โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เวียดนามไฟดับ สะเทือนถึง “นักลงทุนไทย”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 พ.ค. 2566 เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2566 เวลา 08.27 น.

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : กษมา ประชาชาติ

กรณีประเทศเวียดนามเริ่มวางแผนเวียนดับไฟฟ้าทั่วประเทศ รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจในเมืองฮานอยและโฮจิมินห์ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ทำให้บางพื้นที่ต้องดับไฟนานถึง 7 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศร้อนจัด ปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง เนื่องจากถ่านหินที่นำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน ประกอบกับเขื่อนขนาดใหญ่ 13 แห่งของเวียดนามได้เดินเครื่องไปในช่วงที่ก๊าซมีราคาแพง จึงมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับวิกฤต นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นตกใจในบรรดานักลงทุนไม่น้อย

เวียดนามเป็นประเทศที่มีประชากร 100 ล้านคน เศรษฐกิจก็เติบโตปีละ 7% มาตลอด แม้ว่าจะมีโควิดแต่จีดีพีเวียดนามไม่กระทบกระเทือนมากนัก มีนักลงทุนต่างชาติรวมถึงไทยแห่เข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตและส่งออกสินค้าจากเวียดนามไปยังตลาดต่าง ๆ ที่ทำความตกลงเปิดการค้าเสรี (FTA) กว่า 50 ฉบับ ทั้งความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ความตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป (EVFTA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งจะได้สิทธิพิเศษจากการลดภาษีมากกว่าการลงทุนในไทยที่ไม่มีทั้งเอฟทีเอ CPTPP หรือไทย-ยูโรป ทั้งยังขาดแคลนแรงงานกว่า 5 แสนคนต้นทุนค่าแรงก็สูง และต้นทุนค่าไฟฟ้าก็แพงกว่าเท่าตัว “นักลงทุน” เริ่มฮึมขู่ว่าจะย้ายฐานไปเวียดนาม หากรัฐบาลไม่ปรับลดค่าไฟฟ้าลงไปอีก

กระทั่งเกิด “ปัญหาไฟดับ” จึงเกิดการตั้งคำถามว่าหลังจากนี้อาจจะลมเปลี่ยนทิศหรือไม่ อุตสาหกรรมที่ต้องการความเสถียรด้านพลังงานอาจจะหันกลับมามองไทยเป็นทางเลือกหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นผลสเต็ปต่อไป

แต่อีกด้านนี่อาจจะเป็นโอกาสของ “ผู้ผลิตไฟฟ้าของไทย” ในการขยายการลงทุนไปเวียดนาม

แหล่งข่าวในวงการพลังงานมองว่า สาเหตุที่ไฟดับเพราะเดิมเวียดนามมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าไม่สอดคล้องกับการเติบโต มุ่งโปรโมตพลังงานหมุนเวียนทั้งลม และโซลาร์อย่างมาก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าพลังงานหมุนเวียนไม่ได้
มีความเสถียร หากมีอุปสรรคเรื่องดินฟ้าอากาศ ก็ทำให้การผลิตไฟฟ้าไม่ได้ตามแผน

รัฐบาลทราบถึงความท้าทายเรื่องนี้ดี จึงได้เร่งแผนพลังงานฉบับใหม่ ฉบับ 8 คล้ายแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (แผนพีดีพี) ของไทย โดยมุ่งเพิ่มการผลิตผลิตไฟฟ้าจากแอลเอ็นจี และถ่านหิน มากขึ้น

หากดูตามแผนพลังงานฉบับนี้ ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอีก 20-30 ปีข้างหน้าจะเป็น 150,000 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าฟอสซิลมากขึ้น เพื่อรองรับกับความต้องการ ส่วนใช้ไฟฟ้าของเวียดนามปัจจุบันเฉลี่ยใช้ 40,000 เมกะวัตต์ (สูงกว่าไทยอยู่ที่ 36,000 เมกะวัตต์) นี่น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าภาคเอกชนขนาดใหญ่ (IPP) ของไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...