โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ERW’ กับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 ก.ย 2566 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2566 เวลา 04.34 น. • The Bangkok Insight

หุ้นโรงแรม ERW กับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว จุดมุ่งหมายของทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ERW หรือ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ฉายแววโดดเด่นกว่าใครเพื่อนในหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น ERW ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.68% เหนื่อกว่ากลุ่ม TOURISM ที่ปรับเพิ่มขึ้น 3.17%

ปัจจัยแรกมาจากผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2566 ที่ ERW ประกาศกำไรทำสถิติสูงสุดของไตรมาสนี้ (New High) ที่ 141.97 ล้านบาท และเป็นการฟื้นตัวได้ดีมากจากการขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2/2565 ที่ 139 ล้านบาท แม้ว่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566 กำไรจะลดลง 41% QoQ แต่ก็เนื่องด้วยธรรมชาติของธุรกิจโรงแรมที่ไตรมาส 2 เป็นช่วง Low season

ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และพลิกมีกำไรสุทธิ 380.53 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 452.20 ล้านบาท

บทวิเคราะห์ บล. ฟิลลิปได้ปรับเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2566 ของ ERW เพิ่มเป็น 50% คาดกำไรไตรมาส 3/2566 โตต่อเนื่อง หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2566 สะท้อนโมเมนตัมเชิงบวกที่มีต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม Hop in ชั้นประหยัดและชั้นกลาง เป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวได้ดี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

โดย ERW ยังคงเป็นจุดมุ่งหมายของทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย สังเกตุได้จากรายได้ห้องพักจากลูกค้าจีน, ไทย, อเมริกา และสิงคโปร์ นั้นสูงกว่าช่วง Pre-Covid แล้ว แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาอยู่ในระดับปกติก็ตาม

สำหรับในช่วงไตรมาส 3 นี้ จะเข้าสู่ High Season ของนักท่องเที่ยว โดยจะหนุนโรงแรมระดับหรูกลับมาฟื้นตัวได้ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก และต่อเนื่องไปยังไตรมาส 4/2566 ที่มองว่าการท่องเที่ยวจากต่างชาติยังมีแนวโน้มเติบโตอย่าวต่อเนื่อง โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน ซึ่งจะหนุน Occupancy Rate ของโรงแรมหรูเป็น 77% จาก 75% ในปัจจุบัน ส่งผลให้รายได้จากกลุ่มโรงแรมหรูปรับตัวเพิ่มขึ้น

ขณะที่โรงแรมในระดับกลางถึงประหยัด ก็ยังคงโตต่อได้อยู่ เนื่องจากโรงแรมบริเวณใกล้สถานที่ท่องเที่ยวเช่น กรุงเทพฯ และพัทยา ประกอบกับการเปิดศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก (Erawan Bangkok Mall) ที่ทำการ Soft Opening เมื่อเดือนมิถุนายน และคาดจะสามารถให้บริการเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะช่วยหนุน Traffic เข้าโรงแรมเพิ่มในช่วง High Season

ปัจจัยที่สองคือ ERW ถือเป็นผู้ได้รับประโยน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล จากการออกมาตราการฟรีวีซ่าคนจีน คาดว่าจะเริ่มประมาณวันที่ 25 กันยายน 2566 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ทำให้รายได้จากโรงแรมในทุกระดับปรับตัวสูงขึ้น

ประมาณการว่าครึ่งปีหลัง 2566 รายได้จากธุรกิจโรมแรมจะโต 14% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก และหนุนให้รายได้ทั้งปีโต 46.8% เป็น 6,797 ล้านบาท และหากสามารถควบคุมค่า SG&A ได้ดีที่ระดับ 25.6% ของรายได้ คาดกำไรครึ่งปีหลังเป็น 432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.6% จากครึ่งปีแรก ทำให้ทั้งปีบริษัทจะมีกำไร 753 ล้านบาท

สุดท้ายนี้ ฝ่ายวิจัย บล. ฟิลลิป คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น ERW ราคาพื้นฐาน 6.40 บาทต่อหุ้นเพราะยังคงมีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับผลประกอบการทั้งในระยะสั้นและระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทมีแผนการขยายโรงแรมประเภท Hop in มากขึ้นในอนาคต ซึ่งข้อดีของโรงแรมประเภทนี้ คือไม่ค่อยรับผลจากปัจจัยทางฤดูกาล

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...