โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

(อ่านฟรี)เกิดใหม่เป็นนางร้ายแต่ดันเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 06 ม.ค. 2567 เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2567 เวลา 15.08 น. • ทุ่ง หญ้า สี เงิน
เยว่ซินเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายเล่มหนึ่งแถมยังเป็นภรรยาผู้ร้ายกาจและคอยขัดขวางความรักของพระเอกกับนางเอก สุดท้ายถูกทรมานจนตายอย่างน่าอนาถอยู่ในคุกใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงเดือนแสงตะวัน

ข้อมูลเบื้องต้น

สวัสดีค่ะรี้ดที่น่ารักทุกคน ฝากติดตามนิยายจีนโบราณเรื่องใหม่ของไร้ไว้ในอ้อมอกด้วยนะคะ

ฝากนามปากกา ทุ่งหญ้าสีเงินด้วยนะคะ

นิยายเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้ายแต่ดันเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพ

คำโปรย

เยว่ซินเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายในนิยายเล่มหนึ่งแถมยังเป็นภรรยาผู้ร้ายกาจและคอยขัดขวางความรักของพระเอกกับนางเอก สุดท้ายถูกทรมานจนตายอย่างน่าอนาถอยู่ในคุกใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงเดือนแสงตะวัน….

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ชื่อ ตัวละคร สถานที่ในเรื่องล้วนเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้นมาเท่านั้น

อัพนิยาย จันทร์ พุธ ศุกร์/หากไม่สบายหรือติดธุระก็จะแจ้งไว้ล่วงหน้าค่ะ

ตั้งแต่บทที่ 11 ขึ้นไปจะมีการติดเหรียญอ่านล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้นักเขียนได้มีกำลังใจปั่นนิยายไปจนจบนะคะ

สุดท้ายนี้ขอให้อ่านนิยายด้วยความสนุกสนานนะคะ

บทที่ 1 คืนเข้าหอ

บทที่ 1 คืนเข้าหอ

"หนึ่ง…คำนับฟ้าดิน สอง…คำนับพ่อแม่ สาม…คำนับกันและกัน เสร็จพิธี…"

สิ้นคำกล่าวของชายสูงวัยพวกเขาก็ส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องหอไปก่อนส่วนตัวเจ้าบ่าวนั้นยังคงอยู่ที่งานเลี้ยงสังสรรค์กับเหล่าบรรดาแขก

ภายในห้องหอที่ถูกตกแต่งไปด้วยผ้าม่านสีแดงและเครื่องประดับอื่นๆ อย่างงดงาม หลังจากส่งตัวเจ้าสาวเสร็จแล้วบรรดาสาวใช้ก็ทยอยออกจากห้องไปไม่นานความเงียบสงบก็เข้าปกคลุมภายในห้องอีกครั้ง

"เฮ้อ! "เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเยว่ซินดังขึ้น

ใช่แล้ว! ข้าไม่ใช่คนของแห่งโลกนี้ ที่จริงแล้วข้าเป็นหญิงสาวธรรมดาทั่วไปที่มีงานอดิเรกคือการอ่านนิยายแต่แล้ววันหนึ่งจู่ๆ ก็ถูกดูดเข้ามาในหนังสือนิยายเล่มหนึ่งที่เคยอ่านจบแล้วซึ่งมีชื่อว่า บุปผาเร้นใจ

โดยเนื้อเรื่องก็จะกล่าวถึงพระเอกนามว่าเหยียนจื่อห้าวซึ่งเป็นแม่ทัพหนุ่มแล้วได้พบรักกับนางเอกที่มีนามว่าหนิงเอ๋อซึ่งเป็นหมอหญิงและหลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ นานาจนได้ครองรักกันในที่สุด

ส่วนข้าได้เข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายนามว่าเยว่ซินซึ่งก็คือภรรยาตอนต้นเรื่องของพระเอกนั่นเอง

