เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่ง Sideways Up ทดสอบแนวต้ายย่อยบริเวณ 1,145 จุด หากทะลุผ่านจะเปิด Upside เข้าหาแนวหลัก 1,160 จุด โดยแรงหนุนยังคงมาจากต่างประเทศหลังการเจรจาการค้าสหรัฐ-จีนในวันที่ 2 ออกมาโทนบวก โดยทั้งสองฝ่ายบรรลุกรอบโครงสร้างการเจรจาและนำกลับไปให้ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายอนุมัติ โดยสหรัฐฯพร้อมที่จะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกเทคโนโลยี โดยแลกกับจีนที่ต้องลดข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ส่งผลให้เม็ดเงินยังทยอยไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงจากแรงกดดันด้านภาษีต่อเศรษฐกิจที่ลดลง
ขณะที่ World Bank แม้จะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลงเหลือโต 2.3% จากเดิม 2.7% แต่ประเมินโอกาสเกิด Recession น้อยกว่า 10% อย่างไรก็ตาม Upside ของ SET Index จะยังไม่กว้างนักจนกว่าสถานการณ์การเมืองจะนิ่งขึ้น ทั้งประเด็นการปรับครม. รวมถึงถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนลบ.ที่ปัจจุบันค่อนข้างล่าช้า เราจึงยังเน้นกลยุทธ์ Bottom Up เลือกลงทุนในหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว มีโมเมนตัมกำไรที่ยังเติบโตโดดเด่น และ Valuation ที่ต่ำอย่างมีนัยยะเทียบกับอดีต ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เติบโตชะลอตัว
กลยุทธ์ : ยังเน้นเลือกหุhนที่มีแนวโน้มกำไร 2Q25-2025 แข็งแกร่งและมีความแน่นอนของกำไรสูง ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, MTC, OSP, SJWD, STECON
FSSIA Portfolio : BA, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้ : BDMS
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 36.50 บาท
• เบื้องต้นเราประเมินแนวโน้มกำไร 2Q25 แม้จะชะลอ q-q จากปัจจัยฤดูกาล แต่คาดยังเติบโตได้แข็งแรง y-y โดยโมเมนตัมรายได้ในเดือน พ.ค. ดีขึ้นเป็นเติบโตราว +6% y-y เทียบกับเดือน เม.ย. ที่ราว 4% y-y
• เราคาดกำไรปกติปี 2025 ที่ 1.76 หมื่นลบ. +10% y-y ระยะสั้นมี Catalyst เชิงบวกหนุนหลังหนึ่งในผู้บริหารซื้อหุ้นเพิ่มอีก 5 แสนหุ้นที่ราคา 21 บาท เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่ระยะสั้นราคาหุ้นยังฟื้นตัว Laggard กว่ากลุ่ม
• แนวรับ 21 บาท แนวต้าน 21.50//21.80-22 บาท
ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ sideway แต่มีลุ้นให้ทะลุ 1145 จุด เพื่อรีบาวน์ต่อ โดยตลาดหุ้นไทย ยังแกว่งในกรอบแคบ แต่เริ่มเห็นสัญญาณซื้อกลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มนำตลาด อย่างกลุ่มธนาคาร และกลุ่ม China Play ซึ่งถือกลุ่มที่พื้นฐานแข็งแกร่งในภาพรวม ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโมเมนตัมต่อเนื่องของการพื้นตัวกลับของ SET index โดยเฉพาะถ้ามีความคืบหน้าในประเด็นการเจรจาทางการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ ออกมาเพิ่มก็อาจจะเห็นการทะลุกรอบ 1145 จุด ขึ้นไปได้ ซึ่งจะมีกรอบแนวต้านถัดไปที่ 1175 จุด
• ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ อนุญาตให้ ‘ทรัมป์’ คงภาษีนำเข้าไว้ได้ต่อไป คำสั่งดังกล่าว ขยายระยะเวลาคุ้มครองชั่วคราว ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ โดยเป็นผลจากการที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของศาลชั้นต้นเมื่อเดือนก่อน ซึ่งมีคำสั่งให้ “ระงับ” การเก็บภาษีนำเข้าบางรายการ โดยจะมีการเรียก ‘ทรัมป์’ เข้าให้ข้อมูล 31 ก.ค……. เรามองข่าวนี้ เป็นโทนลบ แต่คงไม่มาก เพราะการเจรจาการค้า มีแนวโน้มจะออกมาดี และการเจรจากับทุกประเทศ อาจจบก่อนที่ ‘ทรัมป์’ จะเข้าพบศาลฯ
• ธนาคารโลกออกรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในวันนี้ โดยได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้สู่ระดับ 2.3% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนม.ค.ที่ระดับ 2.7% โดยได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
• เลื่อน! ประชุมบอร์ดใหญ่กระตุ้นเศรษฐกิจ 11 มิ.ย.หลังหน่วยงานแย่งของบทะลุ 4 แสนลบ.จากการจัดสรรงบประมาณ 1.57 แสนล้านบาท โดยหลักการใช้จ่ายเม็ดเงินในส่วนนี้ จะต้องพิจารณาอย่างละเอียด ดังนั้นโครงการที่จะเข้ามาขอใช้เม็ดเงิน จะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่มีความถูกต้อง และเป็นโครงการที่มีความพร้อม
• รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมของปีนี้ กับช่วงเดียวกันของปีก่อน จะพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-9 มิ.ย. 67 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 15,543,344 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 736,096 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้ ส่วนสถานการณ์ 9-15 มิ.ย. คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มขึ้น จากการเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทั่วไปในเกาหลีใต้ การประกาศปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025
• ครม.ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรองรับหลักทรัพย์ที่ออกโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างเต็มรูปแบบ
• Event วันนี้ : CPI สหรัฐฯ งวดเดือนพ.ค.
