโดมิเนียม 35% ซึ่งตลาดเริ่มกลับมามีส่วนแบ่งในตลาดมากขึ้นและลูกค้าให้ความสนใจซื้ออย่างต่อเนื่อง
“มียอดขายรวม 6 เดือนอยู่ที่ 17,285 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 2,781 ล้านบาท และมียอดขายรอรับรู้รายได้ 19,804 ล้านบาท คาดทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกค้าและรับรู้เป็นรายได้ในปี 2566 อีก 11,606 ล้านบาท”
นายไตรเตชะกล่าวว่าบริษัทยังเดินหน้าสรรหาที่ดินในทุกทำเลรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และยังเตรียมส่งมอบคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อมั่นทำผลงานถึงเป้ายอดขายและรายได้ที่ตั้งไว้
ซึ่งครึ่งปีหลัง 2566 ภาพรวมตลาดอสังหาฯ มีแนวโน้มเริ่มปรับตัวดีขึ้นจากปัจจัยบวกโดยเฉพาะการเติบโตของสภาพเศรษฐกิจและการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ 27 โครงการ มูลค่ารวม 28,610 ล้านบาท
นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า ผลดำเนินงานครึ่งปีแรกมีรายได้จากการดำเนินงาน 10,136 ล้านบาท เติบโต 12% แบ่งเป็นรายได้จากการขาย 95% การเช่าและบริการ 5% มีกำไรสุทธิ 1,128 ล้านบาท เติบโต 16% โดยรายได้หลักจากการขาย 9,621 ล้านบาท เติบโต 12% มาจากรายได้โครงการแนวราบ 7,597 ล้านบาท และรายได้จากโครงการแนวสูง 2,024 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 111% จากการโอน 2 โครงการระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ 28ChidlomและSCOPE Langsuan มียอดขายรอโอนรวม 13,009 ล้านบาท
สำหรับครึ่งปีหลังจะเปิด 15 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 13 โครงการ มูลค่า 19,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์อาทิ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด , บางกอก บูเลอวาร์ด , เดอะ เจนทริ, เวนิว ไอดี และ วีคอมพาวด์ และแนวสูง 2 โครงการ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ COBE และ SCOPE พร้อมเดินหน้าสรรหาที่ดินในทุกทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ สำหรับการพัฒนาโครงการในอนาคต
“ครึ่งปีแรกยังเติบโตมาจากเปิดโครงการใหม่ ที่ผ่านมาได้เปิด 2 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ ไนน์ตี้ไฟว์ อีสต์วัน ระดับ 100 ล้านบาท ทำเลเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เพียง 10 ยูนิต และ โคบบ์ รัชดา-พระราม9 คอนโดมิเนียม ใจกลางย่านธุรกิจยังจับมือกับโตเกียว ทาเทโมโน ร่วมทุนโครงการแรก คือ เรฟเฟอเรนซ์ สาทร-วงเวียนใหญ่ มูลค่า 4,000 ล้านบาท ยังคงมีแผนร่วมทุนกันในอนาคต”นายอรรถพลกล่าว