กสทช.แจง หลังมีดราม่า “ทรู-ดีแทค” สัญญาณล่มบ่อย ยัน! ไม่พบค่าบริการแพง
สืบเนื่องจากการควบรวมกิจการ ของ ทรูและดีแทค เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 66 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด (19 ธ.ค. 66) ทางสภาผู้บริโภค เริ่มเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีผู้บรโภคร้องเรียนเรื่องปัญหาคุณภาพบริการต่ำลงแต่ค่าบริการขยับสูงขึ้น และมีการตั้งข้อสงสัยว่าปัญหาเหล่านี้มาจากการที่ กสทช. ปล่อยให้มีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมหรือไม่
ซึ่งทาง กสทช. ได้ชี้แจงถึงกรณีการควบรวมกิจการ ว่า การควบรวมทรู-ดีแทค ทำสัญญาณล่มบ่อย ยืนยันได้ติดตามการดำเนินงานหลังการควบรวมมาโดยตลอด และยังไม่พบว่า อัตราค่าบริการ เกินกว่าเงื่อนไขที่กำหนดไว้
นอกนั้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับการได้รับข้อความสั้น มาตรฐานการให้บริการ และการคิดค่าบริการผิดพลาด โดยย้ำว่า กสทช. ไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาเรื่องร้องเรียนต่างๆ
สำหรับประเด็นความเคลื่อนไหวหลังการควบรวมกิจการของทรู-ดีแทค มติของ กสทช. ระบุว่า หลังการควบรวมกิจการต้องมีการลดเพดานอัตราค่าบริการเฉลี่ยลง 12% ให้ได้ภายใน 90 วันนั้น กสทช. ได้ติดตามการดำเนินกิจการแล้ว พบว่า ได้ทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ กสทช. ยังได้สุ่มตรวจสปีดความเร็วของอินเทอร์เน็ตในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ 77 จังหวัด พบว่า คุณภาพการให้บริการไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้
ด้านพันตำรวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ โฆษกประจำประธาน กสทช.ด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ และบริหารงานสำนักงาน กสทช. ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการ กสทช.ทั้ง 4 คน ทำหนังสือด่วนที่สุด เพื่อเสนอให้บรรจุเรื่อง “การรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์และผลกระทบต่อผู้บริโภค จากคุณภาพสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และปัญหาอัตราค่าบริการสูง และการเปลี่ยนแปลง package จากการให้บริการของทรูและดีแทค เข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 23 / 2566 ในวันที่ 20 ธ.ค. 66 ด้วยว่าไม่ทราบจุดประสงค์ของคณะกรรมการทั้ง 4 คน เนื่องจากการติดตามควมรวมทรู-ดีแทค ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุมทุกครั้งมาโดยตลอด โดยในวันพรุ่งนี้ จะมีการนำวาระเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม