(อ่านฟรี)เกิดใหม่เป็นนางร้ายแต่ดันเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ
นิยาย Dek-D
อัพเดต 06 ม.ค. 2567 เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2567 เวลา 15.08 น. • ทุ่ง หญ้า สี เงินข้อมูลเบื้องต้น
สวัสดีค่ะรี้ดที่น่ารักทุกคน ฝากติดตามนิยายจีนโบราณเรื่องใหม่ของไร้ไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ
ฝากนามปากกา ทุ่งหญ้าสีเงินด้วยนะคะ
นิยายเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายแต่ดันเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ
คำโปรย
เยว่ซินเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายเล่มหนึ่งแถมยังเป็นภรรยาผู้ร้ายกาจและคอยขัดขวางความรักของพระเอกกับนางเอก สุดท้ายถูกทรมานจนตายอย่างน่าอนาถอยู่ในคุกใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงเดือนแสงตะวัน….
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ชื่อ ตัวละคร สถานที่ในเรื่องล้วนเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นมาเท่านั้น
อัพนิยาย จันทร์ พุธ ศุกร์/หากไม่สบายหรือติดธุระก็จะแจ้งไว้ล่วงหน้าค่ะ
ตั้งแต่บทที่ 11 ขึ้นไปจะมีการติดเหรียญอ่านล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้นักเขียนได้มีกำลังใจปั่นนิยายไปจนจบนะคะ
สุดท้ายนี้ขอให้อ่านนิยายด้วยความสนุกสนานนะคะ
บทที่ 1 คืนเข้าหอ
บทที่ 1 คืนเข้าหอ
"หนึ่ง…คำนับฟ้าดิน สอง…คำนับพ่อแม่ สาม…คำนับกันและกัน เสร็จพิธี…"
สิ้นคำกล่าวของชายสูงวัยพวกเขาก็ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอไปก่อนส่วนตัวเจ้าบ่าวนั้นยังคงอยู่ที่งานเลี้ยงสังสรรค์กับเหล่าบรรดาแขก
ภายในห้องหอที่ถูกตกแต่งไปด้วยผ้าม่านสีแดงและเครื่องประดับอื่นๆ อย่างงดงาม หลังจากส่งตัวเจ้าสาวเสร็จแล้วบรรดาสาวใช้ก็ทยอยออกจากห้องไปไม่นานความเงียบสงบก็เข้าปกคลุมภายในห้องอีกครั้ง
"เฮ้อ! "เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเยว่ซินดังขึ้น
ใช่แล้ว! ข้าไม่ใช่คนของแห่งโลกนี้ ที่จริงแล้วข้าเป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไปที่มีงานอดิเรกคือการอ่านนิยายแต่แล้ววันหนึ่งจู่ๆ ก็ถูกดูดเข้ามาในหนังสือนิยายเล่มหนึ่งที่เคยอ่านจบแล้วซึ่งมีชื่อว่า บุปผาเร้นใจ
โดยเนื้อเรื่องก็จะกล่าวถึงพระเอกนามว่าเหยียนจื่อห้าวซึ่งเป็นแม่ทัพหนุ่มแล้วได้พบรักกับนางเอกที่มีนามว่าหนิงเอ๋อซึ่งเป็นหมอหญิงและหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานาจนได้ครองรักกันในที่สุด
ส่วนข้าได้เข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายนามว่าเยว่ซินซึ่งก็คือภรรยาตอนต้นเรื่องของพระเอกนั่นเอง
ส่วนตอนจบของนางร้ายเยว่ซินที่คอยขัดขวางความรักของพระเอกกับนางเอกก็ถูกทรมานจนตายอย่างน่าอนาถอยู่ในคุกใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงเดือนแสงตะวัน
โชคดีที่ข้ารู้เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้ทั้งหมดจึงทำให้สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดในอนาคตได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้าจะแต่งงานกับพระเอกไปแล้วก็ตาม