ส่วนตอนจบของนางร้ายเยว่ซินที่คอยขัดขวางความรักของพระเอกกับนางเอกก็ถูกทรมานจนตายอย่างน่าอนาถอยู่ในคุกใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงเดือนแสงตะวัน

โชคดีที่ข้ารู้เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้ทั้งหมดจึงทำให้สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิดในอนาคตได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ข้าจะแต่งงานกับพระเอกไปแล้วก็ตาม

หากเมื่อถึงเวลาที่นางเอกปรากฏตัวและได้พบเจอกับพระเอกแล้วตกหลุมรักซึ่งกันและกันแล้วข้าก็ควรจะปล่อยให้ทั้งสองได้รักกันอย่างมีความสุขดีกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงภัยอันตรายที่จะมาถึงตัว

หลังจากนั้นก็ขอหย่ากับพระเอกเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยเงินสักก้อนแค่นี้ข้าก็ไม่ต้องพบเจอกับโศกนาฏกรรมอันโหดร้ายทารุณนั่นอีกแล้ว

"ข้าเนี่ยฉลาดคิดจริงๆ คิ คิ คิ"เยว่ซินหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี

เยว่ซินนั่งรอเหยียนจื่อห้าวให้มาเปิดผ้าคลุมหน้าจนกระทั่งได้ยินเสียงคนเดินมาส่งเจ้าบ่าวข้างนอกห้อง

"นายท่าน คืนเข้าหอมีค่าดั่งทองพันชั่ง งั้นพวกข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ!"สิ้นคำกล่าวบ่าวชายทั้งสองที่มาส่งมาเหยียนจื่อห้าวก็เดินกลับไปทันที

เสียงก้าวเดินของชายหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูเสียงไอ'อะแฮ่ม'ดังขึ้นมือหนาผลักประตูห้องเข้ามาพลางค่อยๆ ย่างกรายเข้าใกล้ตัวเจ้าสาวที่นั่งรออยู่บนเตียง

เสียงเท้าก้าวเข้ามาใกล้ของชายหนุ่มส่งผลให้ใจดวงน้อยเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เยว่ซินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อชายหนุ่มก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้านาง

เหยียนจื่อห้าวยื่นมือมาเปิดผ้าคลุมหน้าของเยว่ซินออกและเป็นจังหวะเดียวกันที่ทั้งสองได้สบตากันใกล้ๆ เป็นครั้งแรก

ต่างฝ่ายต่างสังเกตใบหน้าของแต่ละคน

แม่ทัพหนุ่มเหยียนจื่อห้าวมีรูปลักษณ์หล่อเหลาสมคำร่ำลือจริง ๆ ไม่ว่าหญิงใดที่ได้พบเจอก็มักจะตกหลุมรักเขาได้ไม่ยากไม่เว้นแม้แต่เยว่ซินเอง

ส่วนแม่ทัพหนุ่มก็ทำเพียงมองใบหน้างดงามของนางนิ่ง ๆ ไม่ได้มีความรู้สึกยินดียินร้ายอะไรแสดงออกมาแต่อย่างใด

เยว่ซินเริ่มหลบสายตาอีกฝ่ายเมื่อรู้สึกว่าตนเองจ้องมองเขานานเกินไป แต่โชคดีที่เหยียนจื่อห้าวไม่ได้ว่าอะไร นางก็รู้สึกโล่งใจ

หลังจากเปิดผ้าคลุมหน้าเสร็จเขาก็หันเทสุรามงคลลงในจอกก่อนทั้งสองคนจะคล้องแขนดื่มจอกสุรามงคลด้วยกัน

เหยียนจื่อห้าวลอบมองเยว่ซินก่อนจะวางจอกสุราในมือลงพลางเอ่ยขึ้น"เสร็จพิธีแล้ว เข้านอนพักผ่อนเถอะ"เอ่ยจบเขาก็เดินมาถอดเสื้อผ้าตัวเองออกเหลือเพียงเสื้อตัวในก่อนจะเดินกลับมาที่เตียงแล้วห่มผ้าผ้าห่มนอนโดยหันหลังให้นาง

