โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยู่ไทย 3 วัน พี่ควาญชี้ 'พลายศักดิ์สุรินทร์' ไม่ดื้อ-ชีวิตดีขึ้น เปิดอาการล่าสุดที่ยังน่าห่วง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 ก.ค. 2566 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2566 เวลา 05.39 น.

3 วันแล้ว! ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ อยู่บ้านที่เมืองไทย กินอาหาร ใช้ชีวิตดีขึ้น ด้านคชบาลฯจัดควาญดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเผยอาการป่วย ทั้งตาเป็นต้อกระจก ขาหน้างอไม่ได้ และฝีที่สะโพก

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เข้าสู่วันที่ 3 แล้วที่ พลายศักดิ์สุรินทร์ หรือมธุราชา อายุ 30 ปี ที่ขณะนี้มาอยู่บนผืนแผ่นดินไทย ได้กลับบ้านเกิด ได้กลับมาตุภูมิประเทศไทย หลังไปเป็นช้างทูตสันถวไมตรีอยู่ในประเทศศรีลังกานานกว่า 20 ปี กระทั่งเกิดเจ็บป่วยจึงมีการพาขึ้นเครื่องบินกลับมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา และเคลื่อนย้ายช้างจากท่าอากาศยานเชียงใหม่มาดูแลรักษาตัวยังสถานที่แรกรับ ศูนย์วิจัยและเฝ้าระวังโรค สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง

ซึ่งสถานที่แรกรับขณะนี้มีการกั้นพื้นที่เฝ้าระวังโรคเต็มรูปแบบ 100% เพื่อเฝ้าระวังโรค 30 วัน ตามระเบียบการควบคุมโรคระบาดสัตว์ กรมปศุสัตว์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อบางชนิด เนื่องจากเป็นช้างที่มาจากต่างประเทศ

ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์หลังเดินทางมาอยู่ที่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ก็อารมณ์ดีขึ้นทุกวัน กินอาหารได้เยอะขึ้น ขับถ่ายเป็นปกติ ควาญดูแลง่าย

ซึ่งสถาบันคชบาลแห่งชาติฯ ได้จัดควาญช้าง 4 คนดูแล มีการสับเปลี่ยนเวรควาญ เข้าดูแลผลัดละ 2 คน โดยเป็นควาญช้างที่เคยเดินทางไปฝึกช้างและดูแลช้างที่ประเทศศรีลังกา ก่อนที่จะขึ้นเครื่องบินกลับมายังประเทศไทย ส่วนควาญช้างที่ติดตามมาจากประเทศศรีลังกาก็ยังมาดูแลช้างพลายศักดิ์สุรินทร์อยู่ไม่ห่าง ซึ่งสถาบันคชบาลแห่งชาติก็ได้ดูแลเรื่องที่พักและอาหารการกินเป็นอย่างดี เพื่อร่วมกันดูแลรักษาช้างเชือกนี้ที่บินกลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่ประเทศไทย

นายทรชัยสิทธิ์ ศิริ ควาญช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ที่ดูแลช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ เปิดเผยว่า ช้างมีอาการดีขึ้นตามลำดับ หลับๆ ตื่นๆ เป็นอาการปกติ มีการล้มตัวลงนอนกับพื้นทรายเป็นบางช่วงด้วย ถือว่ามีอาการที่ดีขึ้นกว่าที่อยู่ในประเทศศรีลังกา จึงทำให้ช้างกินอาหารได้ดีขึ้น มีชีวิตดีขึ้น รู้สึกได้ว่าช้างสบายใจขึ้นเมื่อมาอยู่ที่นี่

ขณะนี้ทั้งช้างและคนก็มีการปรับตัวเข้าหากัน มีการฝึกสอนการควบคุม และฝึกดูแลช้างด้วยภาษาไทย เพราะตอนที่อยู่ประเทศศรีลังกาก็ใช้ภาษาที่นั่นในการควบคุม สำหรับช้างพลายศักดิ์สุรินทร์มีนิสัยน่ารัก ไม่ดุร้าย ให้ความร่วมอย่างดีในระหว่างการฝึกปรับตัว

ส่วนอาการเจ็บป่วยที่เห็นชัดและน่าห่วงคือที่ขาหน้าซ้ายที่งอไม่ได้ ก็ถือว่ากระทบต่อการยืนและการเดิน แต่ช้างก็ยังใช้ค้ำยันในการล้มตัวลงนอน และลุกขึ้นยืนได้

ด้านนายสุรัตน์ชัย อินทร์วิเศษ ผู้อำนวยการสถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เน้นย้ำขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เรามีศักยภาพ เรามีความพร้อมทั้งบุคลากรด้านการแพทย์ เรามีทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการดูแลช้างทุกด้าน รวมถึงโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ในการดูแลช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ขณะที่มาอยู่ประเทศไทย และอยู่ในความดูแลของสถาบันคชบาลแห่งชาติ ขอให้ประชาชนสบายใจ