Strategy
• ดัชนีฯ ยังประคองตัวไม่ต่ำกว่า low ของสัปดาห์ก่อนที่ 1127 แนวโน้มยังเป็น sideway ต้องคอยดูว่าจะหลุด 1127 หรือจะขึ้นทะลุ 1145 และ 1175 จุด เพราะจะเป็นการเลือกทางของตลาด จึงควรพร้อมทั้งซื้อและขาย ……. กลยุทธ์ลงทุน จึงยังเป็น wait & see แต่ก็สามารถเข้ามาเก็งกำไรช่วงสั้น (หุ้นที่ลงมาลึก) และเก็บหุ้นเก็งปันผลงวดแรกของปี
• เริ่มเข้าเทศกาลในการจ่ายเงินปันผลงวดแรกของปี หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง และจ่ายเงินปันผลมากกว่า 1 ครั้ง ส่วนใหญ่จะอยู่ในหุ้นธนาคาร PTT, PTTEP, ADVANC
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ PTT ออก และนำ PTTEP, HANA* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ต PTTEP(10%), HANA*(10%), BGRIM(10%), SCB(10%) ADVANC(10%)
Technical : TFG, AMATA
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET มีโอกาสทรงตัวในกรอบแนวรับ 1,120 – 1,130 แนวต้าน 1,150 หลังสหรัฐ – จีนสามารถทำกรอบข้อตกลงการค้า และการเริ่มเจรจาการค้าสหรัฐ – ไทย แนะนำซื้อทยอย PTT,PTTEP,PTTGC,BCP,SCC เป็นกลุ่ม Global Play ที่ประโยชน์จากแนวโน้มสงครามการค้าที่ลดลดง/ SCB, KTB เป็นกลุ่มที่จ่ายเงินปันผลสูง และเป้าหมายการลงทุนของสถาบัน/ GFPT, TFG ได้แรงหนุนจากอุปสงค์เนื้อไก่ในตลาดโลก
PRM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.45 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 2Q68 คาดกำไรปกติดีขึ้น QoQ เนื่องจากเรือมีจำนวนวันทำงานมากขึ้นหลังผ่านการเข้า Dry Dock และทยอยรับเรือใหม่เข้ามาใน 1Q68 ประกอบกับ 2Q68 จะมีการรับเรือ FSU และ Crew Boat ใหม่เข้ามาอย่างละ 1 ลำ ส่วนแนวโน้ม 2H68 น่าจะกลับมาโต YoY ได้ตามกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นและเรือใหญ่มีตารางเข้า Dry Dock น้อยลง โดยแผนการลงทุนในอนาคตจะมีการทยอยรับเรือ PCT 6 ลำในปีหน้าเพื่อทดแทนเรือเก่า และสนใจลงทุนในเรือ Anchor Handling Tug ที่สนับสนุนกิจกรรมการสำรวจปิโตรเลียมซึ่งมีค่าบริการที่สูง ทั้งนี้ปี 68-69 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 2.4 พันล้านบาท (+14%YoY) และ 2.5 พันล้านบาท (+4%YoY)
MOSHI* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 52.94 บาท) กำไรสุทธิ 1Q68 อยู่ที่ 156 ลบ. (+24%YoY, -24%QoQ) อ่อนตัว QoQ ตามฤดูกาล แต่ YoY ยังเป็นบวกได้ดี มีแรงหนุนจาก SSSG +7.9% และจำนวนสาขาสูงขึ้น(1Q68 เปิดเพิ่ม 6 สาขา/ เป็น Standalone Pilot แบบ Big Size 1สาขา) มีสินค้าใหม่ๆยังมีต่อเนื่อง เช่น Moshi Moshi x Moodeng ส่วน 2Q68 ยังดูเป็นภาพที่ดี YoY จากฐานต่ำปีก่อน สินค้าเด่นใหม่ๆ เช่น Moshi Moshi x aespa ที่เป็นสินค้า K-Pop โดยทาง MOSHI* เองวางเป้ารายได้ปี68 เติบโต 15-20%/ เป้า SSSG บวก 3-5%/ วางแผนเปิดสาขาใหม่ 40 สาขา ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ MOSHI* ปี68 และ69 จะอยู่ที่ 635 ลบ. (+22%YoY) และ 743 ลบ.(+17%YoY)