เยว่ซินรู้สึกอึ้งตะลึงกับความไวอย่างฉับพลันของเขา ตามต้นฉบับในนิยายแล้วแม่ทัพหนุ่มไม่ได้มีความชอบพอกับภรรยาเข้าหอคืนแรกเขาจึงออกจากห้องไปโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของฝ่ายหญิงเลย

กระทั่งเช้าวันต่อมามีข่าวลือว่าฮูหยินแม่ทัพไร้เสน่ห์และความสามารถจึงไม่อาจรั้งแม่ทัพเอาไว้ในคืนเข้าหอได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นางร้ายอย่างเยว่ซินรู้สึกเสียหน้าและไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง

งั้นคืนนี้ก็แสดงว่าเขาต้องออกไปแล้วทิ้งให้ข้าอยู่ในห้องเพียงลำพังทั้งคืนจนเกิดข่าวลือสิแล้วทำไมเขาต้องมานอนในห้องเดียวกันกับข้าล่ะ

นี่มันไม่ถูกต้องมันไม่เห็นเป็นไปตามต้นฉบับในนิยายเลย เอ๊ะ! หรือว่าข้าต้องหาวิธีไล่เขาออกไปหรือเปล่านะ!

เยว่ซินหันไปดูรอบ ๆ ห้องว่ามีผ้าห่มกับหมอนหรือเปล่านางจะได้เอามาปูนอนที่พื้นเพื่อหลีกเลี่ยงการนอนด้วยกันกับเหยียนจื่อห้าวบนเตียง

"ฮูหยิน! มัวทำสิ่งใดอยู่ นี่ก็ดึกมากแล้วยังไม่รีบขึ้นมานอนอีก!"ในขณะที่ข้ากำลังเดินไปหาหมอนกับผ้าห่มอยู่จู่ ๆ ก็ถูกคนที่นึกว่าหลับไปแล้วเอ่ยถามขึ้นมาซะงั้น

"คือ…"

"หรือว่าฮูหยินต้องการให้ข้าเดินไปอุ้มมาขึ้นเตียงเหรอ!"

"มะ…ไม่ใช่นะ…"

"ถ้าไม่ใช่ก็ขึ้นมานอนได้แล้ว!"

"อ่า…ได้!"

ถ้าข้าปฎิเสธที่จะไปนอนเตียงเดียวกันกับเขาล่ะก็จะถูกสงสัยแน่ เพราะเยว่ซินต้นฉบับหลงรักเหยียนจื่อห้าวสุดหัวใจและการแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นความต้องการของนางด้วยเช่นกันดังนั้นข้าก็ต้องทำเหนียนไปก่อน

หญิงสาวถอดเครื่องประดับบนศีรษะแล้วปล่อยผมสลวยสยายเต็มแผ่นหลังบางจากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดเหลือเพียงเสือในตัวบาง

หลังจากนั้นเยว่ซินก็เดินมาที่เตียงพลางล้มตัวลงนอนข้างชายหนุ่มโดยหันหลังให้เขาเช่นกันนางไม่ได้ดึงผ้าห่มมาห่มด้วย

จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักเยว่ซินเริ่มรู้สึกนอนไม่หลับเนื่องจากความหนาวนางจึงค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ตัวเหยียนจื่อห้าวก่อนจะสอดมือไปดึงผ้าห่มที่เขาห่มอยู่มาห่มคลายความหนาวบ้าง

เหยียนจื่อห้าวที่แกล้งหลับอยู่ก็ยกยิ้มมุมปากเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดึงผ้าห่มของหญิงสาวผ่านความมืดสลัวเขาจึงช่วยดึงผ้าห่มมาห่มให้นาง