“ในการติดตาม เฝ้าระวัง และดูพฤติกรรมของช้างตลอด 24 ชั่วโมง มีกล้องวงจรปิด CCTV ดูแลพื้นที่อยู่โดยรอบ ทั้งภายในพื้นที่ศูนย์วิจัย และบริเวณคอกดูแลช้าง สำหรับประชาชนที่คิดถึงและห่วงใยช้างก็สามารถติดตามผ่านการไลฟ์สดผ่านเพจ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง The Thai Elephant Conservation Center Lampang (https://www.facebook.com/elephantcenter/) วันละ 2 ครั้ง เวลา 14.00-14.30 น. และ 16.00-16.30 น.ของทุกวัน”

สาเหตุที่ทำการไลฟ์สดในช่วงบ่ายเนื่องจากว่าในช่วงเช้าจะเป็นช่วงที่ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทำการตรวจดูแลช้างที่มีอาการเจ็บป่วย ทั้งขาหน้าซ้ายที่งอไม่ได้ ฝีบริเวณสะโพกขาหลังทั้งสองข้าง ตลอดจนมีการฝึกควบคุมช้างด้วยภาษาไทย มีการปรับพฤติกรรมช้างให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม และควาญช้าง ซึ่งขณะนี้ช้างก็เข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ช่วงบ่ายที่ช้างได้พักผ่อนจึงเกิดความสะดวกในการไลฟ์สดรายงานชีวิตความเป็นอยู่ของช้างพลายศักดิ์สุรินทร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากไลฟ์สดวันแรก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ทั้งเข้าชมและกดไลค์ถูกใจหลายหมื่นคน และได้เห็นอิริยาบถที่ผ่อนคลาย ช้างอารมณ์ดี โบกหู แกว่งหาง แกว่งงวง ส่ายหัวไปมา โดยยืนเล่นน้ำฝนท่ามกลางฝนที่ตกลงมา จึงสร้างความชุ่มฉ่ำให้กับช้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยให้ความรู้ว่า ช้างสามารถยืนตากฝนได้ เพราะผิวหนังของช้างจะหนา ร่างกายช้างจะร้อนกว่าคนหลายเท่า ไม่มีต่อมเหงื่อ

ดังนั้น ช้างจึงชอบเล่นน้ำ หรือตากฝนเพื่อให้ช้างได้คลายร้อน จึงเป็นความรู้ ที่คลายความกังวล ในกรณีที่ช้างอยู่ในคอกดูแลที่ไม่มีหลังคาและเกิดฝนตกลงมา ซึ่งภายในพื้นที่คอก ยังอยู่ท่ามกลางร่มเงาของต้นไม่ใหญ่และป่าเขาที่เขียวขจี ช้างจะรู้สึกผ่อนคลาย และเหมือนได้อยู่ป่า กลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง

ส่วนโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จ.ลำปาง ก็รายงานผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้นว่า พลายศักดิ์สุรินทร์เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยพบว่าช้างอ่อนเพลียจากการเดินทางเล็กน้อย กินน้ำ และอาหารที่จัดเตรียมไว้ได้ดี การขับถ่ายปกติ สามารถล้มตัวลงนอน และลุกขึ้นเองได้

พบปัญหาสุขภาพเบื้องต้น คือ ขาหน้าซ้ายงอไม่ได้ ปัญหาเล็บ และฝ่าเท้า พบแผลฝีที่สะโพกทั้งสองข้างและตาขวาเป็นต้อกระจก ภายหลังจากทำการตรวจสุขภาพแล้วสัตวแพทย์ได้เก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจโรคติดต่อต่างๆ โดยถ้าหากพ้นระยะกักโรคตามกฎหมายแล้วจึงจะทำการย้ายช้างเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

สำหรับกิจวัตรประจำวันในช่วงกักตัวจะเป็นการทำความคุ้นเคยกับพี่ควาญ ฝึกเรียนรู้คำสั่งภาษาไทย และฝึกการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ โดยในช่วงแรก เพื่อความปลอดภัยของตัวช้าง ซึ่งยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ และการป้องกันโรคติดต่อไปสู่ช้างเชือกอื่น จึงต้องมีการจำกัดบริเวณให้อยู่ภายในพื้นที่เฝ้าระวัง เมื่อเกิดความคุ้นเคยดีแล้ว ทีมงานก็จะได้ปรับกิจกรรมประจำวันให้เหมาะสมกับช้างต่อไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สถาบันคชบาลแห่งชาติขอแจ้งเตือนขณะนี้คือ อย่าหลงเชื่อ ระวังการถูกหลอก ให้ระวังมิจฉาชีพ กรณีที่มีการเปิดรับบริจาคเงินว่าจะนำมาให้ หรือมาช่วยช้างพลายศักดิ์สุรินทร์

ซึ่งสถาบันคชบาลแห่งชาติขอประกาศชี้แจงและทำความเข้าใจต่อสังคมว่า จากกรณีมีสื่อสังคมออนไลน์แชร์ข้อความเชิญชวนเพื่อขอรับบริจาคเงิน ค่าใช้จ่าย สำหรับการดูแลรักษาช้างพลายศักดิ์สุรินทร์นั้น สถาบันคชบาลแห่งชาติไม่ได้มีการเปิดรับบริจาคเงินแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากมีผู้ใด หรือหน่วยงานใดมีการประกาศขอรับบริจาคเงิน ถือว่าสถาบันคชบาลแห่งชาติไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...