ประเทศไทยเนื้อหอม! เริ่มต้นปี 67 ดึงดูดนักลงทุนจากจีนไม่ขาดสายหลังไทยประกาศข่าวการยกเว้นวีซ่า
.
โกลบอลไทมส์สื่อทางการจีนรายงานการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ฝั่งจีนและไทยเมื่อวันพุธ (3 ม.ค.) ว่า การลงทุนจากแดนมังกรสู่ประเทศไทยจะยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2567 ต่อเนื่องจากปี 2566 ซึ่งจีนกลายเป็นผู้ลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของไทย
.
นายซู เกินหลัว รองประธานบริษัทอมตะคอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ของไทยเปิดเผยว่า ในปีที่แล้วชุมชนธุรกิจชาวจีนแสดงความกระตือรือร้นเข้ามาลงทุนในไทยอย่างมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยนิคมอุตสาหกรรมของบริษัทอมตะมีคณะผู้แทนธุรกิจจีนมาเยือนไม่ว่างเว้น
.
นักวิเคราะห์ทั้งจีนและไทยระบุว่า การลงทุนของจีนที่เพิ่มขึ้นได้รับแรงหนุนจากภาคยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยนายหวง ปิน หัวหน้าแผนกจีนของศูนย์วิจัยกสิกร ในกรุงเทพฯ ระบุว่า แบรนด์รถเอ็นอีวีของจีนเกือบทั้งหมดเข้ามาลงทุนในไทยในปี 2566 เนื่องจากมาตรการจูงใจของรัฐบาลไทย เช่น โครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าอีวี 3.5
.
ซึ่งให้เงินอุดหนุนการซื้อยานยนต์พลังงานใหม่และมุ่งส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางของยานยนต์พลังงานใหม่ระดับภูมิภาค หรือมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรกลในการผลิตสำหรับนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนั้น ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปยังทำให้บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอย่างยิงบริษัทด้านพีซีบี จำนวนมากเข้ามาลงทุนในไทย เขายังคาดการณ์ว่านโยบายการยกเว้นวีซ่าถาวรจีน-ไทย เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2567 จะช่วยส่งเสริมการค้าและการลงทุนทวิภาคีอย่างค่อยเป็นค่อยไป
.
นายเหลย เสี่ยวหวา ผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนประจำสถาบันสังคมศาสตร์กว่างซี ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงระบุว่า รัฐบาลไทยกำหนดให้การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นเป้าหมายสูงสุด และมองการลงทุนจากจีนเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการพัฒนา โดยไทยมีห่วงโซ่อุปทานค่อนข้างสมบูรณ์ ข้อได้เปรียบด้านต้นทุนที่ต่ำ ตลอดจนประโยชน์และความสะดวกสบายที่ได้รับจากข้อตกลงการค้าหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมในระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2565 สิ่งเหล่านี้กำลังดึงดูดใจนักลงทุนจีน
.
ทั้งนี้ การลงทุนของจีนไหลเข้ามาในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเอแชร์ (A-share) อย่างน้อย 14 แห่งได้ประกาศขยายการลงทุนในไทย เช่น บริษัทแซ็ตวายเอ็นพี (ZYNP Corp) ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สันดาปในมณฑลเหอหนันระบุในรายงานที่ยื่นต่อตลาดหุ้นเมื่อวันเมื่อวันพุธ (3 ม.ค.) ว่า บริษัทกำลังสร้างฐานผลิตในประเทศไทยด้วยเงินลงทุนจำนวน 210 ล้านหยวน (ราว 1,012 ล้านบาท) บริษัทเซอร์กิต ฟาโบโลจี ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ อีควิปเมนต์ (Circuit Fetology Microelectronics Equipment Co) ผู้ผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ (พีซีบี) ในมณฑลอันฮุย ประกาศในวันเดียวกันว่า กำลังลงทุนด้วยเงินจำนวน 100 ล้านหยวน (ราว 482 ล้านบาท) เพื่อการจัดตั้งสาขา การซื้อที่ดิน และการก่อสร้างโรงงาน
.
นอกจากนั้น ยอดการค้นหาคำว่า “Bangkok” ใน Mafengwo แพลตฟอร์มการเดินทางของจีนพุ่งสูงถึง 200% เมื่อเที่ยงของวันอังคาร (2 ม.ค.) หลังจากนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ของไทยประกาศข่าวการยกเว้นวีซ่า
.
สำหรับการลงทุนโดยตรงของต่างชาติ (เอฟดีไอ) ในไทยนั้น จีนยื่นขออนุญาตเข้ามาลงทุนมากที่สุด มีสัดส่วน 24% ของมูลค่าเอฟดีไอ โดยให้คำมั่นในการลงทุนรวม 97,400 ล้านบาท สำหรับ 264 โครงการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนประเทศไทย
.
นายเหลย ระบุว่า ในปี 2567 ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียจะมีความโดดเด่นมากสำหรับการเข้ามาลงทุนของจีน
.
ที่มาข่าว : https://mgronline.com/china/detail/9670000000898
#ThePublisherth #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #ลงทุนไทย #ประเทศไทย #จีน