เยว่ซินตกใจที่ชายหนุ่มยังไม่นอนแถมยังช่วยดึงผ้าห่มมาห่มให้นางอีกด้วย

"ขอบคุณเจ้าค่ะ!"เยว่ซินรู้สึกว่าสมควรขอบคุณเขาแล้วถ้าหากเขาไม่ใจดีช่วยแบ่งผ้าห่มให้นาง นางคงได้หนาวตายแน่

"อืม ทีนี่นอนได้แล้ว! พรุ่งนี้ข้ามีงานต้องไปทำตั้งแต่เช้า"สิ้นประโยคของเขาทุกอย่างรอบข้างก็กลับสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง

มีเพียงเยว่ซินที่ยังคงคิดไม่ตกจนนอนไม่หลับ

เฮ้อ! ช่างเถอะคิดมากไปก็รั้นแต่จะมีเรื่องปวดหัวตามมาซะเปล่า

เยว่ซินกระชับผ้าห่มพลางข่มตานอนหลับไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

ฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ??’•??’•??’•

บทที่ 2 การเยี่ยมเยียนของพระชายาแปด

บทที่ 2 การเยี่ยมเยียนของพระชายาแปด

หลายวันต่อ

จวนแม่ทัพเหยียน

"เสี่ยวหลิง มาช่วยข้าหวีผมแต่งตัวที"

"เจ้าค่ะฮูหยิน"

เยว่ซินต้องเตรียมตัวแต่เช้าเพราะวันนี้พระชายาแปดซึ่งเป็นสหายของเยว่ซินนามว่าจางถิงถิงจะเดินทางมาเยี่ยมนางในวันนี้

ส่วนแม่ทัพหนุ่มเหยียนจื่อห้าวมีงานที่ต้องไปทำที่ค่ายทหารจึงไม่ค่อยได้อยู่จวนมากนักและวันนี้ก็เช่นเคยเขาเข้าไปในค่ายทหารตั้งแต่เช้าตรู่

"เสร็จแล้วเจ้าค่ะ"

"อืม! ไหนดูสิ… ว้าว ช่างงดงามจริง ๆ ก็ข้าเป็นนางร้ายหน้าสวยนี่เนาะ คิ คิ คิ!"

"เออ… นางร้ายหน้าสวยหรือเจ้าคะ"

"อ้อ… เออ.. ไม่มีอะไรหรอก งั้นเราไปรอต้อนรับพระชายาแปดกันดีกว่า"เยว่ซินกลัวจะถูกสงสัยจึงแกล้งเปลี่ยนเรื่องทันที

"จะ..เจ้าค่ะฮูหยิน"

หลังจากนั้นทั้งสองคนนายบ่าวก็มายืนรอต้อนรับพระชายาแปดที่หน้าจวน ไม่นานนักรถม้าของพระชายาแปดก็แล่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าจวนก่อนที่ร่างอรชรของจางถิงถิงจะลงจากรถม้าด้วยท่วมท่าสง่างาม

เมื่อเห็นสหายของตนมาถึงแล้วเยว่ซินจึงไม่รอช้ารีบเข้าไปกล่าวทักทายทันทีตามด้วยสาวใช้อีกสามสี่คนรวมเสี่ยวหลิงด้วย

"คารวะพระชายาแปด ยินดีต้อนรับสู่จวนแม่ทัพเพคะ"เยว่ซินทักทายด้วยรอยยิ้มสดใสพลางเดินมาช่วยประคองพระชายาเดินเข้าจวน

หลังจากเข้าจวนมาแล้วจางถิงถิงก็ยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า"ซินเอ๋อต่อไปถ้าเราอยู่กันแค่สองคนก็เรียกข้าว่าถิงถิงเหมือนเมื่อก่อนเถอะนะ แต่ถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นค่อยเรียกข้าว่าพระชายานะ"

"เพคะ!"