หากเมื่อถึงเวลาที่นางเอกปรากฏตัวและได้พบเจอกับพระเอกแล้วตกหลุมรักซึ่งกันและกันแล้วข้าก็ควรจะปล่อยให้ทั้งสองได้รักกันอย่างมีความสุขดีกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงภัยอันตรายที่จะมาถึงตัว
หลังจากนั้นก็ขอหย่ากับพระเอกเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยเงินสักก้อนแค่นี้ข้าก็ไม่ต้องพบเจอกับโศกนาฏกรรมอันโหดร้ายทารุณนั่นอีกแล้ว
"ข้าเนี่ยฉลาดคิดจริงๆ คิ คิ คิ"เยว่ซินหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
เยว่ซินนั่งรอเหยียนจื่อห้าวให้มาเปิดผ้าคลุมหน้าจนกระทั่งได้ยินเสียงคนเดินมาส่งเจ้าบ่าวข้างนอกห้อง
"นายท่าน คืนเข้าหอมีค่าดั่งทองพันชั่ง งั้นพวกข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ!"สิ้นคำกล่าวบ่าวชายทั้งสองที่มาส่งมาเหยียนจื่อห้าวก็เดินกลับไปทันที
เสียงก้าวเดินของชายหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูเสียงไอ'อะแฮ่ม'ดังขึ้นมือหนาผลักประตูห้องเข้ามาพลางค่อยๆ ย่างกรายเข้าใกล้ตัวเจ้าสาวที่นั่งรออยู่บนเตียง
เสียงเท้าก้าวเข้ามาใกล้ของชายหนุ่มส่งผลให้ใจดวงน้อยเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เยว่ซินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชายหนุ่มก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้านาง
เหยียนจื่อห้าวยื่นมือมาเปิดผ้าคลุมหน้าของเยว่ซินออกและเป็นจังหวะเดียวกันที่ทั้งสองได้สบตากันใกล้ๆ เป็นครั้งแรก
ต่างฝ่ายต่างสังเกตใบหน้าของแต่ละคน
แม่ทัพหนุ่มเหยียนจื่อห้าวมีรูปลักษณ์หล่อเหลาสมคำร่ำลือจริง ๆ ไม่ว่าหญิงใดที่ได้พบเจอก็มักจะตกหลุมรักเขาได้ไม่ยากไม่เว้นแม้แต่เยว่ซินเอง
ส่วนแม่ทัพหนุ่มก็ทำเพียงมองใบหน้างดงามของนางนิ่ง ๆ ไม่ได้มีความรู้สึกยินดียินร้ายอะไรแสดงออกมาแต่อย่างใด
เยว่ซินเริ่มหลบสายตาอีกฝ่ายเมื่อรู้สึกว่าตนเองจ้องมองเขานานเกินไป แต่โชคดีที่เหยียนจื่อห้าวไม่ได้ว่าอะไร นางก็รู้สึกโล่งใจ
หลังจากเปิดผ้าคลุมหน้าเสร็จเขาก็หันเทสุรามงคลลงในจอกก่อนทั้งสองคนจะคล้องแขนดื่มจอกสุรามงคลด้วยกัน
เหยียนจื่อห้าวลอบมองเยว่ซินก่อนจะวางจอกสุราในมือลงพลางเอ่ยขึ้น"เสร็จพิธีแล้ว เข้านอนพักผ่อนเถอะ"เอ่ยจบเขาก็เดินมาถอดเสื้อผ้าตัวเองออกเหลือเพียงเสื้อตัวในก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงแล้วห่มผ้าผ้าห่มนอนโดยหันหลังให้นาง
เยว่ซินรู้สึกอึ้งตะลึงกับความไวอย่างฉับพลันของเขา ตามต้นฉบับในนิยายแล้วแม่ทัพหนุ่มไม่ได้มีความชอบพอกับภรรยาเข้าหอคืนแรกเขาจึงออกจากห้องไปโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของฝ่ายหญิงเลย
กระทั่งเช้าวันต่อมามีข่าวลือว่าฮูหยินแม่ทัพไร้เสน่ห์และความสามารถจึงไม่อาจรั้งแม่ทัพเอาไว้ในคืนเข้าหอได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นางร้ายอย่างเยว่ซินรู้สึกเสียหน้าและไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
งั้นคืนนี้ก็แสดงว่าเขาต้องออกไปแล้วทิ้งให้ข้าอยู่ในห้องเพียงลำพังทั้งคืนจนเกิดข่าวลือสิแล้วทำไมเขาต้องมานอนในห้องเดียวกันกับข้าล่ะ
นี่มันไม่ถูกต้องมันไม่เห็นเป็นไปตามต้นฉบับในนิยายเลย เอ๊ะ! หรือว่าข้าต้องหาวิธีไล่เขาออกไปหรือเปล่านะ!
