หันมอง 7 หุ้นกลุ่มปตท. ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวน?
The Bangkok Insight
อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 02.30 น. • The Bangkok Insightหันมอง 7 หุ้นกลุ่มปตท. จังหวะเลือกสะสม ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ผันผวน?
ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทในเครือกลุ่ม ปตท. ได้แก่ PTT, PTTEP, PTTGC, IRPC, TOP, GPSC และ OR ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ออกมาแล้ว สะท้อนให้เห็นภาพรวมที่ผสมปนเป เพราะมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง และ Spread ปิโตรเคมี ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางบริษัทที่สามารถสร้างผลงานโดดเด่น ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้
บทความนี้เราได้สรุปภาพรวมของแต่ละบริษัทไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขรายได้-กำไร รวมไปถึงอัตราส่วนที่สำคัญทางการเงิน พร้อมคำแนะนำการลงทุนจากบทวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส
มุมมองภาพรวมจากนักวิเคราะห์ บล. เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ผลกำไรของหุ้นกลุ่มปตท. ในไตรมาสนี้หดตัวจากแรงกดดันหลายด้าน เช่น ราคาน้ำมันดิบลดลง ซึ่งกดดันรายได้จากธุรกิจสำรวจและผลิต
ในขณะที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Spread) ปิโตรเคมี และโรงกลั่นยังอยู่ในระดับต่ำ และมีการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและการตั้งสำรองค่าใช้จ่าย ส่วนการปรับนโยบาย Single Pool ส่งผลต่อต้นทุนพลังงานของกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี
แต่อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าบางบริษัทและบางกลุ่มธุรกิจอย่างเช่น GPSC และ OR กลับสร้างกำไรเติบโตที่โดดเด่น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการปรับพอร์ตและกระจายความเสี่ยงของกลุ่มปตท. เริ่มส่งผลเชิงบวกมากขึ้น
สรุปงบการเงินไตรมาส 1/2568 และคำแนะนำ 7 หุ้นกลุ่มปตท.
1. PTT หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
รายได้ 700,223 ล้านบาท กำไรสุทธิ 23,315 ล้านบาท Dividend Yield 6.9%
คำแนะนำ Outperform มองว่ายังคงเป็นหุ้นนำในกลุ่มจากขนาดธุรกิจ แต่ถูกกดดันจากต้นทุนกลุ่มลูกและราคาพลังงาน
2. PTTEP หรือ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
รายได้ 70,079 ล้านบาท กำไรสุทธิ 16,561 ล้านบาท Dividend Yield 7.0%
คำแนะนำ Underperform ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ลดลง และต้นทุนต่อหน่วยที่เพิ่มขึ้น
3. PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
รายได้ 133,453 ล้านบาทขาดทุนสุทธิ 2,567 ล้านบาท Dividend Yield 4.2%
คำแนะนำ Underperform เผชิญแรงกดดันจาก spread ปิโตรเคมีที่อ่อนแอ และต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
4. TOP หรือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
รายได้ 106,788 ล้านบาท กำไรสุทธิ 3,504 ล้านบาท Dividend Yield 2.7%
คำแนะนำ Neutral ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้าง Single Pool และขาดทุนจาก stock น้ำมัน
5. IRPC หรือ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)
รายได้ 73,081 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,206 ล้านบาท Dividend Yield 3.2%
คำแนะนำ Underperform เนื่องจาก Spread ผลิตภัณฑ์ยังอ่อนแอ และมีต้นทุนวัตถุดิบสูงอย่างต่อเนื่อง
6. GPSC หรือ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)
รายได้ 21,414 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,140 ล้านบาท Dividend Yield 2.7%
คำแนะนำ Neutral โดดเด่นจากการเป็นผู้นำธุรกิจโรงไฟฟ้าของกลุ่มปตท. ที่รับผลบวกจากการควบคุมต้นทุนได้ดี
7. OR หรือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
รายได้ 182,422 ล้านบาท กำไรสุทธิ 4,379 ล้านบาท Dividend Yield 2.5%
คำแนะนำ Neutral เติบโตโดดเด่นจากธุรกิจ non-oil (เช่น คาเฟ่อเมซอน) และการบริหารต้นทุนดีขึ้น
สรุปมุมมองการลงทุนในระยะสั้น หุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมียังเผชิญแรงกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์และการปรับโครงสร้างนโยบายด้านพลังงานของรัฐ อย่างไรก็ดี หุ้นที่มี Business Model ยืดหยุ่น เช่น OR และ GPSC เริ่มแสดงศักยภาพการเติบโตแม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ทว่าในระยะยาวกลุ่มที่ธุรกิจมั่นคง และให้หุ้นปันผลเด่นอย่าง PTT และ PTTEP ก็ยังน่าสนใจในแง่ของการสร้างรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ ด้าน IRPC และ PTTGC ถือเป็นจุดที่น่าสะสม เพราะมูลค่าน่าสนใจ แต่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวจากรอบขาลงของปิโตรเคมี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ปตท. แจ้งเลิกกิจการ 'อินโนโพลีเมด' ตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ
- 1 ปี 'คงกระพัน' นำทัพ 'ปตท.' มั่นใจเดินกลยุทธ์ถูกทาง
- ‘ดร.คงกระพัน’ ติดอันดับ 1 ใน 100 ซีอีโอชั้นนำของโลก
ติดตามเราได้ที่