"เดี๋ยว! เพคะอะไรกัน! อยู่กันแค่สองคนไม่เห็นต้องมากพิธีรีตองก็ได้ ข้าอยากให้เจ้าพูดกับข้าแบบเป็นกันเองมากกว่า อย่างเมื่อกี้น่ะมันดูห่างเหินกันเกินไป"

"ได้เลยเพคะ!"

"ซินเอ๋อ!!"

"แหะ ๆ ข้าล้อเล่นน่ะ ถิงถิงพวกเราเข้าไปข้างในห้องก่อนเถอะ"

หลังจากที่พูดหยอกล้อกันไปมาจบเยว่ซินก็พาจางถิงถิงเดินขึ้นสะพานที่ทอดยาวถึงศาลาสระบัวเพื่อมานั่งจิบชาพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ

บรรยากาศรอบ ๆ ศาลานั้นดูร่มรื่นเย็นสบายเหมาะแก่การนั่งจิบชายิ่ง บั้นท้ายงอนงามนั่งลงบนเก้าอี้ในศาลา หญิงสาวทั้งสองเริ่มเปิดบทสนทนาถึงเรื่องราวที่ผ่านมาขึ้นโดยมีสาวใช้คอยรินชาให้

"ซินเอ๋อ ต้องขออภัยด้วยที่ข้าไม่ได้มาร่วมงานแต่งงานของเจ้าเลย"จางถิงถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้า

"ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่สะดวกจะออกจากวังสักเท่าไหร่นัก"เยว่ซินกุมมือจางถิงถิงพลางยิ้มให้อีกฝ่าย

"เอาล่ะ เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่า"แววตาจางถิงถิงที่ดูเศร้าเมื่อสักครู่นี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นแววตาเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันควัน

"อืม!"เยว่ซินพยักหน้าโดยที่คิดว่าเรื่องที่จะคุยเป็นเรื่องราวสัพเพเหระทั่วไป

จางถิงถิงลอบยิ้มเจ้าเล่ห์โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้เห็นพลางเอ่ยถามขึ้น

"เข้าหอคือแรกเจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง"จางถิงถิงยิ้มกรุ้มกริ่มรอฟังคำตอบจากเยว่ซิน

"ฮะ! ไหงถึงถามเรื่องบนเตียงเช่นนี้ล่ะ…"แม้เยว่ซินจะไม่ได้มีเรื่องอย่างว่ากับเหยียนจื่อห้าวในคืนแรก แต่เมื่อโดนสหายคนสนิทถามขึ้นมาก็ทำให้นางมีอาการเขินอายเล็กน้อย

"เอ๋! หรือว่าลีลาบนเตียงของท่านแม่ทัพสุดยอดถึงขั้นที่ไม่สามารถพูดออกมาได้หรือเปล่า"จางถิงถิงเอ่ยหยอกล้อเยว่ซินกันสองคนแต่สาวใช้ที่อยู่บริเวณศาลาสระบัวต่างก็หน้าแดงเล็กน้อยหลังจากได้ฟังเจ้านายสาวทั้งสองพูดคุยถึงเรื่องอย่างว่า

"ฮึ่ม! ถิงถิงถ้าเจ้ายังคุยเรื่องนี้อีกล่ะก็ข้าจะไม่คุยกับเจ้าแล้วนะ"เยว่ซินทำท่าจะลุกขึ้นแต่ก็โดนจางถิงถิงห้ามไว้

"ได้ ๆ ไม่คุยเรื่องนี้แล้วก็ได้ นั่งลงก่อนนะ"จางถิงถิงรีบรั้งเยว่ซินเอาไว้

จากนั้นหญิงสาวทั้งสองก็คุยเรื่องสัพเพเหระทั่วไปพลางหัวเราะอย่างสนุกสนาน สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างยกขนมและน้ำชามาให้เจ้านายสาวทั้งสองได้ดื่มและกินเล่น