เยว่ซินหันไปดูรอบ ๆ ห้องว่ามีผ้าห่มกับหมอนหรือเปล่านางจะได้เอามาปูนอนที่พื้นเพื่อหลีกเลี่ยงการนอนด้วยกันกับเหยียนจื่อห้าวบนเตียง
"ฮูหยิน! มัวทำสิ่งใดอยู่ นี่ก็ดึกมากแล้วยังไม่รีบขึ้นมานอนอีก!"ในขณะที่ข้ากำลังเดินไปหาหมอนกับผ้าห่มอยู่จู่ ๆ ก็ถูกคนที่นึกว่าหลับไปแล้วเอ่ยถามขึ้นมาซะงั้น
"คือ…"
"หรือว่าฮูหยินต้องการให้ข้าเดินไปอุ้มมาขึ้นเตียงเหรอ!"
"มะ…ไม่ใช่นะ…"
"ถ้าไม่ใช่ก็ขึ้นมานอนได้แล้ว!"
"อ่า…ได้!"
ถ้าข้าปฎิเสธที่จะไปนอนเตียงเดียวกันกับเขาล่ะก็จะถูกสงสัยแน่ เพราะเยว่ซินต้นฉบับหลงรักเหยียนจื่อห้าวสุดหัวใจและการแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นความต้องการของนางด้วยเช่นกันดังนั้นข้าก็ต้องทำเหนียนไปก่อน
หญิงสาวถอดเครื่องประดับบนศีรษะแล้วปล่อยผมสลวยสยายเต็มแผ่นหลังบางจากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดเหลือเพียงเสือในตัวบาง
หลังจากนั้นเยว่ซินก็เดินมาที่เตียงพลางล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่มโดยหันหลังให้เขาเช่นกันนางไม่ได้ดึงผ้าห่มมาห่มด้วย
จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักเยว่ซินเริ่มรู้สึกนอนไม่หลับเนื่องจากความหนาวนางจึงค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ตัวเหยียนจื่อห้าวก่อนจะสอดมือไปดึงผ้าห่มที่เขาห่มอยู่มาห่มคลายความหนาวบ้าง
เหยียนจื่อห้าวที่แกล้งหลับอยู่ก็ยกยิ้มมุมปากเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดึงผ้าห่มของหญิงสาวผ่านความมืดสลัวเขาจึงช่วยดึงผ้าห่มมาห่มให้นาง
เยว่ซินตกใจที่ชายหนุ่มยังไม่นอนแถมยังช่วยดึงผ้าห่มมาห่มให้นางอีกด้วย
"ขอบคุณเจ้าค่ะ!"เยว่ซินรู้สึกว่าสมควรขอบคุณเขาแล้วถ้าหากเขาไม่ใจดีช่วยแบ่งผ้าห่มให้นาง นางคงได้หนาวตายแน่
"อืม ทีนี่นอนได้แล้ว! พรุ่งนี้ข้ามีงานต้องไปทำตั้งแต่เช้า"สิ้นประโยคของเขาทุกอย่างรอบข้างก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
มีเพียงเยว่ซินที่ยังคงคิดไม่ตกจนนอนไม่หลับ
เฮ้อ! ช่างเถอะคิดมากไปก็รั้นแต่จะมีเรื่องปวดหัวตามมาซะเปล่า
เยว่ซินกระชับผ้าห่มพลางข่มตานอนหลับไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ??’•??’•??’•
บทที่ 2 การเยี่ยมเยียนของพระชายาแปด
บทที่ 2 การเยี่ยมเยียนของพระชายาแปด
หลายวันต่อ
จวนแม่ทัพเหยียน
"เสี่ยวหลิง มาช่วยข้าหวีผมแต่งตัวที"
"เจ้าค่ะฮูหยิน"
เยว่ซินต้องเตรียมตัวแต่เช้าเพราะวันนี้พระชายาแปดซึ่งเป็นสหายของเยว่ซินนามว่าจางถิงถิงจะเดินทางมาเยี่ยมนางในวันนี้
ส่วนแม่ทัพหนุ่มเหยียนจื่อห้าวมีงานที่ต้องไปทำที่ค่ายทหารจึงไม่ค่อยได้อยู่จวนมากนักและวันนี้ก็เช่นเคยเขาเข้าไปในค่ายทหารตั้งแต่เช้าตรู่
"เสร็จแล้วเจ้าค่ะ"
"อืม! ไหนดูสิ… ว้าว ช่างงดงามจริง ๆ ก็ข้าเป็นนางร้ายหน้าสวยนี่เนาะ คิ คิ คิ!"
"เออ… นางร้ายหน้าสวยหรือเจ้าคะ"
"อ้อ… เออ.. ไม่มีอะไรหรอก งั้นเราไปรอต้อนรับพระชายาแปดกันดีกว่า"เยว่ซินกลัวจะถูกสงสัยจึงแกล้งเปลี่ยนเรื่องทันที
"จะ..เจ้าค่ะฮูหยิน"
หลังจากนั้นทั้งสองคนนายบ่าวก็มายืนรอต้อนรับพระชายาแปดที่หน้าจวน ไม่นานนักรถม้าของพระชายาแปดก็แล่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าจวนก่อนที่ร่างอรชรของจางถิงถิงจะลงจากรถม้าด้วยท่วมท่าสง่างาม
เมื่อเห็นสหายของตนมาถึงแล้วเยว่ซินจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปกล่าวทักทายทันทีตามด้วยสาวใช้อีกสามสี่คนรวมเสี่ยวหลิงด้วย
"คารวะพระชายาแปด ยินดีต้อนรับสู่จวนแม่ทัพเพคะ"เยว่ซินทักทายด้วยรอยยิ้มสดใสพลางเดินมาช่วยประคองพระชายาเดินเข้าจวน
หลังจากเข้าจวนมาแล้วจางถิงถิงก็ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า"ซินเอ๋อต่อไปถ้าเราอยู่กันแค่สองคนก็เรียกข้าว่าถิงถิงเหมือนเมื่อก่อนเถอะนะ แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นค่อยเรียกข้าว่าพระชายานะ"
"เพคะ!"
"เดี๋ยว! เพคะอะไรกัน! อยู่กันแค่สองคนไม่เห็นต้องมากพิธีรีตองก็ได้ ข้าอยากให้เจ้าพูดกับข้าแบบเป็นกันเองมากกว่า อย่างเมื่อกี้น่ะมันดูห่างเหินกันเกินไป"
"ได้เลยเพคะ!"
"ซินเอ๋อ!!"
"แหะ ๆ ข้าล้อเล่นน่ะ ถิงถิงพวกเราเข้าไปข้างในห้องก่อนเถอะ"
หลังจากที่พูดหยอกล้อกันไปมาจบเยว่ซินก็พาจางถิงถิงเดินขึ้นสะพานที่ทอดยาวถึงศาลาสระบัวเพื่อมานั่งจิบชาพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ
บรรยากาศรอบ ๆ ศาลานั้นดูร่มรื่นเย็นสบายเหมาะแก่การนั่งจิบชายิ่ง บั้นท้ายงอนงามนั่งลงบนเก้าอี้ในศาลา หญิงสาวทั้งสองเริ่มเปิดบทสนทนาถึงเรื่องราวที่ผ่านมาขึ้นโดยมีสาวใช้คอยรินชาให้
"ซินเอ๋อ ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานของเจ้าเลย"จางถิงถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า
"ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่สะดวกจะออกจากวังสักเท่าไหร่นัก"เยว่ซินกุมมือจางถิงถิงพลางยิ้มให้อีกฝ่าย
"เอาล่ะ เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า"แววตาจางถิงถิงที่ดูเศร้าเมื่อสักครู่นี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นแววตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันควัน
"อืม!"เยว่ซินพยักหน้าโดยที่คิดว่าเรื่องที่จะคุยเป็นเรื่องราวสัพเพเหระทั่วไป
จางถิงถิงลอบยิ้มเจ้าเล่ห์โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้เห็นพลางเอ่ยถามขึ้น
"เข้าหอคือแรกเจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง"จางถิงถิงยิ้มกรุ้มกริ่มรอฟังคำตอบจากเยว่ซิน
