โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“WHART” พร้อมเติบโตต่อเนื่อง... ตั้งเป้าลงทุนเพิ่มทุกปี เฉลี่ย 3 – 5 พันล้านบาท !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 20 ส.ค. 2568 เวลา 20.40 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2566 เวลา 09.49 น.

Fun of Funds: “ทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” (Real Estate Investment Trust: REIT) เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับนักลงทุนทั่วโลกที่มองหาการลงทุนที่สามารถสร้างกระแสรายได้กลับมาให้อย่างสม่ำเสมอในรูปของ “เงินปันผล” นั่นเอง
โดยเฉพาะกองทรัสต์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้นด้วย เพราะจะมีทรัพย์สินใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมอยู่เสมอ ทำให้ระยะเวลาการหาประโยชน์จากทรัพย์สินก็จะขยายยาวต่อไปเรื่อยๆ นั่นหมายถึงประโยชน์ที่จะกลับมาสู่กองทรัสต์ด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ขนาดที่ใหญ่ขึ้น ก็จะช่วยในเรื่องของ “สภาพคล่อง” ที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน
สำหรับWHART: ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท” กองทรัสต์อุตสาหกรรม (Industrial) ที่ใหญ่สุดของไทย เป็นหนึ่งในกองทรัสต์ที่มีโมเดลการเติบโตที่ชัดเจนตั้งแต่ตั้งกองทรัสต์ โดยตั้งใจจะลงทุนเพิ่มทุกปีเฉลี่ยปีละ 3,000 – 5,000 ล้านบาท ให้ได้
ล่าสุดเตรียมลงทุนเพิ่มครั้งที่ 9 ใน “คลังสินค้า” ระดับ World-Class จาก “กลุ่มดับบลิวเอชเอ” (WHA) จำนวน 3 โครงการ มูลค่าไม่เกิน 3,567 ล้านบาท ดันสินทรัพย์สุทธิรวมขยับแตะ5.5 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญประโยชน์ผลตอบแทนของผู้ถือหน่วยก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย
แนวทางการเติบโตของกองทรัสต์ WHART จะเป็นเช่นไร ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย

WHART” มีแผนลงทุนเพิ่มทุกปี เฉลี่ย 3,000 – 5,000 ล้านบาท…มีโอกาสขยับไปลงทุนในต่างประเทศในอนาคต

โดย “อนุวัฒน์ จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจ.ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์” บอกว่า หนึ่งในความตั้งใจของกองทรัสต์ WHART คือ แผนการเติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านการลงทุนในทรัพย์สินที่มีคุณภาพเข้ามาในกองทรัสต์เฉลี่ย 3,000 – 5,000 ล้านบาท ทุกปี โดยจะคัดสรรทรัพย์สินที่มีคุณภาพเข้ามาลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งทางกลุ่มของ “บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น” (WHA)เอง มีทรัพย์สินที่มีคุณภาพในทำเลที่เป็นจุดยุทธศาตร์ด้าน Logistics ในไทยเป็นจำนวนมาก และแน่นอนก็มีโอกาสที่จะเจรจากับทางกลุ่ม WHA” เพื่อนำทรัพย์สินเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมในกองทรัสต์ WHART ได้ในอนาคต

(อนุวัฒน์ จารุกรสกุล)

“ทรัพย์สินที่ลงทุนคงไม่ได้จำกัดแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ทางกลุ่ม WHA เองก็มีทรัพย์สินในเวียดนามด้วยเช่นกัน ในอนาคตก็มีโอกาสที่กองทรัสต์ WHART จะขยายการลงทุนไปต่างประเทศได้เช่นกัน”
อย่างไรก็ตาม กองทรัสต์ WHART เองไม่ได้จำกัดการลงทุนในทรัพย์สินของกลุ่ม “WHA” เท่านั้น ทรัพย์สินที่เป็นโรงงานและคลังสินค้าที่มีคุณภาพของเจ้าของอื่นๆ เราก็สามารถจะลงทุนได้เช่นกัน และที่ผ่านมาก็มีการศึกษาเพื่อเข้าไปดูทรัพย์สินของรายอื่นๆ ด้วย เพียงแต่ทรัพย์สินนั้นยังดีไม่พอเมื่อเทียบกับ “WHA” เท่านั้นเอง แต่ไม่ได้ปิดโอกาสแต่ประการใด
“ช่วงที่ผ่านมาก็มีการเดินสายโรดโชว์ในต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความน่าสนใจของกองทรัสต์ WHART ได้เป็นอย่างดี และในอนาคตก็น่าจะมีสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่สัดส่วนอาจจะยังไม่มากนักประมาณ 1% เท่านั้น