จนกระทั่งตกเย็น

จางถิงถิงก็ขอตัวกลับพระราชวังไปส่วนเยว่ซินก็กลับเรือนของนางเช่นกัน

"ฮูหยิน ท่านแม่ทัพกลับมาแล้วจึงให้บ่าวมาแจ้งว่าท่านจะมาทานข้าวกับฮูหยินที่เรือนขอรับ"บ่าวผู้นั้นรายงานจบก็ขอตัวกลับไปทำงานของตัวเองต่อ

เยว่ซินรู้สึกสับสนงุนงงถ้าหากอิงตามนิยายต้นฉบับแล้วเหยียนจื่อห้าวที่ถูกคลุมถุงชนแต่งงานกับคนที่เขาไม่ได้รักแล้วเขาต้องหลีกเลี่ยงการพบหน้าหรือไม่สนใจใยดีเลยด้วยซ้ำ แต่ทำไมเขาถึงต่างจากนิยายต้นฉบับขนาดนี้

"เสี่ยวหลิง"

"เจ้าคะ"

"เจ้าสั่งให้ในครัวยกอาหารที่ท่านแม่ทัพชอบมาที่ห้องได้เลย อีกเดี๋ยวเขาก็คงกลับมาแล้ว"

"เจ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้"

เสี่ยวหลิงออกไปทำงานของตัวเองทันที เยว่ซินกำลังวุ่นวายกับการคิดบทสนทนาระหว่างทานข้าวร่วมกับชายหนุ่มเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบเกินไปจนน่าอึดอัด

ครู่ต่อมาเหล่าสาวใช้ต่างช่วยกันยกอาหารหลักหลายรายการมาวางเสร็จสรรพบนโต๊ะ

เยว่ซินหันมาดูอาหารบนโต๊ะที่มีกลิ่นหอมน่าทานเหล่านั้น

อาหารน่าทานมีตั้งหลายอย่างขนาดนี้ลำพังแค่ข้ากับเขาจะกินหมดเหรอ…

ทันใดนั้นเองชายหนุ่มที่นางกำลังคิดถึงก็ปรากฏตัวต่อหน้า

ชิ! ตายยากซะจริงพูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ

เยว่ซินปั้นหน้ายิ้มหวานให้เหยียนจื่อห้าวพลางเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า

"ท่านพี่กลับมาแล้ว เรามาทานข้าวกันเถอะเจ้าค่ะ"

เหยียนจื่อห้าวทำเพียงพยักหน้าตอบแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ เยว่ซินกล่าวจบก็รอให้อีกฝ่ายนั่งลงก่อนจึงค่อยนั่งลงตาม

ทั้งสองคนเริ่มจับตะเกียบคีบอาหารเข้าปากแต่ถึงแม้ว่าอาหารจะมีรสชาติอร่อยเพียงใด เมื่อกินท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมและหน้าอึดอัดนี้แล้ว รสชาติกลับจืดชืดไม่ถูกปากเอาซะเลย

บทที่ 3 ระวังสัตว์ร้ายอาจจะถูกปลุกขึ้นมา

บทที่ 3 ระวังสัตว์ร้ายอาจจะถูกปลุกขึ้นมา

ระหว่างที่เยว่ซินกำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวอยู่นั้นเหยียนจื่อห้าวก็ลอบสังเกตสีหน้าไม่สบอารมณ์กับอาหารตรงหน้าของนางแล้วเอ่ยทักขึ้น

"เพราะอาหารไม่ถูกปากเจ้าหรือ ถึงได้กินเพียงเล็กน้อยเช่นนั้น"

"มะ… ไม่ใช่เจ้าค่ะ"

เยว่ซินรีบตอบกลับอีกฝ่ายอย่างพัลวันจนเหยียนจื่อห้าวชักอยากจะรู้ซะแล้วจึงเอ่ยถามต่อว่า

"งั้นเพราะเหตุใดเล่า"

