โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จัดพอร์ตลงทุน สำหรับวัยเกษียณ

Wealth Me Up

เผยแพร่ 18 ส.ค. 2566 เวลา 09.30 น. • Wealth Me Up

ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…

Facebook| Line| Youtube | Instagram

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำการสำรวจจำนวนผู้สูงอายุคนไทย พบว่า ณ สิ้นปี2564 กลุ่มประชากรที่มีอายุมากกว่า60 ปี มีสัดส่วนสูงถึง20% ของประชากรทั้งหมด และที่น่าสนใจ คือ ประชากรสูงอายุดังกล่าวมีแหล่งรายได้หลักมาจากการทำงาน32% มาจากบุตรหลาน32% เบี้ยยังชีพข้าราชการ19% บำเหน็จ/บำนาญ8% ขณะที่มาจากการออมเงินเพียง2%

สะท้อนว่าการวางแผนการเงินเพื่อเก็บไว้ใช้ยามเกษียณอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในระยะยาว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพหรือรักษาพยาบาล ที่มีแต่จะเพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ปรับตัวลง

โดยคำถามแรก สำหรับผู้ที่เริ่มต้นวางแผน คือ จะนำเงินที่ไหนมาเก็บออม และจะเริ่มลงทุนเมื่อไหร่ดี แม้ว่ายังไม่สามารถออมเงินต่อเดือนได้ตามที่ปรากฎในโปรแกรมคำนวณ แต่ถ้าเริ่มช้าก็ยิ่งต้องไปเร่งเก็บออมในช่วงใกล้เกษียณ ซึ่งเป็นวัยที่ไม่ควรต้องเคร่งเครียดกับการวางแผนการเงิน เพราะจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพกายและใจ และอาจทำให้ต้องนั่งทำงานต่อไปอีกหลายปี

ดังนั้น ควรเริ่มลงมือวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณตั้งแต่อายุน้อย ๆ ด้วยการมองหาแนวทางการลงทุนที่เหมาะกับตัวเอง ถ้าทำได้ก็จะพบว่าการจัดพอร์ตลงทุนเพื่อเกษียณอายุแบ่งเป็น2 ช่วงเวลาสำคัญ

ลงทุนก่อนเกษียณ เก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ

ในกรณีนี้ นักลงทุนต้องคำนวณออกมาให้ได้ก่อนว่าต้องการใช้เงินหลังเกษียณจำนวนเท่าไหร่ เช่น ถ้ามีค่าใช้จ่ายเดือนละ20,000 บาท(ปีละ240,000 บาท) และคาดว่าจะใช้ชีวิตถึงอายุ80 ปี แสดงว่าต้องมีเงิน ณ วันที่เกษียณ4,800,000 บาท(ยังไม่คำนึงถึงเงินเฟ้อ)

สมมติว่า มีเวลาออมเงิน15 ปี และคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ5% ก็ต้องเริ่มลงทุนให้ได้เดือนละ18,000 บาท(โดยที่ยังไม่ได้รวมผลกระทบจากเงินเฟ้อและความเสี่ยงในการลงทุน ซึ่งอาจกระทบต่อผลตอบแทนที่ได้รับจริง) ก็จะมีเงินเก็บออมตามเป้าหมายที่วางไว้4,800,000 บาท

โดยในช่วงแรกที่ลงทุนเพื่อเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณ พอร์ตลงทุนที่ประกอบไปด้วยหุ้นคุณค่า(Value Stock) และหุ้นเติบโต(Growth Stock) ถือว่ามีความเหมาะสม เพราะยังมีระยะเวลาลงทุนอีกหลายปีและเพียงพอที่จะทำให้มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น

ลงทุนหลังเกษียณ เน้นรักษาเงินลงทุน

คือ เป็นการให้ความสำคัญกับความเสี่ยงในการลงทุนมากกว่าผลตอบแทน ซึ่งต่างจากกรณีแรกที่จะให้ความสำคัญกับผลตอบแทนมากกว่าความเสี่ยง

เมื่อเกษียณไปแล้ว จะเป็นช่วงเน้นลงทุนเพื่อรักษาเงินต้นพร้อมกับสร้างรายได้ที่เข้ามาต่อเนื่อง แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มที่มีความปลอดภัย(Defensive Stock) หุ้นจ่ายเงินปันผล(Dividend Stock) หรือหุ้นที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน หรือหุ้นESG เพราะเป็นการลงทุนที่ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงในการลงทุน

โดยหุ้นกลุ่มที่มีความปลอดภัย จะเป็นบริษัทที่ผลประกอบการไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจมากนัก มีอัตราการเติบโตไม่สูง แต่เติบโตอย่างมั่นคง และสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ เช่น กลุ่มค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม สื่อสาร และโรงไฟฟ้า เป็นต้น

ขณะที่หุ้นจ่ายเงินปันผล จะเป็นบริษัทที่จ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ และพยายามรักษาอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(Dividend Yield) ให้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีต เพื่อเป็นการจูงใจให้นักลงทุนถือหุ้นในระยะยาว ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนน้อย และจะวนกลับมาช่วยให้บริษัทสามารถรักษาระดับผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีได้

#WealthMeUp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...