“ขนาดที่ใหญ่” เพิ่มความน่าสนใจ-มีการกระจายตัวที่ดีของผู้เช่า/กลุ่มอุตสาหกรรม…ลดผลกระทบจากการพึ่งพิงผู้เช่ารายใดรายหนึ่งได้เป็นอย่างดี

การลงทุนเพิ่มครั้งที่ 9 ก็เป็นหนึ่งในแผนการเติบโตของกองทรัสต์เช่นกัน ซึ่งหลังการลงทุนเพิ่มกองทรัสต์ WHART จะมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 55,238.27 ล้านบาท รั้ง “เบอร์หนึ่ง” กองทรัสต์ Industrial ที่ใหญ่สุดในไทยต่อเนื่อง มีพื้นที่เช่ารวมกว่า 1.9 ล้านตร.ม. เลยทีเดียว โดยจะมีมีสัดส่วนของ Free Hold 49% และ Lease Hold 51% โดยสัดส่วนของ “คลังสินค้า” เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 90.40% และ “โรงงาน” 9.60% ซึ่งหากแบ่งตามรูปแบบอาคารยังใกล้เคียงเดิมประกอบด้วย Built-to Suit 46.88% และ General Warehouse 53.12%
“คลังสินค้า” & “โรงงาน” ของกองทรัสต์ WHART นั้น เป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพและตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้าน Logistics ที่เป็นจุดเชื่อมต่อด้านการขนส่งสินค้าที่สำคัญของไทยไม่ว่าจะเป็นถ.บางนา-ตราด, EEC, อยุธยา-สระบุรี และสมุทรสาคร

“นั่นทำให้บางพื้นที่ผู้เล่นใหม่ๆ จะเข้ามาได้ยาก เช่น ถ.บางนา-ตราด ทรัพย์สินค่อนข้างจะมีจำกัดแล้ว อาจจะมีบางที่เป็นผู้ประกอบการท้องถิ่นแต่ก็จะไม่ใหญ่มากนัก ตรงนี้ก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่าบางครั้งการจะเข้าไปลงทุนในในลักษณะของ Free Hold เองก็ไม่ง่ายเช่นกัน”
การที่กองทรัสต์ WHART มีขนาดใหญ่ขึ้นก็ช่วยในเรื่องของการกระจายตัวของผู้เช่าที่ดีมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งในแง่ของสัญชาติผู้เช่า ปัจจุบันมีผู้เช่าที่เป็นสัญชาติไทย 32.77%, เอเชีย 21.35%, ยุโรป 20.67%, ญี่ปุ่น 14.15% และสหรัฐอีก 11.06% รวมถึงการกระจายตัวกลุ่มอุตสาหกรรมที่มาเช่า นี่ คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ช่วง COVID-19 กองทรัสต์ WHART จึงไม่ได้รับผลกระทบไม่มาก เพราะมีการกระจายตัวของทรัพย์สินและผู้เช่าที่ดีนั่นเอง
“นั่นจึงไม่น่าแปลกใจว่าตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์ WHART มานั้น มีอัตราการเช่าพื้นที่ค่อนข้างสูงเฉลี่ยประมาณ 90% มีอายุสัญญาเช่าเฉลี่ย 4.16 ปี มากสุดในกลุ่มของ REIT อุตสาหกรรมอีกด้วย ที่สำคัญสามารถจ่ายปันผลได้ต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่ตั้งกองทรัสต์มา แม้ในปีที่เจอวิกฤติ COVID-19 ก็ตาม”
นอกจากนี้ กองทรัสต์ยังบริหารสัดส่วนของหนี้ไม่ให้เกิน 30% เพื่อสร้างสมดุลของแหล่งเงินลงทุนของกองทรัสต์อีกด้วย ซึ่งปัจจุบันก็มีสัดส่วนของหนี้ต่ำประมาณ 26% หลังลงทุนเพิ่มจะขยับมาเล็กน้อยประมาณ 27 – 28% เท่านั้น
ปัจจุบันกองทรัสต์ WHART อยู่ระหว่างเปิดให้จองซื้อ โดยให้ “ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิม” จองซื้อระหว่างวันที่ 1,4 และ 6-8 ธ.ค. ผ่านเว็บไซต์ K-My Invest และสาขาธนาคารกสิกรไทย และ “ประชาชนทั่วไป” จองซื้อระหว่างวันที่ 13 -15 และ 18 ธ.ค. ผ่านธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย บล.เมย์แบงก์ และธนาคารซีไอเอ็มบีไทย
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในกองทรัสต์เพื่อสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทรัสต์มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...