โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน ‘วัด’ จุดเสี่ยงลูกน้ำยุงลายสูงสุด ร่วมงานบุญต้องป้องกันโรคไข้เลือดออก

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 พ.ย. 2566 เวลา 07.44 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2566 เวลา 07.44 น. • The Bangkok Insight

กรมควบคุมโรค เผยปีนี้พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกแล้วกว่า 1.2 แสนราย ย้ำร่วมงานบุญไม่ประมาท "วัด" ยังเป็นจุดเสี่ยงที่มีลูกน้ำยุงลายสูงสุด

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนอธิบดี กรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 1 พฤศจิกายน 2566 มีผู้ป่วยสะสม 123,081 ราย เสียชีวิต 139 ราย

โรคไข้เลือดออก

สำหรับผู้ป่วยในปีนี้พบว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน 3.4 เท่า ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ล่าสุด 3,613 ราย และอัตราป่วยตายสูงสุดอยู่ในกลุ่มอายุ 25-34 ปี แม้จะพบการรายงานผู้ป่วยลดลง แต่ในบางพื้นที่ยังคงพบการระบาดอยู่

ที่น่าเป็นห่วงคือ ช่วงนี้ประเทศไทยมีเทศกาลบุญต่อเนื่องหลังออกพรรษา เช่น ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และลอยกระทง เทศกาลดังกล่าวจะมีประชาชนเข้าวัดทำบุญมากมาย ย้ำการจัดการให้วัดปลอดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย และป้องกันยุงลายกัด นอกจากนี้เป็นช่วงเปิดเทอมของสถานศึกษาทั่วประเทศด้วย

ล่าสุดข้อมูลเฝ้าระวังสถานการณ์โดยการสำรวจลูกน้ำยุงลายเพื่อประเมินความเสี่ยงยุงลายในพื้นที่หลัก 7ร. คือ กลุ่มโรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์) โรงแรม/รีสอร์ท โรงเรือน (บ้าน/อาคาร) โรงเรียน โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาลและสถานที่ราชการ

จากการสำรวจพบว่า วัดเป็นสถานที่ที่พบลูกน้ำยุงลายสูงสุด คือ 60.9% รองลงมาคือโรงงาน/สถานที่โดยรอบ 55.6% และโรงเรียน 46%ตามลำดับ จึงเป็นความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคติดต่อนำโดยยุงลาย

ทั้งนี้ ต้องขอให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมมือกันเข้าไปจัดการสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเร่งรัดการกำจัดลูกน้ำยุงลายในภาชนะน้ำขังต่างๆ เช่น ถัง/อ่างน้ำในห้องน้ำ จานรองกระถางต้นไม้ที่ปลูกประดับไว้ แจกันไหว้พระ แจกันพลูด่าง/อ่างบัว ยางรถยนต์เก่า
ที่จัดเป็นสวนนั่งเล่น และขยะบริเวณโดยรอบ เป็นต้น

นพ.ธงชัย กล่าวว่า ขอเน้นย้ำเพื่อให้ความรู้ คือ โรคไข้เลือดออกเกิดจากติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มีอยู่ 4 สายพันธุ์ ดังนั้นคนคนหนึ่งจะเป็นโรคไข้เลือดออกได้ 4 ครั้ง และหากได้รับเชื้อซ้ำในต่างสายพันธุ์กันจะเสี่ยงทำให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น

หากพบผู้สงสัยว่าป่วยไข้เลือดออก เช่น มีไข้สูง ทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลดลงนานเกิน 2 วัน หน้าแดง ตาแดง ปวดท้องถ่ายดำ มีเลือดออกตามไรฟัน หรือเลือดกำเดา ให้สงสัยว่าอาจป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก อย่าปล่อยไว้ ให้รีบไปรับการรักษาจะช่วยลดโอกาสเสียชีวิตลงได้ ทั้งนี้ให้ผู้ป่วยป้องกันยุงลายกัดโดยทายากันยุง และรีบกำจัดยุงในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเดงกีต่อให้กับผู้อื่น

นพ. ธงชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขมีชุดตรวจวินิจฉัยเร็วที่สามารถตรวจได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หากได้รับวินิจฉัยและการรักษาอย่างรวดเร็วก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการช็อกจนทำให้เกิดการเสียชีวิตได้

ที่สำคัญคือ เมื่อเป็นไข้ห้ามซื้อยาลดไข้กลุ่มเอ็นเสด เช่น ไอบูโพรเฟน หรือยาแอสไพริน ทานเด็ดขาด เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ให้ใช้ยาพื้นฐานคือ ยาพาราเซตามอลทานก่อน

นอกจากนี้ จากการสอบสวนหาสาเหตุของผู้เสียชีวิต ยังพบปัจจัยเสี่ยงที่ต้องย้ำเตือนคือ การไปรับการตรวจวินิจฉัยช้าในผู้ใหญ่ ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งมักมีโรคประจำตัวทำให้เพิ่มความเสี่ยง เช่นโรคตับแข็งจากการติดสุราเรื้อรังในผู้ชาย การอยู่ในช่วงมีประจำเดือนในผู้หญิง ส่วนปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในเด็กพบว่าเป็นภาวะอ้วน

พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดยปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้านให้สะอาด ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในบ้านและรอบบ้าน ให้มีความเป็นระเบียบ แสงแดดส่องเข้าถึง ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง เก็บขยะบริเวณรอบบ้านไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และ เก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด จัดการภาชนะไม่ให้มีน้ำขัง เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์ ป้องกันยุงลายมาวางไข่

อีกทางเลือกหนึ่งคือ การป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด โดยการทาโลชั่นกันยุง นอนในมุ้ง มีมุ้งลวด ใช้ยาจุดกันยุง และใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาว

ปัจจุบันมีวัคซีนไข้เลือดออก 2 ชนิดที่ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย เป็นวัคซีนทางเลือกที่มีให้บริการในภาคเอกชน โดยกำลังติดตามข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิผลในภาคสนามจริงเพื่อพิจารณาการใช้เป็นมาตรการร่วมกับการป้องกันยุงลายต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...