"ฮะ! ไหงถึงถามเรื่องบนเตียงเช่นนี้ล่ะ…"แม้เยว่ซินจะไม่ได้มีเรื่องอย่างว่ากับเหยียนจื่อห้าวในคืนแรก แต่เมื่อโดนสหายคนสนิทถามขึ้นมาก็ทำให้นางมีอาการเขินอายเล็กน้อย
"เอ๋! หรือว่าลีลาบนเตียงของท่านแม่ทัพสุดยอดถึงขั้นที่ไม่สามารถพูดออกมาได้หรือเปล่า"จางถิงถิงเอ่ยหยอกล้อเยว่ซินกันสองคนแต่สาวใช้ที่อยู่บริเวณศาลาสระบัวต่างก็หน้าแดงเล็กน้อยหลังจากได้ฟังเจ้านายสาวทั้งสองพูดคุยถึงเรื่องอย่างว่า
"ฮึ่ม! ถิงถิงถ้าเจ้ายังคุยเรื่องนี้อีกล่ะก็ข้าจะไม่คุยกับเจ้าแล้วนะ"เยว่ซินทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็โดนจางถิงถิงห้ามไว้
"ได้ ๆ ไม่คุยเรื่องนี้แล้วก็ได้ นั่งลงก่อนนะ"จางถิงถิงรีบรั้งเยว่ซินเอาไว้
จากนั้นหญิงสาวทั้งสองก็คุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปพลางหัวเราะอย่างสนุกสนาน สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างยกขนมและน้ำชามาให้เจ้านายสาวทั้งสองได้ดื่มและกินเล่น
จนกระทั่งตกเย็น
จางถิงถิงก็ขอตัวกลับพระราชวังไปส่วนเยว่ซินก็กลับเรือนของนางเช่นกัน
"ฮูหยิน ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วจึงให้บ่าวมาแจ้งว่าท่านจะมาทานข้าวกับฮูหยินที่เรือนขอรับ"บ่าวผู้นั้นรายงานจบก็ขอตัวกลับไปทำงานของตัวเองต่อ
เยว่ซินรู้สึกสับสนงุนงงถ้าหากอิงตามนิยายต้นฉบับแล้วเหยียนจื่อห้าวที่ถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักแล้วเขาต้องหลีกเลี่ยงการพบหน้าหรือไม่สนใจใยดีเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมเขาถึงต่างจากนิยายต้นฉบับขนาดนี้
"เสี่ยวหลิง"
"เจ้าคะ"
"เจ้าสั่งให้ในครัวยกอาหารที่ท่านแม่ทัพชอบมาที่ห้องได้เลย อีกเดี๋ยวเขาก็คงกลับมาแล้ว"
"เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้"
เสี่ยวหลิงออกไปทำงานของตัวเองทันที เยว่ซินกำลังวุ่นวายกับการคิดบทสนทนาระหว่างทานข้าวร่วมกับชายหนุ่มเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบเกินไปจนน่าอึดอัด
ครู่ต่อมาเหล่าสาวใช้ต่างช่วยกันยกอาหารหลักหลายรายการมาวางเสร็จสรรพบนโต๊ะ
เยว่ซินหันมาดูอาหารบนโต๊ะที่มีกลิ่นหอมน่าทานเหล่านั้น
อาหารน่าทานมีตั้งหลายอย่างขนาดนี้ลำพังแค่ข้ากับเขาจะกินหมดเหรอ…
ทันใดนั้นเองชายหนุ่มที่นางกำลังคิดถึงก็ปรากฏตัวต่อหน้า
ชิ! ตายยากซะจริงพูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ
เยว่ซินปั้นหน้ายิ้มหวานให้เหยียนจื่อห้าวพลางเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า
"ท่านพี่กลับมาแล้ว เรามาทานข้าวกันเถอะเจ้าค่ะ"
เหยียนจื่อห้าวทำเพียงพยักหน้าตอบแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ เยว่ซินกล่าวจบก็รอให้อีกฝ่ายนั่งลงก่อนจึงค่อยนั่งลงตาม