"เพราะ…"

เพราะท่านยังไงเล่าข้าถึงได้กินอาหารไม่ค่อยลงไม่ใช่เพราะท่านเอาแต่หน้านิ่งราวกับกำลังจับผิดข้าอยู่ล่ะก็ข้าคงกินอาหารแสนอร่อยเหล่านี้จนหมดแล้ว…

"เพราะข้ายังไม่ค่อยชินกับอาหารที่นี่สักเท่าไหร่น่ะเจ้าค่ะ แหะ แหะ แหะ"เยว่ซินรู้ว่าคำตอบของตัวเองช่างฟังไม่ขึ้นเลย เลยแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน

"ข้าเข้าใจ! เจ้าคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกเยอะ เอาล่ะข้าอิ่มแล้ว เชิญฮูหยินกินต่อเถอะ"เหยียนจื่อห้าวลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินออกไปโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองคนตัวเล็กบนโต๊ะอาหารอีก

แผ่นหลังกว้างของเขาเดินออกจากห้องจนลับสายตาไปแล้วเยว่ซินที่รู้สึกเกรงเมื่อสักครู่ก็เริ่มผ่อนคลายขึ้น

เฮ้อ! ค่อยยังชั่วที่เขาออกไปแล้ว

"เสี่ยวหลิง"รู้สึกไม่อยากอาหารจึงเรียกให้สาวใช้ของนางมาเก็บอาหารบนโต๊ะไป

"เจ้าค่ะฮูหยิน!"เสี่ยวหลิงรีบเข้ามาในห้องรอรับคำสั่งทันที

"เจ้าเก็บอาหารเหล่านี้ไปทิ้งให้หมด"

"เจ้าค่ะ! จริงสิ! อาหารยังเหลือเยอะอยู่เลยหากจะทิ้งก็น่าเสียดายนะเจ้าคะ…"เสี่ยวหลิงทำหน้าเสียดายที่เจ้านายของนางจะทิ้งอาหารแสนอร่อยมากมายเหล่า

"เอาล่ะ เจ้ายกอาหารเหล่านี้ไปแบ่งให้เพื่อน ๆ ของเจ้าเถิด"เยว่ซินรู้ว่าเสี่ยวหลิงต้องการอะไรจึงเอ่ยอนุญาตทันที

"จริงหรือเจ้าคะ!"แววตาเศร้าเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นประกายขึ้นมาเมื่อเจ้านายสาวเอ่ยอนุญาตให้นางเอาอาหารเหล่าไปกินได้

หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวหลิงก็ช่วยเยว่ซินอาบน้ำหลังอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กำลังเตรียมตัวจะเข้านอน แต่ยังไม่เห็นวี่แววของเหยียนจื่อห้าวว่าจะเข้ามานอนในห้องเมื่อไหร่

"เสี่ยวหลิง! นี่มันยามไหนแล้ว?"

"เรียนฮูหยินนี่ยามห้ายแล้วเจ้าค่ะ"

"อ๋อ! งั้นก่อนออกไปเจ้าช่วยดับเทียนหน่อยนะข้าจะเข้านอนแล้ว"

"เจ้าค่ะ"

เยว่ซินขึ้นเตียงห่มผ้านอนส่วนเสี่ยวหลิงก็ดับเทียนในห้องก่อนจะออกไป ไม่รู้ทำไมคืนนี้นางถึงรู้สึกคิดถึงบ้านและที่ที่นางจากมาภายในใจพลางรู้สึกเหงาและอ้างว้าง

เปลือกตางามค่อย ๆ ปิดลงในไม่ช้าหญิงสาวก็เข้าสู่ห้วงนิทรา

สักพักประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาโดยเหยียนจื่อห้าว เมื่อตอนเย็นหลังจากทานข้าวเสร็จแล้วเขาก็ขอตัวกลับไปทำงานที่ห้องหนังสือต่อ

