โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ “ทวิตเตอร์” แปลงร่างเป็น “X” ทางรอดหรือทางร่วง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ส.ค. 2566 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2566 เวลา 00.06 น.

คอลัมน์ : Tech Times ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

ตอนที่อีลอน มัสก์ ตัดสินใจเทกโอเวอร์ทวิตเตอร์เมื่อปลายปีก่อน นักวิเคราะห์พากันสงสัยว่ามหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกรายนี้มีแผนจะทำอะไรกันแน่

แต่ทุกอย่างดูจะชัดเจนขึ้น เมื่ออีลอนเอ่ยปากชม WeChat ซูเปอร์แอปจากจีนว่า เป็นแอปที่ “ยอดเยี่ยม” และการทุ่มทุนซื้อทวิตเตอร์ คือการกรุยทางไปสู่การกำเนิดขึ้นของซูเปอร์แอปอีกตัวหนึ่งที่เขาเรียกว่า “X”

และเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อีลอนก็ประกาศเปลี่ยนโลโก้ทวิตเตอร์เป็นตัวอักษร “X” สีดำ พร้อมตอกย้ำเป้าหมายในการใช้ทวิตเตอร์เป็นฐานในการสร้างซูเปอร์แอปภายใต้แบรนด์ “X” เพื่อให้เป็นศูนย์รวมบริการแบบครบวงจร ตั้งแต่โซเชียลมีเดีย ไปจนถึงธุรกรรมการเงิน

ในขณะที่ ลินดา ยัคคาริโน ซีอีโอใหม่ของทวิตเตอร์ ขยายความว่า “X” จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงคอนเทนต์ พร้อมบริการการเงินที่หลากหลาย ซึ่งจะนำมาสู่การสร้าง “มาร์เก็ตเพลซ” ที่พรั่งพร้อมไปด้วยไอเดีย สินค้า และบริการมากมาย

ฟังแล้วก็ไม่ต่างจาก WeChat ของ Tencent

ปัจจุบัน WeChat มีผู้ใช้งานกว่า 1.3 พันล้านคน และเป็นซูเปอร์แอปที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หลัก ๆ แล้ว WeChat เป็น messaging app เหมือน WhatsApp แต่โดดเด่นตรงที่เป็นศูนย์รวมแอปย่อยและบริการแบบครบจบในที่เดียว ตั้งแต่แชต เกม ช็อปปิ้ง การเงิน อาหาร โรงแรม แท็กซี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่ความฝันของอีลอนในการปั้นทวิตเตอร์ให้เป็น WeChat นอกกำแพงเมืองจีน ไม่ใช่เรื่องง่าย

เพราะนอกจากต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจาก WhatsApp 
Facebook YouTube และ TikTok ที่ต่างก็อยากเป็นซูเปอร์แอปแล้ว ยังต้องเจอกับกฎระเบียบป้องกันการผูกขาดที่เข้มงวด

นอกจากนี้ สภาพตลาดและการแข่งขันของจีนมีความแตกต่างจากโลกตะวันตกอย่างมาก

การที่ WeChat เฟื่องฟูในจีน อาจเป็นผลจากการมีมาตรการเซ็นเซอร์แอปตะวันตกที่เข้มงวดของรัฐ ทำให้ผู้เล่นระดับโลกไม่สามารถเข้ามาแข่งได้

ในขณะเดียวกัน Tencent ยังเป็นเจ้าของบริการที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันในยุคดิจิทัลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโมบาย เพย์เมนต์ อีคอมเมิร์ซ เกม และฟู้ดดีลิเวอรี่ ดังนั้น การรวบรวมบริการเหล่านี้เข้ามาอยู่ใต้ร่ม WeChat จึงไม่ใช่เรื่องยาก แถมบริษัทยังเปิดให้นักพัฒนาสามารถเอาแอปมาปล่อยผ่าน WeChat ได้ ผู้ใช้จึงแทบไม่ต้องหันไปพึ่งแพลตฟอร์มอื่นเลย

แต่สภาพตลาดและการแข่งขันในอเมริกาหรือยุโรปนั้นต่างออกไป

ในโลกตะวันตกมีผู้เล่นรายใหญ่แข่งขันกันให้บริการ ทั้งบริการโมบาย เพย์เมนต์ เกม ดีลิเวอรี่ และอีคอมเมิร์ซ ทำให้ตลาดค่อนข้างกระจายตัวและผู้บริโภคมีทางเลือกมากกว่า

การแข่งขันที่ดุเดือดยังทำให้เป็นการยากในการไปขอความร่วมมือจากบิ๊กเทครายอื่น เพื่อทำให้ “X” เป็นซูเปอร์แอป อย่างที่อีลอนต้องการ ส่วนบริการเพย์เมนต์ แม้จะมีการเติบโตแต่ก็ยังไม่ใช่ช่องทางหลักในการทำธุรกรรม เพราะผู้บริโภคในอเมริกาและยุโรปยังนิยมใช้จ่ายผ่านบัตร ไม่เหมือนคนจีนที่ใช้วิธีโอนผ่านมือถือ หรือสแกน QR code กันหมดแล้ว

นอกจากนี้ การตัดสินใจโละแบรนด์เดิมที่ถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแรงที่สุดในโลก อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสร้างแบรนด์ให้ติดหูได้ขนาดที่คำว่า “tweet” และ “retweet” กลายเป็นคำกริยาที่ใช้กันแพร่หลายในโลกสมัยใหม่ อีกทั้งโลโก้ “นกสีฟ้า” ยังติด 1 ใน 3 โลโก้ที่ทรงอิทธิพลที่สุดตลอดกาลในยุคโซเชียลมีเดียเบ่งบาน

Brand Finance ประเมินว่าแบรนด์ทวิตเตอร์มีมูลค่าอยู่ที่ 4 พันล้านเหรียญในขณะที่ Vanderbilt University ประเมินว่าน่าจะอยู่ระหว่าง 15-20 พันล้าน แม้มูลค่าของแบรนด์อาจลดลงหลังการเทกโอเวอร์ แต่ก็ยังถือว่าเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งอยู่ดี

จริงอยู่ว่าบิ๊กเทครายอื่นก็เคยรีแบรนด์ เช่น Facebook เปลี่ยนเป็น Meta หรือ Google เป็น Alphabet แต่ทั้งสองเจ้าก็ยังคงชื่อของแพลตฟอร์มเดิมเอาไว้ นั่นคือเรายังเรียก Facebook ว่า Facebook และยังคงเรียก Google ว่า Google เพราะทั้งคู่ต่างรู้ว่าแบรนด์ของตัวเองมีค่าเพียงใด

ดังนั้น การตัดสินใจของอีลอน มัสก์ ในการรีแบรนด์ทวิตเตอร์เป็น “X” พร้อมกำจัดคำว่า tweet/retweet ออกจากสารบบ ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่อยากให้รุงรัง หรือเพราะอีโก้ส่วนตัว ก็ยังถือเป็นก้าวย่างที่เสี่ยงอยู่ดี ไม่ว่าจะในแง่ของการทำธุรกิจหรือการสร้างแบรนด์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...