ประกาศรายชื่อ 107 ราย ผู้ผ่านข้อเขียนผู้ช่วยผู้พิพากษาสนามใหญ่ปี 2564
“พศวัจน์” ปธ.ศาลอุทธรณ์ประกาศรายชื่อ 107 รายชื่อ ผู้ผ่านข้อเขียนผู้ช่วยผู้พิพากษาสนามใหญ่ปี 64 เด็กต้นกล้าตุลาการเจ๋ง อีกเเล้ว เข้าวิน 5 คน “สุริยัณห์” อดีตโฆษกศาลฯชี้วัตถุประสงค์โครงการมุ่งค้นหาเส้นทางชีวิตอาชีพที่เหมาะสมตัวเอง
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพศวัจน์ กนกนาก รองประธานศาลฎีกา ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ ประธานกรรมการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ประจำปี พ.ศ. 2564 ได้ลงนามประกาศคณะกรรมการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ประจำปี พ.ศ. 2564 เรื่อง รายชื่อผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนในการสอบคัดเลือก เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ประจำปี พ.ศ. 2564 โดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 9 แห่งระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยการสมัคร การสอบคัดเลือก และการทดสอบความรู้ เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้พิพากษา พ.ศ. 2558 ให้ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนตามรายชื่อ แนบท้ายประกาศ ดำเนินการตามรายละเอียดแนบท้ายประกาศนี้
โดยสามารถตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ประจำปี พ.ศ.2564 ทั้ง 107 รายเเละรายละเอียดการดำเนินการหลังจากนี้ได้ ตามลิงค์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการสอบผู้ช่วยฯสนามใหญ่เฉพาะครั้งนี้มีผู้ที่ผ่านการอบรมค่ายต้นกล้าตุลาการถึง 5 คนได้เเก่ นายนราพงษ์ พวงไทยลำดับ 17 , นายปราเมศ เทพรักษ์ ลำดับ 21, นายธัญรัช ธัญญะกิจ ลำดับที่ 47,นายฤกษ์ดี โต๊ะหะ ลำดับที่ 53,นายวงศพัทธ์ เเสงปุตตะ ลำดับที่ 62 โดยในการสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาที่ผ่านมานั้นยังเคยมีผู้ที่ผ่านการอบรมจากค่ายต้นกล้าฯรุ่น1 ได้เเก่ นาย ศตพัฒน์ เเขกเพ็ง ซึ่งเข้าสอบครั้งเเรกหลังจากอายุครบ 25 ปีตามระเบียบฯ ผู้สอบผู้ช่วยผู้พิพากษาคะเเนนสูงเป็นอันดับที่ 1 ของการสอบผู้ช่วยประจำปี 2562 อย่างในรุ่นนี้ นายนราพงษ์ ที่สอบได้ลำดับที่ 17 ก็เคยสอบอัยการผู้ช่วยฯ สนามใหญ่ปี 2563 ได้
นาย สุริยัณห์ หงษ์วิไล อดีตโฆษกศาลยุติธรรมประธานคณะทำงานดำเนินการจัดกิจกรรมจัดค่ายต้นกล้าตุลาการ กล่าวว่า น้องๆที่ผ่านโครงการต้นกล้าตุลาการนับเป็นทรัพยากรบุคคลที่ดีของสังคม มีเส้นทางชีวิตที่ชัดเจน ส่วนใหญ่แม้จะเรียนทางด้านกฎหมายแต่ก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน บางส่วนยังมุ่งมั่นบนเส้นทางสายตุลาการ บางส่วนอาจเลือกสอบสนามอื่น ๆ เช่น อัยการผู้ช่วย หรือเป็นทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย นิติกรตามหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อีกส่วนหนึ่งที่เรียนด้านอื่นก็ล้วนมีเส้นทางชีวิตที่ดีสมตามเจตนารมณ์ของโครงการที่มุ่งให้น้องๆ ค้นหาเส้นทางชีวิตและอาชีพที่เหมาะสมกับตัวเอง ดูแลตัวเอง ครอบครัวและสังคมไปพร้อมๆกันได้อย่างมั่นคง
สำหรับโครงการต้นกล้าตุลาการ ที่จัดโดยสำนักงานศาลยุติธรรม จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมและการดำเนินงานของศาลยุติธรรมเพื่อจะได้นำความรู้และประสบการณ์ไปใช้เป็นเกราะปกป้องสิทธิและเสรีภาพให้แก่ตนเอง ในโครงการยังมีการแนะนำแนวทางการศึกษาต่อในวิชาชีพกฎหมายอีกด้วย ซึ่งเยาวชนจะได้ใช้เวลาช่วงเข้าค่าย 6 วัน 5 คืน เพื่อเรียนรู้และค้นหาตัวเองว่าเหมาะกับวิชาชีพนักกฎหมายหรือไม่ ในขณะเดียวกันยังมีการนำวัฒนธรรมองค์กรและคุณธรรมจริยธรรมที่งดงามของศาลยุติธรรมและสังคมไทย เช่น ความซื่อสัตย์สุจริต การทำงานเพื่อสังคม การเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง มาสอดแทรกในกิจกรรมให้เยาวชนนำไปปรับใช้ในชีวิตเพื่อให้เป็นทั้งคนเก่งและคนดีของสังคม เนื่องจากเห็นว่าการบ่มเพาะและการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้ผู้คนในสังคมเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน อย่างปกติสุขทั้งนี้ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการค่ายต้นกล้าตุลาการ จะต้องเป็นเยาวชนที่มีอายุระว่าง 15-18 ปี กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าจากทั่วประเทศ
ในปัจจุบันค่ายต้นกล้าตุลาการมีการจัดมาต่อเนื่องทุกปีเเละจัดมาเเล้ว 10 รุ่น มีนาย สุริยัณห์ อดีตโฆษกศาลยุติธรรม เป็นประธานคณะทำงานดำเนินการจัดกิจกรรมจัดค่ายต้นกล้าตุลาการ ซึ่งก็มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทุกปี เเต่ในส่วนการจัดกิจกรรมรุ่นที่ 11 เนื่องจากติดวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด จึงต้องเลื่อนการจัดค่ายออกไป