เขาก้มหน้าก้มตาทำงานจนไม่ได้ดูเวลาพอรู้ตัวอีกทีมันก็ดึกแล้ว

ภายในห้องมืดสลัวชายหนุ่มเดินมาถอดเสื้อชั้นนอกออกจากนั้นก็เดินตรงมายังเตียงที่ภรรยาของตนนอนอยู่

เหยียนจื่อห้าวค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังรบกวนร่างบางที่กำลังนอนฝันหวานอยู่

เยว่ซินนอนชิดด้านในสุดส่วนเหยียนจื่อห้าวนอนถัดจากนาง

ในขณะที่เหยียนจื่อห้าวกำลังจะเคลิ้มหลับอยู่นั้นก็ถูกเยว่ซินที่ฝันละเมอถึงมารดาในโลกความเป็นจริงก่อนเข้ามาในนิยายก็ละเมอเข้ามากอดเขาแน่นไม่ยอมปล่อยแม้มือหนาจะพยายามแกะออกแล้วก็ตาม

"แม่จ๋า… หนู.. คิดถึงแม่จังเลย… หนูอยากกลับบ้านเราแล้ว… ฮือ ฮือ ฮือ…"

เยว่ซินละเมอเพ้อถึงมารดาของตนเองพลางร้องไห้ท่ามกลางความฝันด้วยความคิดถึงมารดาเหยียนจื่อห้าวที่ได้ยินสิ่งที่นางละเมอนั้นก็เกิดความรู้สึกสงสารนางขึ้นมาบ้าง

มือหนาข้างหนึ่งโอบกอดร่างบางที่สะอื้นจนตัวโยนส่วนอีกข้างก็ลูบหัวของหญิงสาวเพื่อปลอบประโลมให้นางใจเย็นลง

ข้าไม่เคยปลอบใครมาก่อนเลยไม่รู้จะพูดอย่างไรดี แต่เอาตามที่ข้าสามารถทำได้ก็แล้วกัน

"โอ๋ ๆ เด็กดีไม่ร้องแล้วนะ ข้าจะนอนอยู่ข้าง ๆ เจ้านะ ไม่ต้องกลัวนอนเถอะ!"หลังจากกัดฟันฝืนใจพูดในสิ่งที่เขาไม่มีวันพูดออกมาได้ไปแล้วร่างบางข้างกายก็สงบลงอย่างน่าเหลือเชื่อ

เฮ้อ! ถ้าองค์ชายแปดฉีโจวเหวินมาได้ยินประโยคที่ข้าเพิ่งพูดมาเมื่อสักครู่นี้ล่ะก็เขาจะต้องหัวเราะเยาะข้าแน่

เพราะปกติแล้วภาพลักษณ์ภายนอกของเหยียนจื่อห้าวดูเป็นผู้ชายเงียบขรึมดูไม่น่ามีมุมอ่อนโยนเช่นนี้

จู่ ๆ เหยียนจื่อห้าวพลางรู้สึกร้อนวูบวาบบริเวณระหว่างขาปรากฏว่ามือบางของหญิงสาวกำลังลูบไล้ช่วงล่างของเขาไปมาจนทำให้เหยียนจื่อห้าวต้องกัดฟันกลั้นความรู้สึกแปลกประหลาดนี้เอาไว้

มือหนาจับมือบางไว้แน่นไม่ปล่อยให้ทำตามอำเภอใจได้ มิเช่นนั้นเขาเองก็เกรงว่าตนเองอาจจะไม่สามารถหยุดสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับไหลเอาไว้ได้

อาการหายใจติดขัดเมื่อสักครู่ก็ดูจะบรรเทาลงมาบ้างเขาพยายามข่มตานอนแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะมือบางเจ้าปัญหาของหญิงสาวแท้ ๆ เลยทำให้เขาหลับไม่ลงทั้งคืน

ฝากติดตามนิยายด้วยนะคะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...