ทั้งสองคนเริ่มจับตะเกียบคีบอาหารเข้าปากแต่ถึงแม้ว่าอาหารจะมีรสชาติอร่อยเพียงใด เมื่อกินท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมและหน้าอึดอัดนี้แล้ว รสชาติกลับจืดชืดไม่ถูกปากเอาซะเลย
บทที่ 3 ระวังสัตว์ร้ายอาจจะถูกปลุกขึ้นมา
บทที่ 3 ระวังสัตว์ร้ายอาจจะถูกปลุกขึ้นมา
ระหว่างที่เยว่ซินกำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่นั้นเหยียนจื่อห้าวก็ลอบสังเกตสีหน้าไม่สบอารมณ์กับอาหารตรงหน้าของนางแล้วเอ่ยทักขึ้น
"เพราะอาหารไม่ถูกปากเจ้าหรือ ถึงได้กินเพียงเล็กน้อยเช่นนั้น"
"มะ… ไม่ใช่เจ้าค่ะ"
เยว่ซินรีบตอบกลับอีกฝ่ายอย่างพัลวันจนเหยียนจื่อห้าวชักอยากจะรู้ซะแล้วจึงเอ่ยถามต่อว่า
"งั้นเพราะเหตุใดเล่า"
"เพราะ…"
เพราะท่านยังไงเล่าข้าถึงได้กินอาหารไม่ค่อยลงไม่ใช่เพราะท่านเอาแต่หน้านิ่งราวกับกำลังจับผิดข้าอยู่ล่ะก็ข้าคงกินอาหารแสนอร่อยเหล่านี้จนหมดแล้ว…
"เพราะข้ายังไม่ค่อยชินกับอาหารที่นี่สักเท่าไหร่น่ะเจ้าค่ะ แหะ แหะ แหะ"เยว่ซินรู้ว่าคำตอบของตัวเองช่างฟังไม่ขึ้นเลย เลยแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน
"ข้าเข้าใจ! เจ้าคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเยอะ เอาล่ะข้าอิ่มแล้ว เชิญฮูหยินกินต่อเถอะ"เหยียนจื่อห้าวลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินออกไปโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองคนตัวเล็กบนโต๊ะอาหารอีก
แผ่นหลังกว้างของเขาเดินออกจากห้องจนลับสายตาไปแล้วเยว่ซินที่รู้สึกเกรงเมื่อสักครู่ก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น
เฮ้อ! ค่อยยังชั่วที่เขาออกไปแล้ว
"เสี่ยวหลิง"รู้สึกไม่อยากอาหารจึงเรียกให้สาวใช้ของนางมาเก็บอาหารบนโต๊ะไป
"เจ้าค่ะฮูหยิน!"เสี่ยวหลิงรีบเข้ามาในห้องรอรับคำสั่งทันที
"เจ้าเก็บอาหารเหล่านี้ไปทิ้งให้หมด"
"เจ้าค่ะ! จริงสิ! อาหารยังเหลือเยอะอยู่เลยหากจะทิ้งก็น่าเสียดายนะเจ้าคะ…"เสี่ยวหลิงทำหน้าเสียดายที่เจ้านายของนางจะทิ้งอาหารแสนอร่อยมากมายเหล่า
"เอาล่ะ เจ้ายกอาหารเหล่านี้ไปแบ่งให้เพื่อน ๆ ของเจ้าเถิด"เยว่ซินรู้ว่าเสี่ยวหลิงต้องการอะไรจึงเอ่ยอนุญาตทันที
"จริงหรือเจ้าคะ!"แววตาเศร้าเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นประกายขึ้นมาเมื่อเจ้านายสาวเอ่ยอนุญาตให้นางเอาอาหารเหล่าไปกินได้
หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวหลิงก็ช่วยเยว่ซินอาบน้ำหลังอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กำลังเตรียมตัวจะเข้านอน แต่ยังไม่เห็นวี่แววของเหยียนจื่อห้าวว่าจะเข้ามานอนในห้องเมื่อไหร่
"เสี่ยวหลิง! นี่มันยามไหนแล้ว?"
"เรียนฮูหยินนี่ยามห้ายแล้วเจ้าค่ะ"
"อ๋อ! งั้นก่อนออกไปเจ้าช่วยดับเทียนหน่อยนะข้าจะเข้านอนแล้ว"
"เจ้าค่ะ"
เยว่ซินขึ้นเตียงห่มผ้านอนส่วนเสี่ยวหลิงก็ดับเทียนในห้องก่อนจะออกไป ไม่รู้ทำไมคืนนี้นางถึงรู้สึกคิดถึงบ้านและที่ที่นางจากมาภายในใจพลางรู้สึกเหงาและอ้างว้าง
เปลือกตางามค่อย ๆ ปิดลงในไม่ช้าหญิงสาวก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
สักพักประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยเหยียนจื่อห้าว เมื่อตอนเย็นหลังจากทานข้าวเสร็จแล้วเขาก็ขอตัวกลับไปทำงานที่ห้องหนังสือต่อ
เขาก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่ได้ดูเวลาพอรู้ตัวอีกทีมันก็ดึกแล้ว
ภายในห้องมืดสลัวชายหนุ่มเดินมาถอดเสื้อชั้นนอกออกจากนั้นก็เดินตรงมายังเตียงที่ภรรยาของตนนอนอยู่
เหยียนจื่อห้าวค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนร่างบางที่กำลังนอนฝันหวานอยู่
เยว่ซินนอนชิดด้านในสุดส่วนเหยียนจื่อห้าวนอนถัดจากนาง
ในขณะที่เหยียนจื่อห้าวกำลังจะเคลิ้มหลับอยู่นั้นก็ถูกเยว่ซินที่ฝันละเมอถึงมารดาในโลกความเป็นจริงก่อนเข้ามาในนิยายก็ละเมอเข้ามากอดเขาแน่นไม่ยอมปล่อยแม้มือหนาจะพยายามแกะออกแล้วก็ตาม
"แม่จ๋า… หนู.. คิดถึงแม่จังเลย… หนูอยากกลับบ้านเราแล้ว… ฮือ ฮือ ฮือ…"
เยว่ซินละเมอเพ้อถึงมารดาของตนเองพลางร้องไห้ท่ามกลางความฝันด้วยความคิดถึงมารดาเหยียนจื่อห้าวที่ได้ยินสิ่งที่นางละเมอนั้นก็เกิดความรู้สึกสงสารนางขึ้นมาบ้าง
มือหนาข้างหนึ่งโอบกอดร่างบางที่สะอื้นจนตัวโยนส่วนอีกข้างก็ลูบหัวของหญิงสาวเพื่อปลอบประโลมให้นางใจเย็นลง
ข้าไม่เคยปลอบใครมาก่อนเลยไม่รู้จะพูดอย่างไรดี แต่เอาตามที่ข้าสามารถทำได้ก็แล้วกัน
"โอ๋ ๆ เด็กดีไม่ร้องแล้วนะ ข้าจะนอนอยู่ข้าง ๆ เจ้านะ ไม่ต้องกลัวนอนเถอะ!"หลังจากกัดฟันฝืนใจพูดในสิ่งที่เขาไม่มีวันพูดออกมาได้ไปแล้วร่างบางข้างกายก็สงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อ
เฮ้อ! ถ้าองค์ชายแปดฉีโจวเหวินมาได้ยินประโยคที่ข้าเพิ่งพูดมาเมื่อสักครู่นี้ล่ะก็เขาจะต้องหัวเราะเยาะข้าแน่
เพราะปกติแล้วภาพลักษณ์ภายนอกของเหยียนจื่อห้าวดูเป็นผู้ชายเงียบขรึมดูไม่น่ามีมุมอ่อนโยนเช่นนี้
จู่ ๆ เหยียนจื่อห้าวพลางรู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณระหว่างขาปรากฏว่ามือบางของหญิงสาวกำลังลูบไล้ช่วงล่างของเขาไปมาจนทำให้เหยียนจื่อห้าวต้องกัดฟันกลั้นความรู้สึกแปลกประหลาดนี้เอาไว้
มือหนาจับมือบางไว้แน่นไม่ปล่อยให้ทำตามอำเภอใจได้ มิเช่นนั้นเขาเองก็เกรงว่าตนเองอาจจะไม่สามารถหยุดสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับไหลเอาไว้ได้
อาการหายใจติดขัดเมื่อสักครู่ก็ดูจะบรรเทาลงมาบ้างเขาพยายามข่มตานอนแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะมือบางเจ้าปัญหาของหญิงสาวแท้ ๆ เลยทำให้เขาหลับไม่ลงทั้งคืน
ฝากติดตามนิยายด้วยนะคะ